วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

สวดมนต์ร่วมกันก่อนจบรายการ

 ดังตฤณ :  เดี๋ยวคืนนี้เราเข้าสู่ช่วงสุดท้ายนะครับ มาสวดมนต์กัน ต้องใช้หูฟังนะครับ เป็นเทคโนโลยีทางเสียง จะมาสวดอิติปิโสกัน แล้วก็เสียงนี้จะช่วยให้คุณเกิดสมาธิในการสวดมนต์ เดี๋ยวถ้าใครยังไม่ได้เอาหูฟังมา ก็เสียบหูฟังมานะครับ แล้วเรามาสวดมนต์ด้วยกัน มาเริ่มกันเลยนะครับ

คุณดังตฤณนำสวดมนต์

โดยอัญเชิญ พระบูรณพุทธ เป็นพระประธาน

                                      และใช้ ))เสียงสติ(( ช่วยสวดมนต์




ผ่านไปนะครับสำหรับค่ำคืนนี้ รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน หัวข้อที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะเลิกหลอกตัวเองได้

บอกอีกครั้งนะครับว่า ก็ดีใจที่ยังมีคนจำได้ แล้วก็ถามถึงนะครับ สำหรับคลื่นปัญญาคลิปสุดท้ายนะครับ ของลอทนี้ของปีนี้ที่จะว่ากันด้วยเรื่องของ ฝึกรู้กายใจหนึ่งในสังสารวัฏ คือเอากายใจนี้เป็นเครื่องระลึกรู้นะว่าจริงๆ แล้วมันเป็นแค่เหยื่อล่อหนึ่ง ในอนันตชาติที่ผ่านมา เรามีหน้าตา เรามีความรู้สึกนึกคิดอะไรที่แตกต่างไปอย่างนี้ แต่สิ่งเหล่านั้นเนี่ย ล่วงลับดับหายไปหมดแล้ว แล้วเราก็จำไม่ได้ มาจำได้ มารู้ได้เฉพาะที่มันเป็นกายนี้ใจนี้

เดี๋ยวจะทำให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ ก็ดีใจที่ไม่ได้บอกไว้ก่อน อันนี้ดีใจเองนะ คือดีใจที่ไม่ได้บอกไว้ก่อนว่ามันจะเสร็จเมื่อไหร่ เพราะคาดหมายไม่ได้จริงๆ นะครับ ก็ขออภัยสำหรับท่านที่รอดูนะครับ

ผมรับประกันว่าจะไม่ผิดหวังที่รอนะครับ แต่ไม่รับประกันว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่จะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ

สำหรับคืนนี้ก็ขอล่ำลากันที่ตรงนี้ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

----------------------------------

๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

ช่วง     : สวดมนต์ร่วมกันก่อนจบรายการ

ระยะเวลาคลิป       ๕.๐๕ นาที
รับชมทางยูทูบ       https://www.youtube.com/watch?v=5M2Noqy0xnE&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=12&t=0s

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส

คลื่นปัญญาคลื่นสุดท้าย ฝึกรู้กายใจในสังสารวัฏ ยังไม่อัพโหลดขึ้นแอพใช่ไหมครับ?

 ดังตฤณ :  ดีที่มีคนถามขึ้นมา (คุณดังตฤณยิ้ม) ผมกำลังทำอยู่นะครับ อันนี้ทำมาครึ่งปีแล้ว หวังว่ามันจะเสร็จเร็วๆ นี้นะครับ

เอาอย่างนี้เล่าให้ฟังว่า เขียนบทอย่างเดียวเนี่ย เหมือนเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเลยนะ ใช้เวลาเกือบ ๔ เดือน แล้วก็บันทึกเสียงแก้ไปแก้มาเกือบ ๒ เดือน แล้วตอนนี้กำลังทำแอนิเมชั่นอยู่ ก็แก้อีก คือมันยากมาก แล้วความยาวเนี่ยเกือบ ๕๐ นาที คือผมหวังไว้สูงมากกับคลิปสุดท้ายคลิปนี้นะครับ คลิปอื่นผมใช้เวลาอาทิตย์เดียว ทั้งเขียนสคริปต์ ทั้งบันทึกเสียง แล้วก็ทำแอนิเมชั่น

แต่ว่าคลิปสุดท้ายนี่เหมือนภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเลยนะครับ เหมือนภาพยนตร์สารคดีเรื่องหนึ่งเลย แล้วก็ตั้งใจจะให้เป็นคลิปที่ตอบคำถามได้ทุกคำถามในศาสนาเกี่ยวกับศาสนาพุทธนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิบากกรรม หรือว่าเรื่องของการเจริญสติ เรื่องของนิพพานว่านิพพาน คืออะไร เป็นยังไง โดยอาศัยการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยหลายชั้น หลายแง่หลายมุม แล้วก็จะเรียกว่าอยากให้ดูแค่คลิปเดียวเนี่ยคุณรู้สึกเลย

สมมติว่ายังไม่เคยเข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนามาก่อน สามารถเข้าใจได้เลย แล้วก็เป็นหนึ่งชั่วโมงในชีวิต ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในชีวิตที่อยากให้มันพลิก อยากให้มันเปลี่ยนคนๆ หนึ่ง จากที่ไม่รู้จักพุทธศาสนา เป็นรู้จัก ซาบซึ้ง แล้วก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสได้นะครับ

-------------------------------------

๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

คำถาม : คลื่นปัญญาคลื่นสุดท้าย ฝึกรู้กายใจในสังสารวัฏ ยังไม่อัพโหลดขึ้นแอพใช่ไหมครับ?

ระยะเวลาคลิป    ๑.๕๘   นาที
รับชมทางยูทูบ     https://www.youtube.com/watch?v=Jbl4xIaMBgo&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=1

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส

โตขึ้นหนูไม่อยากแต่งงาน จะฝึกจิตอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว และกล้าหาญพร้อมตายแบบโดดเดี่ยว โดยไม่ต้องพึ่งลูกหลานญาติพี่น้องคะ?

 ดังตฤณ :  เวลาที่เราทำบุญแล้วมีความสุขนะครับ อธิษฐานเลยว่า ขอให้มีจิตเข้มแข็ง อยู่กับอารมณ์เด็ดเดี่ยว และอยู่ตามลำพังไม่โดดเดี่ยว แต่รู้สึกว่าตัวคนเดียวเนี่ยดีแล้ว สันโดษ นะครับ

อธิษฐานไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทำบุญประเภทไหนสำเร็จมีความสุขอะไรก็แล้วแต่นะครับ อธิษฐานไปเรื่อยๆ สำทับซ้ำไปเรื่อยๆ ว่า ขอให้มีความเข้มแข็งกับการอยู่คนเดียว แล้วในที่สุดคุณจะพบว่าจิตชอบความวิเวก จิตชอบความสันโดษ จิตชอบความไม่ข้องเกี่ยว ไม่อยากมีพันธะ ไม่อยากจะไปเสียเวลากับความผูกพันอะไรทำนองนี้ ก็จะทำให้ถึงจุดหนึ่ง มีกำลังมากพอที่จะปลีกวิเวกแบบเด็ดขาดได้นะครับ

แล้วก็จะรู้ตัวเองนะ คือสามารถปลีกได้จริงๆ ไม่ใช่แบบชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็เดี๋ยวก็เวียนกลับมาอะไรแบบนี้นะครับ

---------------------------------------
๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

คำถาม : โตขึ้นหนูไม่อยากแต่งงาน จะฝึกจิตอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว และกล้าหาญพร้อมตายแบบโดดเดี่ยว โดยไม่ต้องพึ่งลูกหลานญาติพี่น้องคะ?

ระยะเวลาคลิป    ๑.๑๖   นาที
รับชมทางยูทูบ     https://www.youtube.com/watch?v=8g4QvjmC_Cw&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=4

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส

ทำอย่างไรให้ตัดใจลุกจากที่นอนในเวลาเช้าได้ครับ?

 ดังตฤณ :  บอกตัวเองเสมอๆ นะครับ ในทุกเช้าเลย ท่องไว้เป็นคาถาว่า “ ขี้เกียจลุกขึ้นจากที่นอน คือขี้เกียจลุกขึ้นมาพบกับความสำเร็จในชีวิต! ” นะครับ


-----------------------------------------

๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

คำถาม : ทำอย่างไรให้ตัดใจลุกจากที่นอนในเวลาเช้าได้ครับ?

ระยะเวลาคลิป    ๐.๑๖  นาที
รับชมทางยูทูบ       https://www.youtube.com/watch?v=eIBxLkBjF-c&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=6

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส

เราจะจัดการกับตัวเองอย่างไรดีคะ ที่คิดหลอกตัวเองให้ความช่วยเหลือเขา ในขณะที่เราก็ไม่ได้มีมากมาย ไม่รู้ว่าหลงหรือหลอกตัวเอง?

 ดังตฤณ :  อันนี้ไม่ใช่หลอกตัวเองนะครับ อันนี้คือเราใจอ่อนนะ แก้ความใจอ่อนด้วยการฝึกเข้มแข็งขึ้นทีละนิดนะครับ แต่ละครั้งที่เราปฏิเสธได้ ไม่ช่วย แล้วก็หาทางช่วยวิธีอื่น คือให้คำแนะนำ แทนที่จะเอาตัวเข้าไปช่วยตรงๆ ทุ่มตัวเองเข้าไปทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังหลังค่อมอยู่ แล้วก็จะไปแบกให้เขาขึ้นมาอยู่บนตัวเราหนักๆ ทั้งๆ ที่คนหนึ่งตัวเตี้ย คนหนึ่งตัวค่อม มันก็ล้มไปด้วยกัน

เราค่อยๆ บอกตัวเองนะ แต่ละครั้งที่จะใจอ่อน รู้ตัวว่าอาการใจอ่อนเป็นยังไง ยอม ยอมเขาไปนะ แล้วพอเตือนตัวเองล่วงหน้านะ บอกว่าถ้าจะเกิดอาการแบบนี้อีกนะ ใจอ่อน เกิดอาการแบบว่าจะยอมๆ ไปเนี่ยนะครับ ให้บอกตัวเองว่า เมื่อเกิดสภาพแบบนั้นขึ้นมาในจิต เราจะสั่งตัวเองว่า ครั้งหน้าจะเข้มแข็ง ไม่เอาแล้ว ไม่เอาตัวเข้าไปช่วยเขาแบบที่ช่วยตะพึดตะพือนะครับ แต่ช่วยในแบบที่จะทำให้เขาสามารถช่วยตัวเองได้ ช่วยให้คำแนะนำ ช่วยชี้ช่อง หรือว่าช่วยที่จะให้เขาคิดได้ จากที่คิดไม่ได้ ให้เขาคิดได้ เหมือนกับที่เราคิดได้ คิดได้ว่าเราไม่ควรช่วยเขาอีกต่อไป ช่วยแบบทุ่มสุดตัวน่ะ แต่ควรช่วยเขา ให้เขาช่วยตัวเองได้ อันนี้เรียกว่า เราคิดได้ แล้วจะทำให้เขาคิดได้ต่อนะครับ

------------------------------------

๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

คำถาม : เราจะจัดการกับตัวเองอย่างไรดีคะ ที่คิดหลอกตัวเองให้ความช่วยเหลือเขา ในขณะที่เราก็ไม่ได้มีมากมาย ไม่รู้ว่าหลงหรือหลอกตัวเอง?

ระยะเวลาคลิป    ๑.๕๖   นาที
รับชมทางยูทูบ    https://www.youtube.com/watch?v=2VJSumvd7d0&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=7

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส


วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

การที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เราต้องมีกรรมสัมพันธ์กับที่นั้นๆ ไหมครับ ยกตัวอย่าง เราอยากไปดำรงชีวิตอยู่อเมริกา เราต้องเคยมีกรรมสัมพันธ์กับที่นั่นใช่ไหมครับ?

 ดังตฤณ :  อันนี้ไม่ใช่นะครับ ถ้าพูดถึงกรรมสัมพันธ์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ว่า เราเป็นทายาทของกรรมของเรา มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นที่พึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะไปอยู่ที่ไหน หรือถูกซัดไปอยู่กับใคร มันขึ้นอยู่กับกรรมเก่า อันนี้กรรมเก่าส่งมา

แล้วก็ขึ้นกับกรรมใหม่ว่า เราจะเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า อย่างนี้พอพูดถึงเรื่องประเทศเนี่ย อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างได้ดีเลยนะ

แต่ละประเทศที่เราไปอยู่ มันจะให้ความสุขความทุกข์แตกต่างกัน มันจะให้หน้าให้ตาเราไม่เหมือนกัน อย่างบางคนคิดเก่งระดับอัจฉริยะเลย บอกว่าอยู่เมืองไทย บางคนนะเป็นอัจฉริยะอยู่เมืองไทยแล้วดัง แล้วรวยด้วย แต่พอพยายามตะเกียกตะกายไปอยู่ที่อื่น อยากจะไปรวยกว่านี้อีก กลับดับ ไปสู้คนอื่นเขาไม่ได้ กับอีกคนหนึ่ง อัจฉริยะเหมือนกัน คิดเก่งเหมือนกัน อยู่เมืองไทยแป้กอยู่กับที่ ไม่ไปถึงไหน ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แต่ไปอยู่เมืองนอก แหมมันถูกจริตกับฝรั่ง ฝรั่งเขาเห็นค่า กลายเป็นคนร่ำรวยขึ้นมา อย่างนี้ก็มี มันขึ้นอยู่กับเราเนี่ย .. สถานที่ๆ มันจะเกื้อกูลกับความเก่งชนิดของเรา มันเป็นที่ไหน

บางคนจับพลัดจับผลูเพื่อนกระชากลากถูไป ไปกับเขา แล้วปรากฏว่าไปดังจริงๆ ไปร่ำรวยขึ้นมาจริงๆ ต้องเปลี่ยนที่เสียก่อน อันนั้นเรียกว่ากรรมจัดสรรนะครับ โดยส่งเพื่อนของเรามากระชากลากถูไป

แต่บางคนคิดเอง พยายามคิดว่าตัวเองเหมาะกับที่ไหน เสร็จแล้วเปิดหูเปิดตาไปกว้างๆ รอบโลกแล้วไปเจอจริงๆ แล้วก็ได้จริงๆ แต่บางคนคิดผิดด้วยการที่สละของดีอยู่แล้ว ไปขึ้นรถขึ้นเรือลำใหม่ แล้วก็ไปเจอเรือล่ม เรือที่ไปชนหินอะไรต่างๆ เป็นอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา เนี่ยอย่างนี้มันก็มีนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าความเหมาะสมในจังหวะหนึ่งๆ ที่ถึงจุดตัดของกรรม มันจะพาคุณไปเจอใคร หรือว่าอยู่ๆ คิดอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องของประเทศ มันไม่ใช่ว่าคุณต้องมีบุญ ทำบุญที่อเมริกามาก่อน มันถึงจะได้ไปอยู่อเมริกา ไม่ใช่นะครับ มันขึ้นอยู่กับว่า อเมริกาเป็นสถานที่ๆ เหมาะกับจุดตัดในชีวิตนั้นๆ ของคุณขณะนั้นๆ หรือเปล่านะครับ

ถ้าหากว่าอเมริกา ทีนี้ต้องถามด้วยนะรัฐไหน? มีหลายรัฐนะ หลายสิบรัฐ อเมริกาไปแล้วไปปุ๊บเจอโควิดตายเลย อย่างนี้แปลว่าคุณถึงที่นะ คืออยู่ดีไม่ว่าดี เปลี่ยนสถานที่ นึกว่าจะไปรวย กลับไปตาย

แต่ถ้าหากว่ามีจังหวะมีโอกาส จะเป็นสอบแข่งขัน หรือว่าจะมีประเภทธุรกิจที่เหมาะกับไอเดียของคุณเนี่ยนะครับ เปิดอ้าอยู่แล้วคุณเข้าไปแล้วไปเจอโควิด ก็อาจจะประสบความสำเร็จอะไรขึ้นมา เป็นเรื่องที่ได้ข้อสรุปข้อเดียวเลยว่า ณ จุดตัดที่จะมีการเลือกที่จะไปอยู่ประเทศใดประเทศหนึ่งนั้น มันเป็นจุดตัดของกรรมชนิดที่หนุนส่งให้ได้ไปดี หรือได้ไปร้าย เนี่ยตรงนี้พูดในแง่ของกรรมเก่า และต้องดูด้วยว่ากรรมใหม่ของคุณ บุญใหม่ของคุณ หรือว่าความคิดที่ลงไปกับสถานที่ใหม่ของคุณนั้น มันเหมาะสมแค่ไหนด้วย ต้องพูดประกอบกันทั้งของเก่าแล้วก็ของใหม่นะครับ

เรื่องความสัมพันธ์แบบที่ว่าเราทำบุญกับที่ไหน แล้วจะได้ไปเกิดที่นั่น มันอาจจะมีนะ แต่ว่า อย่างสมมติว่า อธิษฐานขอให้ได้เกิดมารับใช้ประเทศเป็นทหารอะไรแบบนี้ ก็อาจจะมาเกิดในประเทศนั้นๆ จริงๆ แล้วก็ได้ปกป้องประเทศอะไรแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ที่จะมีกรรมผูกพันกับประเทศใด สถานที่ใด ไม่มีหรอก มันขึ้นอยู่กับว่ากรรมจะเหวี่ยงไปอยู่ในที่ใด ที่มันเหมาะสม ที่จะได้รับผลของกรรมนั้นๆ มากกว่านะครับ

--------------------------------------

๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

คำถาม : การที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เราต้องมีกรรมสัมพันธ์กับที่นั้นๆ ไหมครับ ยกตัวอย่าง เราอยากไปดำรงชีวิตอยู่อเมริกา เราต้องเคยมีกรรมสัมพันธ์กับที่นั่นใช่ไหมครับ?

ระยะเวลาคลิป    ๕.๔๔   นาที
รับชมทางยูทูบ       https://www.youtube.com/watch?v=Etz05LDvT_U&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=2

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส


** IG **

ผมชอบมีความคิดกวนใจที่ต้องเลือกใครสักคนแบบร้าย ๆ เช่น การที่คิดว่าจะเลือกอะไรดีระหว่าง แม่ หรือ ศาสนา จะเลือกอย่างหนึ่งก็กลัวบาป ทุกข์ใจมากครับ?

 ดังตฤณ :  สงสัยแม่คงจะทำให้รู้สึกว่า ศาสนาเป็นเรื่องไม่ดี อย่าไปเอา อย่าไปอินมากอะไรแบบนี้ อันนี้ก็เข้าใจนะ คือพ่อแม่แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แล้วบางทีพ่อแม่บางคนเขาก็มีบุญ แต่ว่าอาจจะยังไม่ถึงเวลาอะไรแบบนี้นะครับ

คือลองคิดอย่างนี้ก่อนก็แล้วกันว่า คนที่เขาขัดขวางเรา เขาอาจจะไปเจออะไรที่มันไม่ดี มันต่างจากเราที่เราไปเจออะไรดีๆมา ฉะนั้นอาจจะต้องทำให้ตัวเองมองเห็นด้วยความใจเย็นก่อนว่า เออ ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่เหตุปัจจัยดีพอ ที่จะทำให้คนใกล้ตัวของเราได้เกิดความเข้าใจแบบที่เราเข้าใจ

พอมีทัศนคติในแบบที่ เออ เรารอได้ ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องเป็นแบบนี้เสมอไป ใจเราก็จะเหมือนกับเย็นลง แล้วหาช่อง หาจังหวะที่เหมาะสม คือหัดจากอย่างนี้แหละ หัดคิด หัดตั้งมุมมองนะว่า บางทีมันไม่ใช่อย่างที่เราตัดสินท่าน ว่าท่านเป็นมารศาสนา ท่านเป็นมารใจหัวใจเราอะไรแบบนี้ คือเทวดาในตัวท่านน่ะมี แต่ยังไม่ออกมา ยังไม่ได้ฤกษ์ที่จะผุดออกมา เพราะว่ายังไม่มีเหตุปัจจัยที่พร้อมพอ

เสร็จแล้วพอเรามองแบบนี้ไปเรื่อยๆ บางทีมันก็อาจจะเกิดความฉุกใจคิดว่า เออ เราเองนี่แหละอาจจะต้องทำหน้าที่เปลี่ยนใจท่าน ผมยกตัวอย่างนะ อย่างพระสารีบุตร อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางพุทธศาสนารู้มานะว่า พระสารีบุตรท่านเป็นพระอัครสาวกฝ่ายขวาทางปัญญา เลิศทางปัญญา สามารถที่จะโปรดให้ชาวพุทธ หรือว่าคนที่มีความเห็นผิดนอกศาสนาอะไรต่างๆ ได้บรรลุธรรมมากมาย

คือท่านเริ่มชราภาพแล้วพระสารีบุตรเนี่ยนะครับ ท่านก็คิดว่า เอ๊ะ! เนี่ยโปรดคนโปรดสัตว์มาตั้งเยอะตั้งแยะ แต่แม่ของตัวเองยังเป็นคนนอกศาสนาอยู่เลย แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับที่องค์ท่านเองมาบวชเป็นพระในพุทธศาสนา เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ท่านก็เลยกลับไปโปรดมารดาของท่านเอง อันนี้ก็อาจจะด้วยการเล็งจากภายใน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราๆ ท่านๆ อาจจะไม่สามารถรู้ตามท่านได้นะครับ ท่านอาจะเล็งว่า เออ มันถึงเวลาแล้วที่มารดาของท่านน่าจะพร้อมพอจะฟังธรรมะ พอไปโปรดมารดา ก็สามารถช่วยให้มารดาเป็นพระโสดาบันได้นะครับ นี่ก็เป็นตัวอย่าง

แล้วบางทีมันต้องรอเวลา อย่าเพิ่งหมดหวัง อย่างเพิ่งหมดใจ อย่าเพิ่งไปตัดสินนะว่าต้องเลือกระหว่างแม่กับศาสนา เราไม่ต้องเลือกก็ได้นะครับ เราเอาศาสนาทั้งคู่ก็ได้ แต่ว่าต้องมีวิธีคิดนิดหนึ่ง มันจะมีจังหวะ มันจะมีโอกาสไหน แล้วเรื่องของศาสนานะ เหมือนกับเรื่องของการเมือง อย่าไปพูดเอาด้วยอารมณ์ คืออย่าไปคัดค้านด้วยเสียงแข็งๆ อย่าไปพยายามดึงดันให้เขาเห็นตามเราให้ได้ ถ้าเขาไม่เห็นตามเราเดี๋ยวนี้ แปลว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อะไรแบบนี้ อันนี้ไม่ถูกนะครับ

เราต้องตั้งท่าทีเหมือนกับคนที่มีความใจเย็นว่า เออ วันหนึ่งเขาเปลี่ยนได้ ค่อยๆ เปลี่ยนด้วยการค่อยๆ พูดของเราก็ได้ คือเราอาจจะไม่ได้เก่งเท่าพระสารีบุตร ที่สามารถทำให้มารดาของท่านสำเร็จโสดาปัตติผล แต่เราอาจจะใจเย็นพอ ที่จะค่อยๆ พูดวันละคำ วันละนิด วันละหน่อยในแบบที่ทำให้คนใกล้ตัวของเราเริ่มเชื่อว่า สิ่งที่เราได้รับมามันดีจริงๆ ดีขนาดที่ทำให้เราค่อยๆ พูดได้ แตกต่างจากเดิม ที่จะต้องดึงดันเอาชนะให้ได้เดี๋ยวนี้ แค่เราแตกต่างไปอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเอาความแตกต่างในทางดีขึ้นไปให้เขาเห็นเนี่ยนะครับ เป็นการช่วยเขาแล้ว แล้วก็จิตของเรามันจะเริ่มเข้าที่เข้าทางเข้าร่องในทิศที่มันจะทำอะไรให้มันดีขึ้น ก็เริ่มจากความใจเย็นนี่แหละ เริ่มจากการที่เรามีความคิดได้ว่า จะไม่เอาผลเดี๋ยวนี้ เรารอได้ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปนะครับ

-----------------------------------------

๑๙ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เลิกหลอกตัวเองทำยังไง?

คำถาม : ผมชอบมีความคิดกวนใจที่ต้องเลือกใครสักคนแบบร้าย ๆ  เช่น การที่คิดว่าจะเลือกอะไรดีระหว่าง แม่ หรือ ศาสนา จะเลือกอย่างหนึ่งก็กลัวบาป ทุกข์ใจมากครับ?

ระยะเวลาคลิป      ๕.๕๕ นาที
รับชมทางยูทูบ       https://www.youtube.com/watch?v=Q0oAW6W329c&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=3

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส

** IG **