วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

รู้สึกว่าภาพเอฟเฟคที่แสดงถึงความคิดที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ดึงความสนใจจากการให้ตามลมหายใจมากไปหน่อยค่ะ กลายเป็นว่าความคิดที่เกิดขึ้น หรือความคิดที่เราปรุงแต่งจากการเห็นเอฟเฟค


ดังตฤณ :  คือเดี๋ยวทำความเข้าใจไปตามลำดับนะครับ น่าจะเคยเห็นครั้งที่ ๑ กับครั้งที่ ๒ แล้วนะครับ ทีนี้อันนี้ขอให้ถือว่าเป็นแค่ไกด์นะครับ ไกด์ให้ดูคร่าวๆว่า มันจะประมาณไหน

แล้วพอเราดูซ้ำทำซ้ำ จนกระทั่งเกิดความขึ้นใจแล้วก็เข้าใจเนี่ย คุณจะพบว่าเวลาที่คุณรู้สึกถึงลมหายใจเข้ามา รู้สึกถึงสุขเวทนาที่เกิดขึ้นกับลมหายใจยาวเนี่ย มันมีความเห็นขึ้นมาจริงๆว่า มีอะไรมันคลุ้งๆๆๆอยู่ในหัว มันมีความเคลื่อนไหวอยู่ในหัวจริงๆ ไม่ใช่เป็นการไปลอกแบบมาจากตัวแอนิเมชั่น

เพราะว่าแอนิเมชั่นเนี่ย เหมือนกับแค่ส่องสะท้อน ให้คุณรู้สึกเข้ามาข้างในตัวเองว่า มีประสบการณ์อยู่ข้างในเนี่ยประมาณไหน ทุกคนเนี่ยรู้สึกกันอยู่แล้วว่า มีความฟุ้งซ่านอยู่ในหัว อย่างเวลาคุณคิดมากเนี่ย คุณรู้สึกมันหนักหัว แล้วก็เหมือนกับมีพายุบุแคมเนี่ยมันซัดสมองคุณอยู่ตลอดเวลา เนี่ยก็คือการเห็นอยู่แล้ว เห็นเป็นนิมิตด้วยว่า เออมันเหมือนกับมีพายุอยู่ในหัวเนี่ยนะครับ

ทีนี้พอเรามาได้หลักการที่จะเอาพุทธพจน์เกี่ยวกับการรู้ลมหายใจ และรู้สิ่งที่มากับแต่ละลมหายใจเนี่ย มาเป็นตัวตั้งใจการฝึกเป็นทิศทางที่จะทำให้สติมันเจริญยิ่งๆขึ้นไปเนี่ย คุณจะพบเลยว่า แอนิเมชั่นเป็นเพียงกระจกเงา ที่ส่องให้คุณเห็นตัวเอง ไม่ใช่ตัวที่คุณจะต้องไปเลียนแบบมันนะครับ มันเป็นแค่ตัวสะท้อนว่า ข้างในของคุณเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ

--------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
ฟีดแบค                        รู้สึกว่าภาพเอฟเฟคที่แสดงถึงความคิดที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ดึง
                              ความสนใจจากการให้ตามลมหายใจมากไปหน่อยค่ะ 
                              กลายเป็นว่าความคิดที่เกิดขึ้น หรือความคิดที่เราปรุงแต่ง
                              จากการเห็นเอฟเฟค 
                              (หมายเหตุผู้ถอดคำ เอฟเฟค คือ ภาพซีจีในคลิป)
ระยะเวลาคลิป           ๒.๒๒ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=324m8skUwog&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=23

ยังไม่เห็นค่ะ เราจะเห็นเป็นอย่างไร จึงเรียกได้ว่าเห็นคะ?


ดังตฤณ :  คือไม่ต้องไปพยายาม .. เพราะบางคนพอดูไปแล้วเนี่ย มันไม่รู้ว่าจะดูตรงโน้นหรือว่าดูตรงนี้ดี มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ

คือถ้าเข้าใจหลักการมาตั้งแต่ต้น ค่อยๆฝึกมาทุกวัน จะพบความจริงอย่างนึงว่า ภาพที่เห็นเนี่ยมันทำให้เรารู้สึกถึงลมหายใจได้อย่างเช่น ลมหายใจนี้เห็นท้องป่องออกมาเหมือนลูกโป่งที่มันโป่งออกมา แล้วเราเกิดความรู้สึกเหมือนจะท้องป่องตาม พร้อมที่จะเริ่มต้นหายใจด้วยการพองท้องออก พองท้องออก เนี่ยถือว่าเป็นสิ่งนึงนะครับที่บอกเราได้ว่า ภาพเนี่ยช่วยให้เกิดไกด์ไลน์ว่าเราจะหายใจอย่างไร

ทีนี้พอหายใจถูกแล้วเกิดความรู้สึกเป็นสุขขึ้นมา มีสุขเวทนาเกิดขึ้นเนี่ย คุณจะรู้สึกเบาตัวเบาใจ ร่างกายเนี่ยมันสงบระงับไม่กวัดแกว่าง จากนั้นมันจะค่อยๆสังเกตเห็นเข้ามาว่า แต่ละครั้งที่หายใจเข้าหายใจออกเนี่ย มันมีสุขที่ป่องออกมาแล้วก็หดตามร่างกายด้วยจริงๆนะครับ

ร่างกายเนี่ยมันผูกติดกับความเป็นสุขก็เพราะว่า ความสุขที่เป็นของหยาบที่เข้ามาถึงจิตก่อนเนี่ย คือความสุขทางกาย ความสุขทางกายเป็นอย่างไรเนี่ย จิตมันก็มีความสุขไปตามนั้น

ทีนี้พอเริ่มที่จะเห็นสภาวะละเอียดขึ้น อย่างเช่นความคิดเนี่ย ถ้าอยู่ๆเรามาจ้องความคิดเลยเนี่ย อย่างที่หลายๆคนบอกว่า เออนี่กำลังฝึกรู้ความคิดโดยความเป็นของไม่เที่ยงอยู่ แต่มันกลายเป็นคิดซ้อนคิด นั่นเพราะว่าไม่มีพื้นฐาน ไม่มีตัวความสามารถของจิตที่จะมองเห็นความคิด ซึ่งเป็นสิ่งละเอียดขึ้นมาได้

แต่ทีนี้พอเราเริ่มอาศัยลมหายใจเป็นตัวนำขึ้นมาก่อนนะครับ เป็นตัวเหนี่ยวนำความสุขขึ้นมา ความสุขตรงนั้นแหละที่ม้นเกิดขึ้นนั่นแหละ มันจะเป็นพื้นฐานให้กับมุมมอง คือจิตมันจะมีความสามารถเห็นลมหายใจเป็นสายได้ แล้วถ้าเมื่อไหร่จิตเห็นลมหายใจเป็นสาย มันก็จะเริ่มเห็นว่ามีอะไรคลุ้งๆอยู่ในหัว ไอ้ตัวนี้เนี่ยมันเป็นเหมือนกับแค่ไกด์ไลน์นะครับ อันนี้จำไว้นิดนึงนะเป็นแค่ไกด์ไลน์ไม่ใช่ว่าเราจะไปเลียนแบบนะครับ ไม่ใช่ไปพยายามทำให้เหมือนกับสิ่งที่อยู่ในแอนิเมชั่นนะครับ

มันเป็นแค่ไกด์ไลน์ให้เราเนี่ย รู้ว่าจะมองเข้ามาในตัวเองท่าไหนเท่านั้นเองนะครับ

อย่างไรที่เรียกว่าเห็นเนี่ย เอาความมั่นใจมาจากการเห็นลมหายใจก่อน ถ้าเห็นลมหายใจได้ อันนี้ได้พื้นฐานที่สุดแล้ว แล้วถ้าเห็นตัวสุขเวทนาได้รู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกที่พาความสุขเข้ามา พาความสุขออกไป พาความทุกข์ออกไปเนี่ย แล้วเกิดความมีร่างกายและสภาพจิตใจที่มันสงบระงับไม่กวัดแกว่งขึ้นมานะ ตรงนั้นแหละพอเรารู้สึกเข้ามาในหัวเนี่ยมันเป็นของจริงแล้ว มันเป็นการเห็นความคิดขึ้นมาจริงๆ เห็นโดยความเป็นสภาวะอะไรอย่างหนึ่ง ที่บางทีมันหนาแน่นขึ้นมา มันฟุ้งยุ่งๆขึ้นมา บางทีมันเบาบางลงไปมันเจือจางลงไป มันเหมือนกับมีความโปร่งแสง มีความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งมันก็จะนำมาให้เห็นจิตที่มีความสงบบ้าง มีความฟุ้งซ่านบ้างไปด้วยนะครับ

----------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         ยังไม่เห็นค่ะ เราจะเห็นเป็นอย่างไร จึงเรียกได้ว่าเห็นคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๓.๕๐ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=JQgUs2LZ47g&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=22



** IG **

ลมหายใจเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ไม่ได้เห็นตลอดสายค่ะ แต่หมอกที่อยู่ในหัวเห็นชัดว่าเดี๋ยวทึบ เดี๋ยวเบา ไม่ทราบว่าอย่างนี้ผิดถูกยังไงคะ?


ดังตฤณ :  มันไม่มีผิดไม่มีถูกนะครับ ย้ำอีกทีนะครับคืนนี้ไม่ใช่ว่าเราจะคาดคั้นให้เกิดอะไรขึ้นมานะครับ

แต่อย่างน้อยเกิดทิศทางขึ้นมาว่า เราจะเห็นเข้ามาในตัวเองที่กำลังนั่งอยู่ เป็นอิริยาบถนั่งอยู่อย่างนี้เนี่ยนะ โดยความเป็นอะไรบางอย่างที่มันแสดงความไม่เที่ยงขึ้นมาได้ ไม่เหมือนเดิมขึ้นมาได้ อันนั้นน่ะคือทิศทางแล้ว

แล้วยิ่งเจริญสติในแนวที่จะเห็นความไม่เที่ยงของภาวะภายในมากขึ้นเท่าไหร่เนี่ย คุณจะยิ่งตระหนักนะครับว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้เนี่ยของจริงนะครับ มันพ้นทุกข์ได้จริงๆ พ้นอุปาทานได้จริงๆนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         ลมหายใจเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ไม่ได้เห็นตลอดสายค่ะ 
                              แต่หมอกที่อยู่ในหัวเห็นชัดว่าเดี๋ยวทึบ
                             เดี๋ยวเบา ไม่ทราบว่าอย่างนี้ผิดถูกยังไงคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๐.๕๔ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=zGYbAnqDp8E&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=21

ปกติเวลาเดินออกกำลังกาย รู้สึกที่ปลายเท้า แต่ช่วงนี้เริ่มรู้ที่ลมหายใจแล้ว ถูกต้องหรือไม่คะ?


ดังตฤณ :  จริงๆแล้วมันไม่มีถูกไม่มีผิดที่เราจะไปรู้เข้าที่ตรงไหนนะครับ การเจริญสติเพื่อที่จะเห็นกายใจ โดยความเป็นของไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวตนเนี่ย จะรู้เข้าไปที่ไหนเนี่ยมันถูกหมด ถ้าหากอยู่ในขอบเขตของกายใจนี้นะครับ ไม่ได้คิดฟุ้งซ่าน ไม่ได้จินตนาการไปถึงอนาคตหรือว่าอดีต สติอยู่กับปัจจุบันเนี่ยมันเข้าข่ายหมด เข้ามาอยู่ในทิศทางที่ใช่หมด

แต่หากว่าเรามีความเข้าใจว่า การเห็นเท้าเห็นเท้ากระทบไปทำไม เห็นเพื่อที่จะให้เท้ากระทบเนี่ย จังหวะกระทบช้าหรือเร็วเนี่ย มันเป็นศูนย์กลางสติ มันเป็นศูนย์กลางการรับรู้ให้เรามีสติอยู่กับเนื้อกับตัวได้นานๆโดยไม่วอกแวกไปไหน มีความชัดเจนว่า ถ้าหากเท้ากระทบหายไปจากใจหมายความว่าสติเราขาดไปฟุ้งซ่านเรื่องอื่นนะครับ

หรือถ้าหากว่าเท้าหายไป แต่กลับมาอยู่กับลมหายใจได้ อันนี้ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ถูกต้อง อยู่ในทิศทางที่ใช่อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากลับมาอยู่กับลมหายใจแล้วมันมีความเห็นว่า เดี๋ยวสั้นบ้างยาวบ้าง เดี๋ยวมีความสุข เดี๋ยวมีความทุกข์ เดี๋ยวฟุ้งซ่าน เดี๋ยวสงบได้เนี่ย ไอ้นี่มันก็จะพาให้เกิดความเข้าใจว่ากายใจนี้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนนะครับ แล้วพ้นอุปาทานได้เหมือนกัน แค่สังเกตอย่างนี้แหละ หลุดจากเท้ามาอยู่กับลม แล้วอยู่กับลมได้นานไหม เห็นความไม่เที่ยงได้ไหม หลุดจากลมกลับไปอยู่ที่เท้าอีก แล้วเกิดความรู้สึกไหมว่า เท้าที่มันเป็นศูนย์กลางกระทบ กระทบ กระทบอยู่เนี่ยนะครับ มันพาให้เห็นกายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยงได้

อันนี้เดี๋ยวคลิปต่อไปเนี่ยจะถึงตรงนั้นพอดีนะครับ คือเดี๋ยวจะสอนให้รู้นะครับว่า จะเดินจงกรมในชีวิตประจำวันได้อย่างไร พอเห็นภาพแอนิเมชั่นเป็นตัวไกด์ ซึ่งจะไม่ได้ให้ทำตามน่ะนะครับ แต่ให้เกิดความเข้าใจว่าเราจะเอามาประยุกต์กับการเห็นสภาวะทางกายทางใจโดยความเป็นของไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวตนได้อย่างไรนะครับ

--------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         ปกติเวลาเดินออกกำลังกาย รู้สึกที่ปลายเท้า แต่ช่วงนี้เริ่มรู้
                              ที่ลมหายใจแล้ว ถูกต้องหรือไม่คะ?
ระยะเวลาคลิป           ๒.๒๗ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=6_o3cn-pU-Q&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=19

(ฟีดแบค) อยากมีเวลาฝึกยาวกว่านี้ เห็นลมหายใจลางๆไม่ชัด ไม่เห็นก้อนความฟุ้งซ่านที่เพิ่มหรือเบาบาง แค่รู้สึกว่ามีก้อนพลังงานไหลๆ อยู่บริเวณศรีษะค่ะ


ดังตฤณ :  อย่าไปสนใจไอ้ที่มันเป็นเรื่องพลังเรื่องอะไรที่มัน .. จะเย็นจะอะไรต่อมิอะไรต่างๆเนี่ย อย่าไปสนใจโดยความเป็นของแปลกหรือของพิเศษ ขอให้สนใจโดยความเป็นของไม่เที่ยงนะครับ

ถ้ามันวนๆอยู่ วนๆอยู่ กี่ลมหายใจ สำรวจ สังเกต แล้วก็มีสติที่จะเทียบวัดดู ถ้าหากว่าเราสามารถแม่นยำกับจุดมุ่งหมายที่จะให้เห็นกายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยงได้เนี่ย .. คือไม่ต้องไปคาดคั้นตัวเองว่าจะต้องเห็นให้ชัดนะครับ ครั้งแรกไม่มีใครเห็นชัดหรอกเพราะว่าจิตเนี่ยคุณภาพในการโฟกัสอาจจะยังเป็นช่วงเริ่มต้นอยู่

แต่ถ้าหากว่าเราฝึกไปทีละวัน ที่ละวันตามลำดับด้วยความใจเย็นนะครับ แล้วเห็นพัฒนาการ เห็นความก้าวหน้า เราจะเกิดกำลังใจแล้วมีแรงบันดาลใจ ยิ่งฝึกมันยิ่งมีความสุขมากขึ้น เป็นความสุขอันเกิดจากการเห็นว่า ตัวเองเนี่ยยึดเหตุแห่งทุกข์น้อยลง แล้วก็มีจิตที่เบาบางลง ไอ้ที่มันเย็นที่มันเป็นพลังหมุนพลังไหลอะไรทั้งหลายแหล่เนี่ย มันไม่มีค่าเลย มันไม่มีความหมายเลย มันไม่ได้ทำให้เราพ้นทุกข์นะครับ แต่การเห็นว่ามันไม่เที่ยงต่างหากที่ทำให้เราพ้นทุกข์ได้

-----------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
ฟีดแบค                        อยากมีเวลาฝึกยาวกว่านี้ เห็นลมหายใจลางๆไม่ชัด ไม่เห็นก้อน
                              ความฟุ้งซ่านที่เพิ่มหรือเบาบางแค่รู้สึกว่ามีก้อนพลังงานไหลๆ 
                              อยู่บริเวณศรีษะค่ะ
ระยะเวลาคลิป           ๑.๓๕ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=2wxZ5_-7z6A&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=18

(ฟีดแบค) วันนี้ภาพชัดมากค่ะ ทำตามได้อย่างเข้าใจ และเข้าถึงความสงบนิ่งได้ดีมากๆ


ดังตฤณ :  โอเค คุณจะสังเกตนะถ้ารู้ว่า ความคิดในหัวเป็นเพียงสภาวะที่มันผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวตน

ความสงบที่เกิดขึ้นจะเป็นความสงบอีกชนิดนึง ที่มีความประณีตมีความสุขุมนะครับ แล้วก็ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของความสุขนั้น ความสุขที่ไม่มีเจ้าของคือความสุขที่อยู่บนเส้นทางพ้นทุกข์นะครับ

---------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
ฟีดแบค                        วันนี้ภาพชัดมากค่ะ ทำตามได้อย่างเข้าใจ และเข้าถึง
                              ความสงบนิ่งได้ดีมากๆ
ระยะเวลาคลิป           ๐.๓๕ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=vqMgsBpSSBw&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=17

(ฟีดแบค) หายใจแล้วพอดูความคิด รู้สึกไม่มีความคิดอะไรค่ะ มันว่างๆ


ดังตฤณ :  ตรงนี้แหละถ้าว่างได้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการเห็นความคิดชัดเจน เวลาว่างอย่าปล่อยให้มีความเพลินกับความว่างนะครับ

แต่ให้สังเกตความว่างนั้น สังเกตไปเรื่อยๆมันจะว่างได้นานแค่ไหน สังเกตมันไปถ้ามันจะว่างได้สามชั่วโมง ก็มีสติรู้ไปสามชั่วโมงนั่นแหละว่ามันว่าง

จนกว่าจะเห็นความเคลื่อนไหว เป็นความเอ๊ะ เป็นความสงสัย หรือว่าเป็นความอยากทำนั่นทำนี่ นั่นตรงนั้นมันไม่ว่างให้เห็นแล้วนะครับ ถ้าหากว่าเราเห็นความว่างได้ชัดเจน แล้วเห็นความกลับมาวุ่นได้ชัดตามไปด้วยเนี่ย ในที่สุดเราจะเป็นคนนึงที่เห็นความคิดเกิดดับได้แบบเป็นธรรมชาติเลยนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
ฟีดแบค                        หายใจแล้วพอดูความคิด รู้สึกไม่มีความคิดอะไรค่ะ มันว่างๆ
ระยะเวลาคลิป           ๐.๕๕ นาที
รับชมทางยูทูป          https://www.youtube.com/watch?v=Oq7FEkI7scI&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=16



** IG **