วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562

ก่อนนอนไม่คิดอะไรเลย พอหัวถึงหมอนก็หลับเลย แบบนี้มีสติหรือเปล่า


ดังตฤณ : จริงๆ ก็เป็นสติแบบหนึ่ง เป็นความเคยชิน 
สมองนี่ถูกเทรน (Train : ฝึกฝน) ไว้ยังไง
สร้างความเคยชิน สะสมนิสัยก่อนหลับไว้อย่างไร ก็จะทำงานอัตโนมัติ

อย่างกรณีนี้ ถ้าเป็นประเภทที่ทำงานมาทั้งวัน
เหนื่อยแล้ว ไม่คิดอะไรมากดีกว่า พอรู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย
คือร่างกายของคนที่พร้อมจะหลับ เวลาที่อ่อนเพลีย
จะไม่อนุญาตให้เราฟุ้งซ่านอะไรมาก คิดอะไรต่อ
แต่จะเหมือนกับดับสวิตช์ แล้วก็หายไปเลย
ซึ่งหลายคนจะติดใจ กับภาวะแบบนั้น เพราะว่าทำให้รู้สึกว่า
ได้เข้าสู่ภาวะอะไรอย่างหนึ่งของชีวิต ที่ดีกว่าตอนตื่น
ที่ฟุ้งซ่านวุ่นวาย ต้องแบกภาระอะไรต่างๆ

ทีนี้ผมอยากให้สังเกตด้วย ตั้งข้อสังเกต
ตอนที่เราหัวถึงหมอนแล้ว หลับทันทีนี่ มีอยู่สองอย่าง
คือหลับลงไปในแบบที่รู้สึกว่าง สบาย
แล้วก็มีความรู้สึกว่าเป็นการหลับ พัก ที่เต็มอิ่ม
กับอีกอย่าง คือ หลับไปแล้ว ฝันมั่วเลย ฝันมั่วทันที
มีอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาดักอยู่เต็มหัวเลย

ถ้าเราสามารถที่จะอ่านตัวเองออกว่า
การหลับของเราเป็นการหลับแบบดี จิตพร้อมที่จะมีความนิ่งสบาย
หรือหลับแบบพร้อมที่จะว้าวุ่น เหมือนเข้ารกเข้าพง
เราก็จะสามารถที่จะตื่นขึ้นมาแล้วบอกตัวเองได้ว่า
ก่อนหลับเรายังหลับแบบไม่มีคุณภาพ หรือว่า หลับแบบมีคุณภาพแล้ว
อันนี้ก็ไปเทียบเคียงกันได้ แค่เทียบเคียงนะ ไม่ใช่เหมือนเสียทีเดียวนะ

เทียบเคียงกันได้กับช่วงที่จะตายไปนั่นแหละ
ถ้าตายไปในแบบที่ว้าวุ่น เหมือนเข้ารกเข้าป่า
กรณีนี้เสี่ยงมากๆ เลย ที่จะไปไม่ดี เพราะอะไร
เพราะว่าภาวะของสมองที่ว้าวุ่นก่อนตาย มักจะคัดเลือก
หยิบเอาแบบสุ่ม ความทรงจำแบบไม่ค่อยจะดี หรือว่าเลอะเลือน
มาทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่ดีกับตัวเองได้
เพราะวันๆ คนเราไม่ค่อยเจอเรื่องดีกันเท่าไหร่
ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบพาสซีฟ (
Passive : อยู่เฉยๆ, ไม่ดิ้นรน)
พาสซีฟทางธรรม คือเดินออกไปแล้วเจออะไรก็เกิดปฏิกิริยาตามนั้น
นี่คนส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ แล้วโลกนี้ ถามจริงๆ
มีอะไรที่ดี หรือไม่ดีมากกว่ากันที่จะเข้ามากระทบเรา แบบที่เราพาสซีฟอยู่

แต่ถ้าเราเป็นพวกที่แอคทีฟ
(active : กระตือรือล้น)
คือ ตั้งใจทำอะไรดีๆ ให้เกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่ได้เห็นแก่ใครเฉพาะคนใดคนหนึ่งนะ
แต่เรามีความปรารถนาเลยว่า ตื่นขึ้นมาเราจะไม่ให้โลกเหมือนเดิม
จะต้องดีขึ้นเพราะเรา ถ้าเป็นแบบนี้ จะไม่พาสซีฟ แต่จะแอคทีฟ
คือ ไปเห็นอะไรไม่ดี อยากจะเปลี่ยนให้เป็นดี
เห็นคนเดือดร้อน อยากจะช่วยให้เขาหายเดือดร้อน
หรือว่าเห็นคนที่เขาหน้าตาถมึงทึง โกรธขึ้งมา
เราอยากจะเปลี่ยนให้หน้าตาเขายิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น
ด้วยจิตใจของเราที่ดีกว่าเขา เหมือนคนอยู่บนฝั่ง
อยากจะฉุดคนที่อยู่ในน้ำ คนที่ตกน้ำอยู่ ขึ้นมาบนฝั่งให้แห้งตาม อะไรแบบนี้

ถ้าหากว่า เราเป็นพวกที่แอคทีฟ ในทางที่จะทำให้โลกนี้ดีขึ้น
สังเกตเลยว่า กลับมาแล้วถ้าเหนื่อย นอนหลับไปเลย
หัวถึงหมอน นอนหลับเลยนี่ มันจะหลับไปพร้อมกับความรู้สึกสดชื่น
ถึงแม้จะมีความฟุ้งซ่านอยู่ ก็จะเป็นความฟุ้งซ่านแบบสดชื่น
หรือที่เรียกว่า ฝันดี เห็นแต่ภาพอะไรดีๆ ที่คมชัด
เห็นแต่เรื่องราวอะไรที่ ชวนให้เกิดความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสบาย รู้สึกว่าอารมณ์ดี มีความสุข
ก็ขอให้สังเกตตรงนี้ด้วยก็แล้วกัน
อย่าไปสังเกตแค่ว่าหัวถึงหมอนปุ๊บ หลับไปเลย
ตัดสินได้หรือยังว่ามีสติหรือไม่มีสตินะครับ

พระพุทธเจ้า โดยหลักการ ท่านให้ตัดสินว่า
จิตที่เป็นกุศลโดยมากคือ มีความเป็นกุศลมากกว่าความเป็นอกุศลนี่
ใกล้เคียง หรือว่า เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวสติ
พูดง่ายๆ ว่า ถ้าจิตเรามีกุศลมาก
มีแนวโน้มที่จะเกิดสติ เกิดความรู้สึกตัว
เกิดความรู้เท่าถึงการณ์ทางจิตวิญญาณ
ว่าจิตวิญญาณแบบนี้กำลังอยู่ในภาวะเป๋
กำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ กำลังอยู่ในภาวะยู่ยี่
กำลังอยู่ในภาวะมืดบอด
สติตัวนั้นนี่ก็จะ ไม่ยอมให้แล่นไปเรื่อยๆ ถลาไปเรื่อยๆ
ไม่ยอมให้จิตของตัวเองหน้าคว่ำไป
จะพลิกขึ้นมา แล้วก็บอก ไม่เอา ของเมื่อกี้มันน้ำครำ เรามาลงน้ำใสดีกว่า
จะมีสติแบบนี้ขึ้นมาถ้าจิตของเราเป็นกุศลโดยมากระหว่างวันนะครับ!

https://www.youtube.com/watch?v=s5FGxioLtUA
ปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน พลิกสติก่อนตายทันไหม?
17.3.2019

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น