วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

ตอนที่ ๙ วิถีแห่งเต๋า (ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ)

ในวันที่งงๆกับชีวิต เหมือนลอยเคว้งคว้างอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ผมจำวันนั้นได้ดี ขณะนึกสนุกหยิบหนังสือ วิถีแห่งเต๋าออกมาจากหิ้งในห้องสมุดของโรงเรียนเซนต์จอห์น เป็นความรู้สึกสะเทือนคล้ายเกิดแผ่นดินไหวขึ้นน้อยๆอยู่ข้างใน และผุดความคิดในหัวบอกตนเองว่าการเอื้อมหยิบหนังสือแค่เล่มเดียว อาจเป็นก้าวแรกของชีวิตอีกแบบหนึ่งก็ได้ความรู้สึกต่อความคิดที่คล้ายสังหรณ์นั้น คือเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง สังหรณ์ของคนเราแม่นได้ก็มั่วได้ ทว่าความคิดนั้นก็ทำให้ผมตื่นเต้นกว่าการอ่านหนังสือเล่มใหม่อย่างเคยๆ เมื่อมานั่งลงที่โต๊ะและพลิกอ่านแค่บทแรก ตัวหนังสือก็สร้างความตะลึงงันให้กับผมชนิดที่เกิดมาไม่เคยพบจากไหนมาก่อน นั่นคือเต๋าที่อธิบายได้มิใช่เต๋าอันอมตะที่ตั้งชื่อให้กันได้ก็มิใช่ชื่ออันสูงส่ง เต๋านั้นมิอาจอธิบายและมิอาจตั้งชื่อเมื่อไร้ชื่อทำฉันใดจักให้ผู้อื่นรู้ข้าพเจ้าขอเรียกสิ่งนั้นว่า เต๋าไปพลางๆ ในการเริ่มต้นหนังสือหรือคัมภีร์ใดๆ หากคุณสร้างความงุนงงให้คนอ่านในแบบที่จะทำให้พวกเขาอยากติดตามคุณไปจนกว่าหายงงได้ ก็นับว่าคุณประสบความสำเร็จเกินครึ่งในการเขียนหนังสือหรือคัมภีร์เล่มนั้นแล้ว 

ท่านเหลาจื้อผู้รจนาคัมภี์ร เต๋าเต็กเก็ง อาจไม่มีเจตนาเรียกร้องความสนใจจากใคร ท่านก็แค่เริ่มเขียนตามความปรารถนาของท่าน คือถ่ายทอดสิ่งที่ท่านประสบมาให้คนอ่าน รับส่วนคนอ่านจะ รู้ตามหรือไม่ ก็พ้นไปจากความสนใจของท่านแล้ว การถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้คนอื่นรู้ตามไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นศิลปะเฉพาะตัว ขอให้นึกถึงอากาศว่างที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตาตรงหน้าคุณ แล้วลองเขียนอธิบายเกี่ยวกับอากาศว่างนั้นจากประสบการณ์ส่วนตัว แม้จะเห็นอากาศว่างอยู่กับตาเดี๋ยวนี้ ก็ไม่ง่ายนะครับที่จะพูดถึงมัน คุณต้องใช้ภาษาเป็น แล้วก็ต้องมีความรู้เชิงวิทยาศาสตร์พอควร จึงอาจกล่าวถึงอากาศว่าเป็น ช่องว่าง หรือที่ที่ว่างเปล่า อันเป็นต่างหากจากบรรดาสสารที่จับต้องได้ทั้งหลายหรือหากจะอธิบายเป็นรูปธรรมชัดเจนและเจาะจงขึ้น ก็อาจกล่าวว่าอากาศเป็น แก๊สผสมที่ประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเกี่ยวข้องกับอากาศในเรื่องของการหายใจเป็นสำคัญ

แม้จะกล่าวอย่างเป็นวิทยาศาสตร์แล้วก็ตาม คุณยังได้ชื่อว่าพูดถึงอากาศไม่ครบถ้วนอยู่ดีมีแง่มมุ ต่างๆอีกมากมายที่จะให้พดูถึง อากาศได้ไม่รู้จบ เช่น ด้วยทฤษฎีของไอน์สไตน์ เราต้องทำความเข้าใจว่าอวกาศหรืออากาศนอกโลกนั้น เป็นสิ่งเดียวกันกับกาลเวลา! เพื่อให้เข้าใจตรงนี้กระจ่างขึ้น ก็ต้องหาเรื่องน่าทึ่งมาแสดงกันหน่อย ทราบไหมครับว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์พยากรณ์ไว้อย่างไร? คุณจะเชื่อไหมล่ะว่าวัตถุขนาดใหญ่เช่นดาวเคราะห์นั้น ทุกขณะที่หมุนรอบตัวอยู่ จะลากพาเอาอากาศและเวลาตามตัวไปด้วย ไม่ต่างอะไรกับลูกบาสที่กลิ้งไปก็พอกโคลนเหนียวติดผิวมากขึ้นเรื่อยๆ
การพยากรณ์ของไอน์สไตน์เพิ่งได้รับการพิสูจน์เมื่อเดือนมีนาคมปี ๑๙๙๘ นี่เองกล่าวคือเมื่อองค์กรนาซ่าวัดระยะวงโคจรของดาวเทียมสองดวงเป็นหลักฐานอย่างละเอียดทุกปี ก็พบว่าดาวเทียมของตนห่างขึ้นจากเดิมไปเรื่อยๆ ๖ ฟุตต่อปี (ทั้งที่ตามหลักการมันควรจะอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดไป) และมันจะเป็นเช่นนั้นไปไม่ได้เลยหากอากาศและเวลาเป็นสิ่งแยกต่างหากจากกันสรุปแล้วอากาศเป็นสิ่งลึกลับกว่าที่คุณคิดใช่ไหมครับ? พวกเราพากันนึกว่าเห็นและพูดถึงมันได้ แต่แท้จริงแล้วอาจไม่รู้จักมันเลยแม้แต่นิดเดียว! คัมภีร์เต๋าเต็กเก็งไปไกลกว่าการกล่าวถึงอากาศธาตุ เหลาจื๊อพยายามฉายภาพของความว่างอันเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง ความว่างที่มิใช่เพียง ช่องว่างอย่างที่เราเห็นด้วยตาเปล่าอยู่อย่างนี้ ดังท่านระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเต๋าเป็นอะไรที่ จ้องมองแต่มิอาจเห็น นี่เรียกว่าไร้รูปวิธีฉายภาพของเหลาจื๊อ คือการร้อยเรียงคำ สร้างวลีชวนฉงนเพื่อ ตบหน้า


ผู้อ่านที่กำลังหลับใหลยึดมายาฝันตรงหน้า ให้ตื่นขึ้นรู้จักความจริง และท่านก็ไม่เกรงจะถูกหัวเราะเยาะ ดังที่ดักคอไว้ว่า เมื่อคนในระดับสูงได้รับฟังเต๋า ก็ปฎิบัติตามอย่างมีมานะ เมื่อคนในระดับปานกลางได้รับฟังเต๋า บางครั้งก็เข้าใจบางครั้งก็ไม่เข้าใจ เมื่อคนในระดับต่ำสุดได้รับฟังเต๋า ก็หัวเราะเยาะด้วยเสียงอันดัง!สำหรับผม เมื่อสำรวจตัวเองในขณะนั้น ก็ไม่รู้จะจำแนกให้ตนเป็นคนระดับใดดีทราบแต่สนใจใคร่รู้ และไม่ได้นึกอยากหัวเราะเยาะแต่อย่างใดและท่านเหลาจื๊อก็ไม่ได้จำแนกไว้อย่างหนึ่ง คือพวกที่ไม่รู้จะปฏิบัติตามวิธีแห่งเต๋าอย่างไร แต่อ่านเต๋าอย่างนึกว่าเข้าถึงแล้ว จะกลายเป็นพวกหลงตัว สำคัญตนผิดคิดว่ารู้มากกว่าคนอื่น เหนือกว่าคนอื่น ดังเช่นผมที่อ่านเต๋าแล้กลายเป็นพวกหลงตัวเข้าให้เต็มเปา


บทประพันธ์โดย : ดังตฤณ (นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ปี ๒๕๕๒)

รวมลิงก์บทความก่อนเกิดเป็นดังตฤณ
แชแนล "ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ"
บน Podcast ► http://apple.co/1WsUqUt
บน YouTube ► http://bit.ly/1YSrFzz

• ตอนที่ ๑ เรื่องส่วนตัวของดังตฤณ
ฟัง https://youtu.be/RpQxFOlF4hU
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_45.html

• ตอนที่ ๒ ใส่บาตรครั้งแรก
ฟัง https://youtu.be/WOolpKCyecs
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_26.html

• ตอนที่ ๓ ไม่มีใครคิดอย่างนี้บ้างหรือ
ฟัง https://youtu.be/PMlxjkuC4Oc
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_8.html

• ตอนที่ ๔ รู้สึกผิดที่เกิดมา
ฟัง https://youtu.be/2fZfnhT1Vx8
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_79.html

• ตอนที่ ๕ ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย
ฟัง https://youtu.be/J2pqdmEEvKI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_77.html

• ตอนที่ ๖ ระลึกชาติ
ฟัง https://youtu.be/QFQSu4kcrfA
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_27.html

• ตอนที่ ๗ ระลึกชาติ (ต่อ)
ฟัง https://youtu.be/csm0Fh5gPyw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_68.html

• ตอนที่ ๘ อนาคตอันมืดมน
ฟัง https://youtu.be/DoGJZqRxk9A
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_93.html

• ตอนที่ ๙ วิถีแห่งเต๋า
ฟัง https://youtu.be/PJ39XAUM3xw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_46.html

• ตอนที่ ๑๐ วิถีแห่งคนโง่
ฟัง https://youtu.be/YkKOtBKvgvI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_14.html

• ตอนที่ ๑๑ พบทาง
ฟัง https://youtu.be/9LCu0Tq6Trk
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_63.html

• ตอนที่ ๑๒ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ฟัง https://youtu.be/GzXSQLO0KtE
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_73.html

ตอนที่ ๘ อนาคตอันมืดมน (ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ)

ในสมัยวัยรุ่น ความรู้เกี่ยวกับอดีต ชาติแม้กระท่อนกระแท่น แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ผมเห็นตนเองต่างไปจากเดิม เช่น เมื่อทราบว่าช่วงท้ายของชีวิตก่อนมีการ หลบหนีอะไรบางอย่าง ก็ปะติดปะต่อได้ถูกว่าผลของการหลบหนีนั้น ส่งผลสำคัญให้ชาติปัจจุบันถือกำเนิดด้วยดวงจิตที่มีกำลังอ่อนใครก็ตามที่ถือกำเนิดด้วยจิตที่มีกำลังอ่อน ส่วนลึกจะรู้สึกเหมือนอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ไม่มีแก่ใจจะทำงานใหญ่ให้สำเร็จ แนวโน้มจึงเป็นพวกท่าดีทีเหลว เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า แม้ตั้งใจทำอะไรจริงก็ท้อถอยง่าย อยากปล่อยภาระไว้แบบคาราคาซัง โดยรวมจึงขาดความเชื่อมั่นในตนเอง นั่นคือความเป็นผมในช่วงต้นชีวิตนิมิตในช่วงต้นไม่ละเอียดพอจะช่วยให้รู้ว่าผมหนีอะไรมา ทราบแต่ว่าหนีสำเร็จแล้วสบาย แต่เป็นความสบายที่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีและความนับถือตัวเอง ไม่ต่างจากทหารหนีทัพ แม้ลอยตัวเหนือความลำบากสาหัสในสมรภูมิสำเร็จ ก็มองเงาตัวเองในกระจกได้ไม่เต็มตานัก 

นอกจากการได้รู้จักความเป็นมาของตนเองดีขึ้นนิดหนึ่ง ผมยังได้ข้อสรุปว่าแม้ชาติภพและการเวียนว่ายตายเกิดจะมีจริง แต่หนึ่งชาติก็มีค่าไม่ต่างจากฝันข้ามคืนเท่าใดนัก เพราะทุกชาติจะหายไปและถูกลืมราวกับคลื่นกระทบฝั่ง แม้คุณจะเคยระลึกชาติได้ หรือกระทั่งสั่งสอนผู้คนให้เชื่อเรื่องภพภูมิและการเวียนว่ายตายเกิดได้ แต่พอเกิดใหม่คุณจะกลายเป็นคนไม่รู้อะไรเลย สงสัยและต้องค้นหาคำตอบแบบเสี่ยงถูกเสี่ยงผิดไม่ต่างจากคนธรรมดาครั้งแล้วครั้งเล่าเอาล่ะ! รู้เฉพาะตนว่าชาติก่อนมีจริง รู้ว่าการทำอะไรไว้ในการเกิดครั้งโน้น มีผลกระทบจังๆกับการเกิดครั้งนี้ เสร็จแล้วยังไงต่อ คำตอบไม่ได้แบอยู่ตรงที่เรารู้ว่าภพชาติมีจริง

ตราบใดยังไม่มีคำถามที่ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิต จะรู้อะไรแค่ไหนก็ไม่ใช่คำตอบไปทั้งนั้น! จากความอยากรู้คำตอบเกี่ยวกับอดีตชาติ แปรเป็นความอยากได้คำตอบเกี่ยวกับอนาคตอย่างรุนแรงไปแทน ช่วงมัธยม ๕ ผมรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างยิ่งกับการถามตนเองว่าวันหน้าจะเลือกเรียนให้จบปริญญาตรีด้านไหนดี รู้แต่ว่าถ้าคิดจะมีชีวิต อยู่ในระบบทุนนิยมอย่างสบายไม่อายใคร จะอยากหรือไม่อยากเรียนก็ต้องเรียนจะพร้อมหรือไม่พร้อมเลือกก็ต้องเลือกเกือบทุกเย็นผมจะเดินทางกลับบ้านอย่างคนที่รู้สึกหงอยๆ เฝ้าย้ำถามว่าตัวเองเกิดมาทำไม จะเอาสาระอะไรจากชาตินี้ อีกปีกว่าๆจะเอนทรานซ์เข้าคณะอะไรได้ การตอบตัวเองไม่ถูกทำให้ผมค่อยๆหดหู่และซึมเศร้าลงทุกทีนึกเกลียดอนาคตแต่ก็เหมือนถูกเงื่อนไขต่างๆบีบบังคับให้ผูกใจไว้กับอนาคตไม่เลิกหลายวันหลายเดือนเข้า อยู่ๆผมก็เริ่มฉลาดขึ้นหน่อยหนึ่ง คือบอกตัวเองว่าที่ต้องกลัดกลุ้มอยู่กับอนาคตอันมืดมน ก็เพราะปัจจุบันไม่มีไฟให้ความสว่างฉายไปข้างหน้าเหมือนอย่างคนอื่นเขาเพื่อนๆหลายคนคยุ เฟื่องเรอื่ งความตงั้ ใจจะเป็นวศิ วกร จะเป็นหมอ จะเป็นตำรวจแต่ละคนเหมือนถูกอาชีพหนึ่งๆจองตัวไว้แล้ว ก็แค่ค่อยๆเดินตรงไปสู่อ้อมแขนของอาชีพนั้นๆ วันนี้กับวันพรุ่งของพวกเขาเหมือนถูกเชื่อมต่อให้ติดแน่นเป็นอันเดียวกันไม่ต้องเพ่งมองให้เมื่อยก็เห็นชัดถนัดใจอยู่แล้ว

เมื่อจุดมุ่งหมายชัด ชีวิตก็ปรากฏเหมือนโจทย์ที่เข้าใจง่าย ผมตัดสินใจจะหาใจจริงให้เจอ เพื่อวันหน้าจะเอาตัวรอดได้อย่างเพื่อนๆบ้าง ผมพร่ำบอกตนเองว่าชีวิตจะง่าย ถ้าตั้งโจทย์ให้ถูกแต่ให้เด็กอายุ ๑๖-๑๗ หาใจจริงให้เจอ ตั้งโจทย์ชีวิตของตัวเองให้ถูกนี่ยากนะครับ คนแค่หยิบมือเดียวที่มีสิทธิ์รู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆว่าตนมีใจให้กับอะไร อยากทำอาชีพแบบไหน ถึงเวลาคนส่วนใหญ่ก็แค่บอกตัวเองว่า ฉันจะเลือกเรียนคณะนี้ล่ะ!แต่นับหัวได้ที่บอกตัวเองว่า คอยดูเถอะ ต่อไปฉันจะเป็นหมายเลขหนึ่งของวงการนี้!สำหรับผม อย่าว่าแต่คิดแข่งเอาความเป็นหนึ่งกับใคร แค่นึกถึงการเลี้ยงตัวให้รอดก็พะอืดพะอมเต็มกลืนแล้ว ฉะนั้น ก้าวแรกของการแสวงหาใจจริงให้ตัวเองจึงต้องตัดความคิดแข่งขันหรือกระทั่งกวดให้ทันคนอื่นออกไป สิ่งแรกและสิ่งเดียวที่ต้องหาให้เจอคือ ไฟเท่านั้นไฟในความหมายของแรงบันดาลใจ กับไฟในความหมายของแสงสว่างของชีวิต ถ้าเป็นของจริงแท้สำหรับใคร มันต้องเป็นไฟดวงเดียวกัน นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมพบด้วยชีวิตตนเองในเวลาต่อมาครับ

บทประพันธ์โดย : ดังตฤณ (นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ปี ๒๕๕๒)

รวมลิงก์บทความก่อนเกิดเป็นดังตฤณ
แชแนล "ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ"
บน Podcast ► http://apple.co/1WsUqUt
บน YouTube ► http://bit.ly/1YSrFzz

• ตอนที่ ๑ เรื่องส่วนตัวของดังตฤณ
ฟัง https://youtu.be/RpQxFOlF4hU
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_45.html

• ตอนที่ ๒ ใส่บาตรครั้งแรก
ฟัง https://youtu.be/WOolpKCyecs
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_26.html

• ตอนที่ ๓ ไม่มีใครคิดอย่างนี้บ้างหรือ
ฟัง https://youtu.be/PMlxjkuC4Oc
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_8.html

• ตอนที่ ๔ รู้สึกผิดที่เกิดมา
ฟัง https://youtu.be/2fZfnhT1Vx8
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_79.html

• ตอนที่ ๕ ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย
ฟัง https://youtu.be/J2pqdmEEvKI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_77.html

• ตอนที่ ๖ ระลึกชาติ
ฟัง https://youtu.be/QFQSu4kcrfA
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_27.html

• ตอนที่ ๗ ระลึกชาติ (ต่อ)
ฟัง https://youtu.be/csm0Fh5gPyw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_68.html

• ตอนที่ ๘ อนาคตอันมืดมน
ฟัง https://youtu.be/DoGJZqRxk9A
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_93.html

• ตอนที่ ๙ วิถีแห่งเต๋า
ฟัง https://youtu.be/PJ39XAUM3xw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_46.html

• ตอนที่ ๑๐ วิถีแห่งคนโง่
ฟัง https://youtu.be/YkKOtBKvgvI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_14.html

• ตอนที่ ๑๑ พบทาง
ฟัง https://youtu.be/9LCu0Tq6Trk
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_63.html

• ตอนที่ ๑๒ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ฟัง https://youtu.be/GzXSQLO0KtE
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_73.html

ตอนที่ ๗ ระลึกชาติ - ต่อ (ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ)

สำหรับการระลึกชาติของผม อยู่ตรงกลางระหว่างความงมงายกับวิชชาครับ เพราะทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความอยากรู้อย่างไม่พร้อมจะรู้ และโลกนี้ก็เต็มไปด้วยประตู และสะพาน คนเราผูกใจมุ่งหวังสิ่งใด วันหนึ่งก็ต้องเจอประตูหรือสะพานที่จะพาไปสู่สิ่งนั้น เหมือนคนที่สอดส่ายสายตาหาอยู่ เดินไปเรื่อยๆก็ต้องพบ ดังเช่นที่ผมอยากให้ใครสักคนบอกว่าตนเองเป็นใครในอดีตชาติ ทำไมถึงเกิดมา พร้อมกับความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผมก็เจอสะพานเชื่อม กล่าวคือวันหนึ่งคุณครูสอนชีววิทยาชั้นมัธยม ๔ เล่าให้ฟังว่าเพิ่งไปหาคนมีญาณมา คนๆนี้สามารถรู้เห็นเรื่องราวต่างๆได้โดยไม่ต้องรู้จักกันมาก่อน
ผมตื่นเต้นมาก และช่างบังเอิญเสียนี่กระไร บ้านของผู้วิเศษท่านนั้นใกล้บ้านผมแค่คนละฟากถนน ผมจึงพบท่านสมใจอย่างง่ายดาย และคำแรกที่ท่านทัก ทำเอาผมตะลึงจังงัง คือการถามว่าผมเกิดปีแพะหรือเปล่า กับใครคนหนึ่งที่ไม่เคยเจอกัน แต่กลับล่วงรู้เกี่ยวกับตัวเราโดยไม่ทันต้องบอกแน่นอนครับ ผมไม่มีทางอื่นนอกจากเชื่อว่าคนๆนั้นมีญาณจริงสมคำรํ่าลือ นั่นทำให้ไม่ลังเลรีบถามสิ่งที่อยากรู้ที่สุดในชีวิตช่วงนั้น คือชาติอดีตของผมเป็นมาเป็นไปอย่างไร ไฉนชาตินี้จึงรู้สึกขาดๆเกินๆมาตลอดท่านช่วยเข้าสมาธิดูให้ ครู่หนึ่งท่านก็ลืมตาขึ้นมาตอบว่า ขอให้หันมาฝึกปฏิบัติธรรมเถอะนะ แล้วจะรู้ว่าเราน่ะ เป็นใครน่าแปลก อะไรบางอย่างในนํ้าเสียงหนักแน่นเจือเมตตาของท่าน กระชากความรู้สึกของผมให้บังเกิดวูบแห่งความสลดใจอย่างแรง ความคิดผุดขึ้นในหัวทันทีว่า เราไม่ได้เป็นใครเลยน่ะสิ ถึงไม่มีสิทธิ์จำได้!นึกออกไหมครับื ถ้าเราเป็นใครสักคนหนึ่งจริงๆ ทำไมถึงไม่รู้ตัวล่ะ ถ้าเราเป็นใครสักคนหนึ่งจริงๆ ทำไมถึงเหลือแต่ใครอีกคนที่ไม่รู้จักตัวเอง จำตัวเองไม่ได้ ต้องวิ่งโร่มาถามคนอื่นอย่างนี้สรุปคือผมไม่ได้คำตอบเรื่องอดีตชาติจากท่านผู้มีญาณหยั่งรู้ แต่กลับได้ความสลดใจอย่างแรงมาแทน

ตราบใดยังไม่หมดกิเลส ความโง่แบบเก่าแม้หายไปก็มีความโง่แบบใหม่มาแทนที่หรือบางทีความโง่แบบเก่าอาจหายไปเพียงชั่วคราว ไม่นานมันก็แวะเวียนกลับมาอีกช่วงนั้นผมยังไม่ศึกษาพุทธศาสนา ความอยากรู้สารพัดเรื่องจึงไม่สิ้น ผมยังคงแวะเวียนไปหาท่านผู้มีญาณอยู่เรื่อยๆ ประสาชาวโลกที่อยากรู้ชะตากรรมในอนาคตของตนและพอเจอหน้าท่านบ่อยเข้า ในที่สุดก็อยากรู้อดีตชาติขึ้นมาใหม่จนได้ จึงเซ้าซี้ถามอีก ท่านคงเห็นผมอยากรู้ไม่เลิกเสียที จึงอนุเคราะห์ด้วยการตอบสั้นๆว่าผมเคยบวชพระ ชื่อก็โหลๆแบบลูกคนจนทั่วไป ประมาณนายสุขนายสมอะไรเทือกนั้นการฟังคำตอบจากคนที่รู้อะไรจริงๆ มันมีกระแสความจริงยิงมากระทบใจเรา ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองเคยเป็นพระ แต่พอฟังผู้รู้บอก ก็รู้สึกวูบๆวาบๆรำไรเหมือนความเป็นปัจจุบันนั้นหายไปแวบหนึ่ง กลายเป็นใครอีกคนที่แตกต่าง ทว่าชั่วครู่แห่งความอึ้งงันนั้นก็ล่องหนอย่างรวดเร็ว เฉกเช่นความรู้สึกอันเป็นอุปาทานทั้งหลายกลับมาบ้าน ผมเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงชื่อในอดีตชาติด้วยความรู้สึกกึ่งจริงกึ่งฝัน ถามตัวเองแล้วๆเล่าๆว่าเราน่ะหรือเคยเป็นพระ 

ขณะครึ่งหลับครึ่งตื่นในคืนหนึ่ง ผมรู้ตัวว่ากำลังฝัน เหมือนรู้ตัวตามปกติว่าเราเป็นใครคนหนึ่ง คุ้นเคย ไม่แปลกใจที่กายนุ่งห่มจีวร ส่วนใจถูกห่อหุ้มด้วยความเบื่อหน่าย เนือยนาย และอยากวิ่งหนี คล้ายคนขลาด หรือคล้ายคนไร้ความรู้สึก ไม่อินังขังขอบกับอะไรอีก แค่อยากทิ้งทุกสิ่งไปให้หมดเท่านั้นผมตื่นขึ้นงงๆ ทราบว่าฝันไป ทราบว่านั่นไม่ใช่การระลึกชาติ แต่ขณะเดียวกันก็ทราบว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้น เหมือนนิมิตแสดงให้เข้าใจบางสิ่ง เพียงแต่ยังไร้ภาษาอธิบายเป็นคำๆนึกกลัวประสบการณ์ฝันที่ไม่เหมือนฝันนั้นนิดๆ เยี่ยงคนเกรงจะรู้จักตัวเองดีเกินไปและจำต้องยอมรับอะไรที่ไม่น่ายอมรับ เพราะตลอดมาผมหาต้นตอของความรู้สึกผิดฝังจิตฝังใจ ไม่ใช่ต้นตอความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองผมฝันติดๆกันหลายคืน เห็นตัวเองครองจีวร รู้สึกเบื่อหน่าย แล้วก็วิ่งหนี การวิ่งหนีทำให้รู้สึกถึงความขลาด ความเบื่อหน่ายจุกอกทำให้รู้สึกถึงความอยากจะทิ้งพอคิดถึงนิมิตและความรู้สึกเหล่านั้นยามตื่น ผมก็เหมือนตาสว่าง และค่อยๆยอมรับอย่างเข้าใจ ว่าโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตจิตใจยืนพื้นอยู่บนการหลบหนี ความอยากปัดภาระให้พ้นตัว ทั้งที่ภาระยังไม่สิ้น และนั่นก็เป็นที่มาของความรู้สึกผิดอันยากจะอธิบายมาทั้งชีวิต


นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นครับ ผมแค่ได้จิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆมาเพียงสองสามชิ้น เป็นเครื่องหมายบอกเพียงเลาๆ เป็นเค้าเป็นเงาว่า โครงสร้างชีวิตของผมนั้น หากเจาะให้ถึงรากอันเป็นที่มาก่อนเกิด ก็ต้องเริ่มด้วยนิมิตของพระภิกษุ ความเบื่อหน่าย การละทิ้งหน้าที่ และความรู้สึกผิดจากการหลบหนี มันค่อนข้างกระจัดกระจายเหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่อยู่ไกลกัน ขาดตัวเชื่อมให้เห็นความเกี่ยวข้อง ทราบแต่ว่าถ้าหาชิ้นอื่นๆที่เหลือได้ ถึงจะดูรู้เรื่องเป็นรูปใหญ่รูปหนึ่ง


บทประพันธ์โดย : ดังตฤณ (นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ปี ๒๕๕๒)

รวมลิงก์บทความก่อนเกิดเป็นดังตฤณ
แชแนล "ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ"
บน Podcast ► http://apple.co/1WsUqUt
บน YouTube ► http://bit.ly/1YSrFzz

• ตอนที่ ๑ เรื่องส่วนตัวของดังตฤณ
ฟัง https://youtu.be/RpQxFOlF4hU
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_45.html

• ตอนที่ ๒ ใส่บาตรครั้งแรก
ฟัง https://youtu.be/WOolpKCyecs
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_26.html

• ตอนที่ ๓ ไม่มีใครคิดอย่างนี้บ้างหรือ
ฟัง https://youtu.be/PMlxjkuC4Oc
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_8.html

• ตอนที่ ๔ รู้สึกผิดที่เกิดมา
ฟัง https://youtu.be/2fZfnhT1Vx8
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_79.html

• ตอนที่ ๕ ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย
ฟัง https://youtu.be/J2pqdmEEvKI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_77.html

• ตอนที่ ๖ ระลึกชาติ
ฟัง https://youtu.be/QFQSu4kcrfA
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_27.html

• ตอนที่ ๗ ระลึกชาติ (ต่อ)
ฟัง https://youtu.be/csm0Fh5gPyw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_68.html

• ตอนที่ ๘ อนาคตอันมืดมน
ฟัง https://youtu.be/DoGJZqRxk9A
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_93.html

• ตอนที่ ๙ วิถีแห่งเต๋า
ฟัง https://youtu.be/PJ39XAUM3xw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_46.html

• ตอนที่ ๑๐ วิถีแห่งคนโง่
ฟัง https://youtu.be/YkKOtBKvgvI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_14.html

• ตอนที่ ๑๑ พบทาง
ฟัง https://youtu.be/9LCu0Tq6Trk
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_63.html

• ตอนที่ ๑๒ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ฟัง https://youtu.be/GzXSQLO0KtE
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_73.html

ตอนที่ ๖ ระลึกชาติ (ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ)

ถ้าคุณอยากรู้อยากเห็นว่า ชาติที่แล้วฉันเคยเป็นใคร?’ นั่นคือการตั้งโจทย์แบบคนธรรมดา ซึ่งพร้อมจะยึดมั่นถือมั่นว่าเราเป็นใครคนหนึ่ง และวิธีเอาคำตอบก็มักต้องพึ่งพาใครสักคนที่คุณคิดว่าเขารู้ ถ้าเขาบอกว่าเคยเป็นเทวดาหรือมหากษัตริย์ คุณก็โน้มเอียงที่จะเชื่อ แล้วเกิดอุปาทานยึดมั่น จดจำไว้ว่าตัวเองเป็นเทวดา เป็นมหากษัตริย์ แต่หากคำตอบจากเขาไม่น่าชื่นใจ เช่น บอกว่าคุณเคยเป็นหมาหรือยาจก คุณก็โน้มเอียงที่จะปฏิเสธ แล้วเกิดทิฐิมานะ เพ่งโทษว่าเขาไม่รู้ ไม่จริง ไม่อยากจดจำ ทั้งหลายทั้งปวงก็เพราะมนุษย์เราโน้มเอียงที่จะสำคัญตนว่าเป็นผู้ประเสริฐ ก็ในเมื่อเห็นอยู่ว่าเป็นคน มีสองแขนสองขาสง่างามออกอย่างนี้ ครั้งหนึ่งจะเคยเป็นหมูเป็นหมาไปได้อย่างไร น่าจะเคยเป็นเทวดานางฟ้าเสียมากกว่า

ฉะนั้น ความอยากรู้เรื่องอดีตชาติของคนทั่วไป จึงเป็นไปเพื่อเพิ่มอุปาทาน และไหลเวียนอยู่ในวังวนทุกข์ วังวนแห่งความมีตัวตนอะไรอย่างหนึ่งอยู่ร่ำไป แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณอยากรู้อยากเห็นว่า ภาวะทางกายใจอย่างนี้ ตลอดจนชะตากรรมที่ต้องเผชิญอย่างนั้น ไหลมาจากกรรมแบบไหน นั่นจะเป็นการตั้งโจทย์แบบเดียวกับพระพุทธเจ้า ซึ่งเปิดช่องทางได้คำตอบที่ถูกต้อง กับทั้งช่วยให้เห็นโอกาสยุติทุกข์ ยุติโศก ยุติการเดินทางไกลที่น่าเหน็ดหน่ายได้อีกด้วย ที่กล่าวเช่นนี้ ก็เพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นองค์อรหันต์ผู้ปราศจากอวิชชาบดบังได้นั้น ท่านตั้งต้นจากการน้อมพิจารณาเข้ามาในความเป็นปัจจุบัน เห็นตามจริงอย่างที่เป็นอยู่ว่า กำลังหายใจออกหรือหายใจเข้า หายใจยาวหรือหายใจสั้น และลมหายใจดำเนินไปในกายนั่งที่ตั้งตรง มิใช่คดงอ ไม่แตกต่างจากที่คุณก็รู้ได้ในขณะนี้เช่นกัน

เมื่อตั้งต้นจากความจริงได้ ก็ย่อมสืบไปหาความจริงได้ ท่านระลึกรู้ความจริงอันเป็นปัจจุบันกระทั่งรวมลงเป็นฌาน ดวงจิตแปรจากภาวะนึกๆคิดๆเป็นภาวะสว่างจ้าประดุจดวงอาทิตย์ จากนั้นจึงถอยออกจากฌานกลับมาสู่สภาพที่สามารถพิจารณาเห็นความจริงทางกายใจได้ ราวกับมองดูวัตถุอื่นอันเป็นต่างหาก ท่านตรวจดูกายใจอย่างมีเหตุผล คือน้อมพิจารณาว่าอยู่ๆกายใจนี้ปรากฏเองลอยๆไม่ได้ ต้องมีเหตุปัจจัยนำมา ซึ่งนั่นเอง นิมิตจึงปรากฏในห้วงมโนทวารของท่าน เห็นชัดแจ้งว่าก่อนจะเข้าสู่ภาวะนั่งสมาธิเช่นนั้น กายใจนี้ไปทำอะไรมาบ้าง ไล่ตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ไปจนกระทั่งเมื่อวาน เมื่ออาทิตย์ก่อน เมื่อเดือนก่อน เมื่อปีก่อน เมื่อสิบปีก่อน ฯลฯ ไล่ไปเรื่อยกระทั่งระลึกได้แม้รายละเอียดความทรงจำครั้งแรกเกิด ซึ่งหมายความว่าเข้าสู่กระบวนการหยั่งรู้วาระแรกแห่งชีวิต

จากนั้นญาณหยั่งรู้จึงปฏิรูปเป็นการเห็นที่มาของการเริ่มชีวิต นั่นคือกุศลกรรมเก่าแต่ปางก่อน ส่งให้ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นผู้มีศักยภาพสูง ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ท่านระลึกได้หนึ่งชาติ สองชาติ สามชาติ ร้อยชาติ พันชาติ หมื่นชาติ กระทั่งเป็นอนันตชาติ รู้ที่มาที่ไปของตนเองอย่างลึกซึ้งว่าได้ตั้งความปรารถนา กับทั้งบำเพ็ญบารมีมาเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย การเปลี่ยนจากความไม่รู้เรื่องที่มาของตนเอง มาเป็นรู้แจ้งเรื่องที่มาของตนเองอย่างนี้ เรียกว่าวิชชาขั้นต้น มีชื่อเฉพาะคือ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณเมื่อทราบว่ากายใจแห่งความเป็นตัวตนอย่างนี้ มิใช่มีอยู่หนึ่งเดียว กับทั้งสืบสายกันเป็นลูกโซ่ การตายจากภพหนึ่ง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเกิดใหม่ในอีกภพหนึ่ง ท่านก็พิจารณาต่อไปด้วยอำนาจญาณ เล็งเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรมที่ทำในแต่ละภพ เมื่อภพใดมีน้ำหนักของความคิด คำพูด และการกระทำอันเป็นกุศลมากกว่าอกุศล ก็ย่อมเป็นแรงส่งให้ขึ้นสูงและเป็นสุข แต่หากเป็นตรงข้าม ทำชั่วมากกว่าทำดี ก็จะเป็นแรงถีบให้ลงต่ำและเป็นทุกข์

การเปลี่ยนจากความไม่รู้เรื่องการเกิดตายตามกรรม มาเป็นรู้แจ้งเรื่องของการเกิดตายตามกรรมอย่างนี้ เรียกว่าวิชชาขั้นกลาง มีชื่อเฉพาะคือ จุตูปปาตญาณจากนั้น ท่านจึงพิจารณาว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็ด้วยความไม่รู้ และหลงยึดไปเองว่ากายใจในแต่ละภพเป็นตัวตน ไม่รู้เลยว่าที่แท้แล้วกายใจเป็นทุกข์ เป็นโทษ ปราศจากจุดเริ่มต้น และจะไม่มีทางยุติลงด้วยความบังเอิญ ทางเดียวที่จะสิ้นสุดความทุกข์ ก็คือต้องรู้ความจริงขั้นสูงสุดว่ากายใจเป็นทุกข์ ไม่ควรที่จะหลงอุปาทานยึดมั่นถือมั่น การเปลี่ยนจากความไม่รู้เรื่องทุกข์และการดับทุกข์ มาเป็นรู้แจ้งเรื่องทุกข์และการดับทุกข์ กระทั่งเข้าถึงมหาสมุทรแห่งความว่างอันเป็นอมตะ เรียกว่า นิพพานอย่างนี้ เรียกว่าวิชชาขั้นสูงสุด มีชื่อเฉพาะคือ อาสวักขยญาณสรุปที่กล่าวมาทั้งหมด คือ การรู้อดีตชาติด้วยตนเองจัดเป็นวิชชาขั้นต้น อันจะนำไปสู่วิชชาขั้นสูงสุด ส่วนการรู้อดีตชาติจากการฟังคนอื่นบอก ถือเป็นความงมงายก้าวแรก อันจะนำไปสู่ความงมงายก้าวต่อๆไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด

บทประพันธ์โดย : ดังตฤณ (นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ปี ๒๕๕๒)

รวมลิงก์บทความก่อนเกิดเป็นดังตฤณ
แชแนล "ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ"
บน Podcast ► http://apple.co/1WsUqUt
บน YouTube ► http://bit.ly/1YSrFzz

• ตอนที่ ๑ เรื่องส่วนตัวของดังตฤณ
ฟัง https://youtu.be/RpQxFOlF4hU
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_45.html

• ตอนที่ ๒ ใส่บาตรครั้งแรก
ฟัง https://youtu.be/WOolpKCyecs
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_26.html

• ตอนที่ ๓ ไม่มีใครคิดอย่างนี้บ้างหรือ
ฟัง https://youtu.be/PMlxjkuC4Oc
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_8.html

• ตอนที่ ๔ รู้สึกผิดที่เกิดมา
ฟัง https://youtu.be/2fZfnhT1Vx8
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_79.html

• ตอนที่ ๕ ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย
ฟัง https://youtu.be/J2pqdmEEvKI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_77.html

• ตอนที่ ๖ ระลึกชาติ
ฟัง https://youtu.be/QFQSu4kcrfA
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_27.html

• ตอนที่ ๗ ระลึกชาติ (ต่อ)
ฟัง https://youtu.be/csm0Fh5gPyw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_68.html

• ตอนที่ ๘ อนาคตอันมืดมน
ฟัง https://youtu.be/DoGJZqRxk9A
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_93.html

• ตอนที่ ๙ วิถีแห่งเต๋า
ฟัง https://youtu.be/PJ39XAUM3xw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_46.html

• ตอนที่ ๑๐ วิถีแห่งคนโง่
ฟัง https://youtu.be/YkKOtBKvgvI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_14.html

• ตอนที่ ๑๑ พบทาง
ฟัง https://youtu.be/9LCu0Tq6Trk
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_63.html

• ตอนที่ ๑๒ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ฟัง https://youtu.be/GzXSQLO0KtE
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_73.html

ตอนที่ ๕ ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย (ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ)

เริ่มจากความไม่พอใจในชีวิตตนเอง นำไปสู่ความอยากรู้เหตุแห่งความไม่น่าพอใจ ความอยากระลึกชาติของผมจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ บางวันรู้สึกเหมือนอกจะแตกตายเพราะความอยากรู้ คิดเลยว่าให้แลกด้วยอะไรก็ยอม ขอให้ได้ทราบที่มาที่ไปของตัวเองเถอะ ครั้งนั้นผมไม่ตระหนักหรอกว่าความจริงเกี่ยวกับ ชาติก่อนเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน เอาอย่างนี้แล้วกัน ขอเพียงมีคนแค่ครึ่งโลกรู้ความจริงเกี่ยวกับอดีตชาติของตนเอง โลกนี้จะไม่มีอาชญากรรม ไม่มีสงคราม และอาจเหลือศาสนาพุทธเพียงศาสนาเดียว! เหตุใดจึงเป็นไปได้ขนาดนั้น เอาล่ะ! สมมุติว่าคุณระลึกชาติได้ เห็นตนเองเคยยากจนข้นแค้นในชาติก่อน ทว่าในชาติอันกันดารเหลือร้ายนั้นเอง คุณกลับมีน้ำใจมีความโอบอ้อมอารี แล้วก็ไม่คิดโกงใคร ไม่อยากขโมยของใคร คุณจะเห็นนิมิตแห่งความดีที่ทำทั้งชีวิตนั้นเอง ปรากฏเป็นแสงสว่าง มีความน่าอบอุ่นใจ มีความน่ายินดี อันเสมอกันกับผลที่ปรากฏในชาตินี้ คือเกิดมามีอันจะกิน ได้รับความเอื้อเฟื้อต่างๆนานา แถมทรัพย์สินก็ไม่วิบัติด้วยน้ำมือโจรหรือโดยภัยทางธรรมชาติใดๆ พูดง่ายๆ การระลึกชาติอาจช่วยให้คุณเห็นชัดว่าตัวเองพ้นจากความยากจนมาสู่ ความมั่งมีได้เพราะทานและศีล หากระลึกชาติได้จริง ยิ่งมากชาติขึ้นเท่าไร คุณก็จะยิ่งรู้ซึ้งว่าสัตว์โลกย่อมเป็น ไปตามกรรม สมดังเช่นที่พระพุทธเจ้าตรัสชี้ไว้จริงๆ ไม่มีใครคอยกลั่นแกล้งกำหนดชะตา ไม่มีใครคอยบงการให้คุณทำดีทำชั่ว จะเดินบนเส้นทางกรรมวิบากสายใดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเองในแต่ละชาติทั้งสิ้น! เมื่อตระหนักว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แล้วใครจะไม่ขยันทำดี และใครเล่าจะกล้าทำชั่ว

นอกจากนั้น คุณจะพบว่ามีเพียงศาสนาพุทธ ที่สาธยายความจริงเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดตามกรรม ตลอดจนบอกวิธี ดับกรรมเพื่อยุติทุกข์ หยุดเวียนว่ายตายเกิดเสียทีแต่เพราะคนเราระลึกชาติไม่ได้ ต้องเล่นตามเกมสังสารวัฏ คือเกิดใหม่ลืมหมดดังนั้น ทั้งอาชญากรรม ทั้งสงคราม และทั้งลัทธิความเชื่อต่างๆจึงเกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ไม่หยุดหย่อน ลากจูงกันและกันว่ายวนในทะเลทุกข์ไปเรื่อยสำหรับผม ความไม่พอใจในตนเอง พอมาบวกเข้ากับความจดจ่ออยากรู้วิธีระลึกชาติ ก็ทำให้ใจไม่อยู่กับปัจจุบัน ไม่พอใจในสิ่งที่กำลังอยู่ตรงหน้า แล้วกลายเป็นชนวนให้ฝันเฟื่องโดยไม่รู้ตัว พร้อมจะเข้าไปมีอารมณ์ร่วมกับหนัง ละคร และนวนิยายได้เต็มเหนี่ยวทุกเมื่อ เมื่ออยู่ ป.๕ เพื่อนสนิทคนหนึ่งแต่งนิยายกำลังภายในและเอามายื่นให้ผมอ่านผมพบว่ามันสนุกอย่างน่าทึ่ง และกระทุ้งให้คิดว่าถ้าเพื่อนเราเขียนได้ แล้วทำไมเราจะเขียนไม่ได้ลงมือเขียนเรื่อยเปื่อย และพอขึ้น ป.๖ ผมก็มีแฟนนิยายเข้าคิวรออ่านกันเป็นทิวแถว ตั้งแต่พี่สาวสองคนในบ้าน ไปจนกระทั่งเพื่อนร่วมชั้นร่วมครึ่งห้องที่โรงเรียน ความปลื้มกับการมีแฟนคลับทำให้เกิดกำลังใจในการเขียนไม่หยุดและจากแรงบันดาลใจให้หัดเขียนนิยาย ก็กลายเป็นการค้นพบว่าชีวิตคนใช่จะต้องเป็นเรื่องจริงเสมอไป เมื่อเขียนถึงละครตัวไหน ใจเราก็อยู่กับความเป็นอย่างนั้น รู้สึกเป็นจริงเป็นจังไปตามนั้น หน้าตาและชื่อนามสกุลในโลกความจริงเหมือนหายไป ราวกับมีเมฆหมอกอาถรรพณ์ก้อนใหญ่ก่อตัวขึ้นในหัวของเราและเราก็เข้าไปอยู่ในเมฆหมอกนั้น เพื่อกลายเป็นคนโน้นทีคนนี้ที ในโลกของนิยายผมเป็นใครได้หลายคนโดยไม่ต้องตายแล้วเกิดใหม่ จึงช่วยลดความไม่พอใจในตนเองลง กับทั้งลดระดับความอยากรู้อยากเห็นอดีตชาติได้มากถ้าคิดในแง่ของอายุขัย นิยายก็อาจเป็นความจริงยิ่งกว่าชีวิตของพวกเราเสียอีก เพราะคนเราอายุไม่ถึงร้อยปีก็ตาย ส่วนนิยายอาจยืนยงคงกระพันหลายร้อยหลายพันปี ถ้าคนเขียนฝีมือดีน่าจดจำได้เท่าเช็กสเปียร์

การเขียนนิยายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพนักเขียน แต่ไม่ได้เป็นจุดจบของความเบื่อหน่าย ผมได้โลกใหม่มาทั้งใบ เพียงเพื่อจะพบในเวลาไม่นานว่าผมไม่ได้เป็นเจ้าของโลกใบนั้นเลย ในเมื่อผมไม่มีความสามารถจะเขียนได้ตลอดเวลา และก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่ผมและแฟนคลับจะพอใจในผลงานแต่อย่างไรก็ตาม การคร่ำหวอดอยู่ในวงการนิยายนั่นเอง ที่ช่วยให้ผมเข้าใจว่าความเชื่อมีอิทธิพลกับเราเหนือ ความจริงเพราะไม่ว่าความเชื่อจะมาจากประสบการณ์จริงหรืออ่านเอาจากนิยาย มันก็มีส่วนผลักดันให้เราลุกขึ้นทำดีลงมือทำร้าย หรือกระทั่งตั้งโจทย์สำคัญให้กับชีวิตที่เหลืออย่างถูกทางได้

บทประพันธ์โดย : ดังตฤณ (นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ปี ๒๕๕๒)

รวมลิงก์บทความก่อนเกิดเป็นดังตฤณ
แชแนล "ก่อนเกิดเป็นดังตฤณ"
บน Podcast ► http://apple.co/1WsUqUt
บน YouTube ► http://bit.ly/1YSrFzz

• ตอนที่ ๑ เรื่องส่วนตัวของดังตฤณ
ฟัง https://youtu.be/RpQxFOlF4hU
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_45.html

• ตอนที่ ๒ ใส่บาตรครั้งแรก
ฟัง https://youtu.be/WOolpKCyecs
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_26.html

• ตอนที่ ๓ ไม่มีใครคิดอย่างนี้บ้างหรือ
ฟัง https://youtu.be/PMlxjkuC4Oc
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_8.html

• ตอนที่ ๔ รู้สึกผิดที่เกิดมา
ฟัง https://youtu.be/2fZfnhT1Vx8
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_79.html

• ตอนที่ ๕ ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย
ฟัง https://youtu.be/J2pqdmEEvKI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_77.html

• ตอนที่ ๖ ระลึกชาติ
ฟัง https://youtu.be/QFQSu4kcrfA
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_27.html

• ตอนที่ ๗ ระลึกชาติ (ต่อ)
ฟัง https://youtu.be/csm0Fh5gPyw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_68.html

• ตอนที่ ๘ อนาคตอันมืดมน
ฟัง https://youtu.be/DoGJZqRxk9A
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_93.html

• ตอนที่ ๙ วิถีแห่งเต๋า
ฟัง https://youtu.be/PJ39XAUM3xw
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_46.html

• ตอนที่ ๑๐ วิถีแห่งคนโง่
ฟัง https://youtu.be/YkKOtBKvgvI
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_14.html

• ตอนที่ ๑๑ พบทาง
ฟัง https://youtu.be/9LCu0Tq6Trk
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_63.html

• ตอนที่ ๑๒ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ฟัง https://youtu.be/GzXSQLO0KtE
อ่าน http://dungtrinanswer.blogspot.com/2016/04/blog-post_73.html