วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

สวดมนต์ร่วมกันก่อนจบรายการ


ดังตฤณ :  มาสวดมนต์ร่วมกันก่อนนอนนะครับ

คุณดังตฤณนำสวดมนต์ก่อนจบรายการโดยใช้ ))เสียงสติ(( ช่วยสวดมนต์

ถ้าจิตใจสว่างไสวเปิดกว้างก็อย่าลืมแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลนะครับ จะเป็นมนุษย์ก็ดีนะครับที่อยู่รอบตัวคุณ ขอให้ได้รับรัศมีความสุขที่แผ่กว้างออกไป จะเป็นเทวดาหรืออมนุษย์ใดๆก็ตามที่จ้องอนุโมทนาบุญอยู่ หรือว่าขอส่วนบุญส่วนกุศลจากคุณอยู่ก็ตาม ก็ขอให้ได้รับตามประสงค์นะครับ

ถ้าหากว่า เรามีจิตมีใจที่มันแผ่ความสุขออกไป อย่างนึงเนี่ยบอกได้ทันทีนะครับ ณ ขณะนี้มันมีความสุขกว้างขึ้น เหมือนกับเราขยายความสว่างที่มีอยู่แล้วให้มันเปิดโล่ง แล้วก็เหมือนกับท้องฟ้าขอบฟ้าของเราเนี่ย ขยายกว้างออกไปอีกนะครับ

ถ้าหากว่าเรามีความทุกข์อยู่ เราเห็นทันทีนะว่าเราพร้อมที่จะปลดความทุกข์นั้นทิ้ง ถ้าหากว่าเรามีความอาฆาตพยาบาท ก็จะสามารถเห็นนะว่า เราสามารถหายป่วยทางใจจากอาการอาฆาตพยาบาทนั้นได้ด้วยยานะครับ ยาน้ำคือเมตตานี่เอง

คืนนี้ก็ต้องขอร่ำลาไปก่อนครับ ก็คิดว่าถ้าไม่มีอะไรติดขัด สัปดาห์หน้าวันเสาร์หน้าครับสามทุ่มเจอกันใหม่ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

----------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
ช่วง                              สวดมนต์ร่วมกันก่อนจบรายการ
ระยะเวลาคลิป           ๓.๕๗ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=DCDlbNUf43c&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=22

หนูชอบสวดมนต์ยาว พอสวดจบแล้ว จะเกิดอาการง่วงๆเบลอๆมึนๆ บางครั้งก็รู้สึกดีสบายใจ มันเกิดจากอะไรคะ?


ดังตฤณ :  คือสวดมนต์ยาวเนี่ยมีหลายอย่างนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เสียงเปล่งเสียงเต็มปากเต็มคำไหม สังเกตดูนะครับ ถ้าเปล่งเสียงเต็มปากเต็มคำในเวลาสวดมนต์ยาวๆเนี่ย สติของเราจะตื่นเต็มแล้วก็เกิดความรู้สึกว่า เสียงมันไปปรุงแต่งให้สมองเกิดการรับรู้กว้างขวาง เกิดความรับรู้ชัดเจนนะครับ มีความรู้สึกว่าสติคมชัดขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถ้าสวดยาวๆแต่สวดงึมงำๆเนี่ย บางทีมันเบลอๆ บางทีมันเพลินจริง มันมีความสุขจริง แต่เป็นความสุขเหมือนกับเอื่อยๆอ้อยอิ่ง แล้วก็เป็นสติในแบบที่ไม่มีสติคมชัดนัก อันนี้อยากให้สังเกตตรงนี้มากกว่า

ถ้าหากว่า เราเปล่งเสียงเต็มปากเต็มคำ มีสติอยู่กับการสวด แล้วก็เหมือนกับยิ่งสวดยิ่งตัวตั้งหลังตรงสบายนะครับ มีความรู้สึกว่าหายใจยาว จังหวะที่หายใจเนี่ยหายใจได้ยาว ตรงนี้เนี่ยนะครับสวดจบแล้ว หรือว่ากำลังสวดอยู่ก็ตาม จะรู้สึกราวกับว่ากำลังทำสมาธิอยู่

แต่ถ้าหากว่าสวดงึมงำๆ สวดแบบตัวเองเนี่ยยังไม่รู้ว่าสวดอะไรออกไป ตรงนี้ที่สุดแล้วเนี่ยก็จะกลายเป็นความรู้สึกเบลอๆ เหมือนกับมีความสุขก็จริง แต่สุขแบบฝันๆ ไม่ใช่สุขแบบมีสตินะครับ ขอให้เอาแค่ข้อสังเกตตรงนี้ก็แล้วกัน

----------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         หนูชอบสวดมนต์ยาว พอสวดจบแล้ว จะเกิดอาการง่วงๆเบลอๆมึนๆ 
                              บางครั้งก็รู้สึกดีสบายใจ มันเกิดจากอะไรคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๑.๔๙ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=pHbr0JBJ6VQ&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=20

ฆราวาสนั่งสมาธิครั้งละ ๓๐-๔๐ นาที พยายามทำทุกวันถือว่ามากหรือน้อยครับ?


ดังตฤณ :  มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ไม่ใช่อยู่ที่เราอยู่ยูนิฟอร์มไหน ไม่ใช่ว่าโกนหัวหรือว่ายังมีผมอยู่นะครับ มันขึ้นอยู่กับว่าจิตของเราเนี่ยมีความสามารถที่จะโฟกัสแล้วเกิดสติรู้อยู่กับสิ่งที่ควรรู้ภายในขอบเขตของกายใจนี้ได้นานแค่ไหน ยิ่งนานขึ้นก็ยิ่งแปลว่าเราสามารถมีสติในท่านิ่งได้ดีนะครับ แล้วก็สติในท่านิ่งก็มักจะพาเราไปเห็นความเป็นของจริงภายในทั้งกายและใจได้ยิ่งๆขึ้นไป

ทีนี้คือ ถ้าเราทำความเข้าใจให้ชัดเจนอีกครั้งนึงนะครับ พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้นะครับ ภาระกิจของผู้ปฏิบัติในพุทธศาสนาคือ มีส่วนใหญ่เดินและนั่ง หมายความว่า พระองค์สนับสนุนให้ทั้งนั่งและเดินนะครับ ไม่ใช่แค่นั่งอย่างเดียว นั่งอย่างเดียวเนี่ยมันเพลินเกินไปได้ แต่ถ้าหากว่าเราเดินด้วย เจริญสติด้วยการเดินด้วย หรือว่ามีความสามารถจะทำให้เกิดสมาธิในขณะเดินได้ อันนี้เนี่ยนะมันรับประกันว่าสติของเรามันจะมีทั้งสติแบบนิ่งกับสติแบบเคลื่อนไหว ซึ่งต้องใช้จริงๆในชีวิตประจำวันนะครับ

จริงๆแล้ววันนี้เนี่ยก็จะทำคลิปวิธีเดินจงกรมให้เกิดสมาธิ แล้วก็เป็นการต่อยอดจากของเดิมที่พอเราสามารถที่จะรู้ว่าลมหายใจยาวทำให้เกิดความสุขยังไง ทำให้พาไปเห็นความคิดในหัวยังไง ตรงนั้นเนี่ยคุณจะเริ่มเห็นอิริยาบถโดยความเป็นสักแต่เป็นอย่างนั้นนะครับ นั่งอยู่รู้ว่านั่งไม่ได้มีตัวเรานั่ง เดินอยู่รู้ว่ามีตัวเดินแต่ไม่มีตัวของเราเดิน มีร่างกายเป็นผู้เดินไม่ได้มีตัวเราเป็นผู้เดิน

ตรงที่เราจะทำนานแค่ไหนเนี่ย สามสิบ สี่สิบนาทีหรือสามชั่วโมงเนี่ยนะครับ มันขึ้นอยู่กับว่า จิตของเรามีกำลังพร้อมที่จะโฟกัสได้นานเพียงใดนะครับ มันไม่ได้มีโทษ อย่างบางคนเนี่ยทำงานมาทั้งวันหัวยุ่งไปหมดเลย ก็เลือกที่จะเอาความบันเทิง ซึ่งมันมาปั่นให้หัวของเรายุ่งเหยิงหนักเข้าไปอีก แต่เรารู้สึกรีแลคซ์(Relax)เรารู้สึกว่าผ่อนคลาย รู้สึกว่าได้หลบหนีจากโลกความจริง มันก็เลยได้ข้อสรุปว่า การพักผ่อนคือการดูหนังฟังเพลง หรือว่าการเม้าท์กับเพื่อน

แต่ถ้าหากว่าเรารู้จักการพักผ่อนอีกชนิดหนึ่งคือการที่หยุดคิด หยุดฟุ้ง หยุดวุ่นวาย ให้ถอยกลับเข้ามาสู่ความว่างภายในได้ นี่ตรงนี้แหละที่มันจะเปลี่ยนพฤติกรรม ถึงแม้จะวุ่นวายกับงานมาสิบชั้วโมง แต่มีเวลาสองชั่วโมงสามชั่วโมงที่เป็นของตัวเองที่บ้าน สามารถสร้างเวลาให้ตัวเองได้สองชั่วโมงสามชัวโมงต่อวัน หรือเอาแค่สิบนาทีก็ยังดี มันจะเห็นความแตกต่างในชีวิตเลยนะครับ ชีวิตที่ว้าวุ่นกับชีวิตที่มีความว่าง ว่างวายจากอุปาทาน ว่างวายจากกิเลส ว่างวายจากความฟุ้งซ่านยุ่งเหยิงนะครับ มันจะเหมือนกับเป็นคนสองโลก สามารถที่จะอยู่ได้ทั้งกับคนอื่นและก็ทั้งกับตัวเอง

ตรงนี้เนี่ยคุณจะเห็นนะครับ ยิ่งมีปิติในชีวิตอันเกิดจากการเข้ามารู้จักความว่างภายในมากขึ้นเท่าไหร่เนี่ย ช่วงเวลาที่อยากจะอยู่กับตัวเองเป็นตัวของตัวเองนะครับมันจะยิ่งนานขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันไม่มีโทษมีแต่คุณนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         ฆราวาสนั่งสมาธิครั้งละ ๓๐-๔๐ นาที พยายามทำทุกวัน
                              ถือว่ามากหรือน้อยครับ?
ระยะเวลาคลิป           ๔.๓๑ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=sN_FTmC2QXk&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=19

เราเห็นอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจ สะกดตัวเองไว้ด้วยลมหายใจเข้าออก จากนี้จะไปต่ออย่างไรคะ?


ดังตฤณ :  อันนี้ไม่ถูกนะครับ คือถ้ามาสะกดตัวเองไว้ด้วยลมหายใจนี่ไม่ใช่อานาปานสตินะครับ

อานาปานสติเนี่ย ก่อนอื่นหายใจยาวให้เป็นก่อนนะครับ เริ่มหายใจจากท้องเดี๋ยวลองไปดูในคลิปที่ เสียงสติ.com นะครับ ลองไปดูนะ

ถ้าหายใจยาวเป็นนะครับ เวลาที่โกรธเนี่ยคุณจะเห็นเลยว่า ลมของคุณเนี่ยกำลังสั้นอยู่ เพราะอะไรเพราะเกร็ง พอเกร็งเนี่ยมันก็หายใจไม่ถนัด เกิดความรู้สึกอึดอัด เกิดความรู้สึกว่าเราหายใจได้แค่สั้นๆตื้นๆ เสร็จแล้วจากการที่เราเคยฝึกไว้ก่อน รู้ว่าเราจะหายใจยาวขั้นยังไง ความสุขที่มันเกิดจากลมหายใจยาวเนี่ย มันจะมาแทนที่ความรู้สึกเป็นทุกข์ ความรู้สึกกระวนกระวาย ความรู้สึกพยาบาทอาฆาต ความรู้สึกเหมือนกับไอ้ทื่มืดดำเนี่ยจะถูกขับไล่ไปด้วยแสงสว่างอันเกิดความสุขในการหายใจยาว

ถ้าเราเห็นนะครับ เห็นว่าความสุขอันเกิดจากการหายใจยาวมาทำให้โทสะเบาบางลงได้ หมายความว่า เราจะมีสติในการเห็นโทสะของจริง 

แต่ถ้าหากว่าเรายังหายใจสั้นอยู่ เรายังมีความรู้สึกว้าวุ่นกระวนกระวาย เกิดความรู้สึกเหมือนกับจะเป็นบ้าเป็นหลัง แล้วไปบอกว่าเราจะตั้งสติดูโทสะ แบบนี้มันเป็นการหลอกตัวเอง มันเป็นการที่เอาความคิดที่กำลังเป็นบ้าเป็นหลังเป็นพายุบุแคมอยู่เนี่ย ไปพยายามดับไฟ หารู้ไม่ว่ามันเป็นการดุนไฟให้มันเป็นกองใหญ่ขึ้นไปอีก 

นึกดูสิเวลาที่คุณอยากจะดับความโกรธให้ได้เดี๋ยวนั้น แล้วมันดับไม่ได้ ไอ้ความไม่ได้อย่างใจมันให้ผลเป็นอะไร เป็นความปิติหรือว่าเป็นการเพิ่มโทสะ พลังโทสะมันทวีตัวขึ้นไปอีก

แต่ถ้าหากว่าหายใจยาวเป็น จะใช้อานาปานสติมาเล่นกับโทสะเนี่ย พอหายใจเป็นแล้วหายใจยาวให้เป็นก่อน แล้วเห็นชัดๆหายใจยาวปุ๊บเนี่ย โทสะมันหรี่ลง ตอนที่โทสะหรี่ลง มีพื้นที่ความสุขมากกว่าความทุกข์ มีพื้นที่ความเมตตามากกว่าพยาบาท ตรงนั้นแหละที่สติมันสามารถที่จะเจอของจริงนะว่า อ๋อโทสะหน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง มันกรุ่นๆ มันมีอาการเหมือนกับเป็นหนามแหลมคอยทิ่มตำจิตใจของเรา

หรือว่ามีความมืดที่มันพร้อมจะครอบงำจิตใจของเรา แล้วเราขับไล่ออกไปได้ด้วยแสงสว่างแห่งความสุข มันจะเห็น อันนี้ต้องมีสัมมาทิฏฐิหรือว่ามีมุมมองมีทิศทางที่ถูกต้องด้วย คือเห็นว่า ตัวโทสะเมื่ออาศัยอยู่ในจิต มันเกิดความลุ่มร้อนทุรนทุรายยังไง 

ถ้าเป็นหงุดหงิดเล็กๆ มันเหมือนคันๆ ถ้าเป็นหงุดหงิดใหญ่ๆ มันเหมือนแสบร้อน นี่ตัวอานาปานสติที่เป็นแบคกราวด์อยู่ มันช่วยพยุงช่วยค้ำอยู่เนี่ย มันจะทำให้เราเห็นจริง 

แล้วพอเห็นจริงเนี่ยว่ามันเกิดขึ้นตั้งอยู่เมื่อไหร่ที่ลมหายใจไหน มันก็พร้อมที่จะรู้ว่า โทสะพยาบาทอาฆาตตรงนั้นเนี่ย มันดับไปหายไปจากจิตที่ลมหายใจใดไปด้วย นื่คือแก่นเลยนะครับว่า ทำไมพระพุทธเจ้าท่านถึงคะยั้นคะยอให้ทำอานาปานสติกัน เพราะมันเป็นศูนย์กลางสติ เพราะมันช่วยให้เรามีความสุขมากพอจะเห็นโทสะ แล้วก็ภาวะทางอารมณ์ต่างๆนาๆได้โดยไม่ลำบากนะครับ เห็นมันเป็นแค่ของอะไรที่ของแปลกปลอมที่เข้ามาในจิตใจของเราแล้วลื่นปรื้ด จิตของเราเนี่ยมันลื่นไม่เป็นที่เกาะของไอ้สิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น มันก็เห็นว่าผ่านมาแล้วผ่านไปไม่เที่ยงโดยง่าย

แต่ประเภทที่จะไปต่อสู้กับโทสะตรงๆโดยไม่มีความสุขรองรับเนี่ย ส่วนใหญ่หลอกตัวเองนะครับ พอทำไปยาวๆเนี่ยจะเห็นนะ มันเหมือนกับเราพยายามหลอกตัวเองว่า เราเห็นแล้ว เรามีสติแล้ว แต่จริงๆยังไม่ได้เห็นอะไรเลยนะครับ โทสะเอาไปกินหมด

---------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         เราเห็นอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจ สะกดตัวเองไว้
                              ด้วยลมหายใจเข้าออก จากนี้จะไปต่ออย่างไรคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๕.๐๓ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=zjtFXHG5wSE&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=18

** IG **

กำลังฝึกนั่งสมาธิ แต่ยังคิดฟุ้งซ่านเรื่องโน้นเรื่องนี้ ทำยังไงจะหยุดคิดคะ?


ดังตฤณ :  อย่าไปพยายามหยุดคิดนะ แต่พยายามดูก็แล้วกันว่า ความคิดมันเข้ามาที่ลมหายใจไหน แล้วหายไปที่ลมหายใจใดนะครับ

ตรงนี้การสังเกตแบบนี้ จะทำให้เห็นความไม่เที่ยงของความคิดความฟุ้งซ่านทุกครั้งที่เรานั่งสมาธิ ซึ่งมันจะทำให้เราใจชื้น ทำให้เรารู้สึกว่า นั่งสมาธิทีไรมันได้อะไรติดไม้ติดมือกลับออกไปทุกทีนะครับ ไม่งั้นเนี่ยถ้าเราตั้งโจทย์ตั้งเป้าไว้ว่า นั่งสมาธิเนี่ยขอให้ขับไล่ความฟุ้งซ่านได้ ขอให้ระงับความฟุ้งซ่านได้ดังใจ ขอให้จิตสงบ ขอให้เกิดฌาน เกิดญาณ แล้วไม่ได้สักทีกี่ปีกี่ปีมันก็บ่นกับตัวเองนะว่า เมื่อไหร่ว่าเมื่อไหร่จะทำได้ ทำมาไม่ได้อะไรเลย นี่คือความสำคัญของการตั้งโจทย์

ตั้งโจทย์ถูกคุณเกือบจะทำสมาธิถูกแล้ว ตั้งโจทย์ผิดคุณทำไปยี่สิบปี สามสิบปี ก็จิตวอกแวกเหมือนเดิม ฟุ้งซ่านเหมือนเดิม เจ้าโทสะเหมือนเดิม อันนี้นะครับความสำคัญของโจทย์นะครับ

---------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         กำลังฝึกนั่งสมาธิ แต่ยังคิดฟุ้งซ่านเรื่องโน้นเรื่องนี้ ทำยังไงจะหยุดคิดคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๑.๑๓ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=ukxsZnqRd4g&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=17

** IG **

นั่งสมาธิเห็นความฟุ้งซ่านจนรู้ว่าไม่ใช่เรามันผุดขึ้นมาเอง แล้วให้ทำอย่างไรต่อจึงจะก้าวหน้าคะ ตอนนี้ภาวนาหายใจเข้า หายใจออกอยู่ เห็นภวังค์เกิดขึ้น งุนงงคล้ายฝัน สักพักรู้ลมหายใจ ให้ดูการเกิดดับของภวังค์ต่อไป หรือดูอะไรต่อคะ?


ดังตฤณ :  อันนี้อนุโมทนาเลยนะครับ อนุโมทนามากๆเลย เพราะว่าถ้าคุณทำอานาปานสติเป็น แล้วเห็นมาถึงตรงนี้ได้เนี่ย มันจะเห็นได้อีกเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปคาดคั้น โดยไม่ต้องไปสมมติ ไม่ต้องไปเลียนแบบของเก่า ไม่ต้องไปก๊อปปี้ของที่มันเคยทำได้แล้วมานะครับ

เพราะว่าการที่คุณสามารถหายใจยาวได้เรื่อยๆ มีความสุขได้เรื่อยๆ ความคิดมันจะปรากฏเป็นสภาวะที่มันผ่านมาผ่านไปเรื่อยๆเช่นกันให้สติรับรู้

แล้วมันไม่น่าแปลกใจหรอก พอเราเล็งถูกจุดมันก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาเอง มันอ๋อขึ้นมาเอง จิตมันฉลาดขึ้นมาเองนะครับว่า มันไม่ใช่เรา มันเป็นของที่ผุดขึ้นแล้วเดี๋ยวก็หายไปนะครับความฟุ้งซ่านเนี่ย

ทีนี้โจทย์ (คุณดังตฤณทวนคำถาม) ทำยังไงให้ก้าวหน้าตอนนี้ภาวนาหายใจเข้าออกอยู่เห็นภวังค์เกิดขึ้น งุงงงคล้ายฝันสักพักก็กลับมารู้ลมหายใจใหม่ ให้ดูการเกิดดับของภวังค์ต่อไป หรือดูอะไรต่อ?

ดูทั้งหมดนั่นแหละ อะไรเด่นให้ดูอันนั้น อะไรเด่นก่อนให้ดูอันนั้นก่อน อย่าไปพยายามที่จะหาคำตอบว่า เราควรทำอะไรต่อแล้วมันจะก้าวหน้าขึ้น ผมรู้ผมเข้าใจนะครับว่า พอมาถึงตรงนี้เนี่ยหลายคนจะเกิดกำลังใจ จะมีความรู้สึกใจชื้น เนี่ยได้ละได้ละเดี๋ยวมันจะต้องไปต่อแน่ๆ ความรู้สึกกระหยิ่มใจ หรือแม้กระทั่งกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเอาต่อให้ได้ อยากจะก้าวหน้าให้ได้เนี่ย บางทีมันกลายเป็นเข้าพวกกับตัณหาเข้าโดยไม่รู้ตัว ภวตัณหาคือ การอยากได้ภาวะที่เรานึกว่าดี

พอเราไปตั้งสเปคไว้ว่า ภาวะไหนเรียกว่าดีเนี่ย ตรงนั้นมันมีการไขว่ขว้าแล้ว มันมีการสมมติเอาแล้ว มันมีการสร้างเอาแล้ว มันมีการปั้นขึ้นมาแล้วนะว่า จะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตามใจ แทนที่เราจะมีสติเห็นตามจริงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เราไปอยากโดยไม่รู้ตัว แล้วตรงนั้นมันไม่ใช่สติแล้ว

คำว่าสติเนี่ย จำไว้เลยนะครับ ของจริงของสติคือ การมีความสามารถรู้ตามจริงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่ต่อหน้าต่อตา แต่ถ้าหากว่า มันมีความอยากให้สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นมันมาถึงเราเดี๋ยวนี้เลย นี่เรียกว่าตัณหาไม่ใช่ปัญญานะครับ

ของคุณเมื่อเห็นความคิดไม่ใช่ตัวเราได้แล้ว ขั้นต่อไปบอกตัวเองว่า ให้ทำเหตุแบบเดิมซ้ำๆ แล้วมันจะเห็นชัดขึ้น 

การที่คุณสามารถเห็นลมหายใจเข้าออกว่าเดี๋ยวมันก็สั้นเดี๋ยวมันก็ยาวได้ ตรงนี้มันก็มีสิทธิ์ที่จะเห็น แล้วก็ทะลุออกไปจากความยึดมั่นถือมั่นลมหายใจได้แล้ว 

เห็นไหมลมหายใจไม่ใช่แค่เบสิคนะ ลมหายในเนี่ยมันอาจจะเป็นตัวตัดเชือกเลยก็ได้ แต่ถ้าจะให้เป็นการเห็นที่มันละเอียดประณีตจริงๆเนี่ย มันก็คือเห็นความรู้สึก ความรู้สึกเนี่ยเป็นต้นตอเป็นโครตเหง้าของพฤติกรรมทั้งปวงของมนุษย์นะครับ

ถ้าหากว่า เรากำลังมีความสุขอยู่เราจะเห็นเลยพฤติกรรมเนี่ยมันพร้อมจะดี ถ้าเรากำลังมีความทุกข์กำลังมีความอึดอัด มีความรู้สึกว่าโกรธโลก อยากจะเผาโลกทิ้ง ความคิดมันจะไม่ดี เนี่ยตัวนี้เราเห็นเหตุเห็นผลไปเรื่อยๆ เอาที่มันกำลังเป็นอยู่ ณ ขณะนี้แหละ แม้กระทั่งว่ารู้สึกเฉยๆ มันก็จะเห็นว่า เออมันผลิตความคิดแบบเฉยๆแบบไม่ดีไม่ร้าย หรือมีความโน้มเอียงจะฟุ้งซ่านขึ้นมา 

พอเห็นเหตุเห็นผล คือเห็นเข้าไปในปัจจุบันขณะ จนกระทั่งเข้าใจเหตุเข้าใจผลดีเนี่ย มันจะไม่มีความอยากก้าวหน้า เพราะเห็นเลยว่าการเห็นตามจริงอย่างต่อเนื่อง อันนั้นแหละคือความก้าวหน้า ความอยากที่จะได้อะไรที่มันยังมาไม่ถึงนี่จะหายไปเลยนะครับ 

ความก้าวหน้ามันอยู่ตรงนี้แหละ ที่ทำซ้ำๆๆๆจนกระทั่งมันเห็นชัดขึ้น จนกระทั่งสติมันมีความอิ่ม มันมีความเต็มมากขึ้น 

แล้วก็เกิดความรู้ว่า ณ ขณะนี้มันมีกลไกการทำงานของจิตยังไง เรากำลังรู้สึกยังไงหายไปเมื่อไหร่ จิตที่มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สติที่มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันให้คำตอบกับตัวเองเลยนะว่า ยิ่งทำซ้ำเนี่ยมันยิ่งก้าวหน้า

--------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         นั่งสมาธิเห็นความฟุ้งซ่านจนรู้ว่าไม่ใช่เรามันผุดขึ้นมาเอง 
                              แล้วให้ทำอย่างไรต่อจึงจะก้าวหน้าคะ 
                              ตอนนี้ภาวนาหายใจเข้า หายใจออกอยู่ เห็นภวังค์เกิดขึ้น 
                              งุนงงคล้ายฝัน สักพักรู้ลมหายใจ ให้ดู
                             การเกิดดับของภวังค์ต่อไป หรือดูอะไรต่อคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๕.๒๕ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=fudkN8yoKDk&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=16

คุณดังตฤณจะมีนิยายธรรมะเล่มใหม่อีกอีกไหมคะ?


ดังตฤณ : นิยายธรรมะอาจจะมีนะครับ อาจจะมี .. คือพยายามมาหลายปีแล้วเหมือนกัน พยายามจะเขียนทางนฤพานออกมาเป็นเวอร์ชั่นที่มันร่วมสมัยหน่อย

ตอนนี้กลับไปทบทวนดู รู้เลยนะรู้จุดเลยว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ เกินครึ่งละกันถึงอ่านแล้ววาง

แล้วก็รู้แล้วว่าจะเขียนยังไง หรือว่าอธิบายยังไงให้มันสนุกด้วย แล้วก็สุดท้ายได้ธรรมะตามตัวละครด้วยนะครับ ..

ไม่รับปากนะ (หัวเราะน้อยๆ) เพราะเคยรับปาก แล้วทำไม่ได้นี่ติดกรรมนะ ถือว่าสัญญาประชาคมนี่สำคัญนะ พูดไปส่งเดชนี่ชีวิตพังได้นะมีผลเลยนะ

---------------------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         คุณดังตฤณจะมีนิยายธรรมะเล่มใหม่อีกอีกไหมคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๑.๐๒ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=YB-XuUgLS5g&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=15