วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วิธีเอาชนะความพอใจในภาวะเสวยสุข

ถาม : คราวที่แล้ว พี่ตุลย์แนะนำให้ดูความสว่างที่เกิดในชีวิตประจำวัน ในการทำงานครับ สิ่งที่ไปสังเกตเพิ่ม คือ เวลาที่ทุกข์แล้ว เกิดความยินร้าย มันเห็น 

รับฟังทางยูทูบ :  https://www.youtube.com/watch?v=w_AeSah8Ijw&list=PLmDLNhxScsWPgGBwXOyHjrsBG1nXTdiXY&index=107   (4:37) 

ดังตฤณวิสัชนา๒๕๕๖ ครั้งที่ ๗ การเจริญสติในชีวิตประจำวันแบบฆราวาส 
๙ กันยายน๒๕๕๖ ที่ ณัฐชญาคลินิก


ดังตฤณ:  มันยึด  
 ถาม : ครับ แต่ว่า ถ้าสุข หรือว่าบางทีกิเลสเกิด แล้วเราชอบ บางทีมันไม่ทัน มันจะทิ้งระยะเวลายาว กว่าจะรู้ได้ครับ   

ดังตฤณ:  พี่ว่ามันไม่ได้ทิ้งนะ คือเราแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเองที่จะเห็น ที่จะเห็นแบบเป็นธรรมชาติ คือมันไปเสวยสุขก่อน คำว่า “เสวย” คือ เข้าไป เข้าไปอิ่มเอมกับตรงนั้นก่อน แล้วค่อยถอนออกมา คือ ไม่ใช่ไม่เห็น มันก็มีอาการเห็นอยู่แหละ เพียงแต่ว่า ยังไม่สามารถเอาชนะความพอใจที่จะเสวยสุข นี่ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ค่อยๆ ดูเข้าไปทีละนิด มันจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เหมือนอย่างเวลาที่เราเหนื่อย เราเพลียจากการทำงาน บางที ร่างกายมันจะเหมือนป้อแป้ๆ แต่ข้างในมันยังสว่างอยู่ได้ รู้สึกไหม 
เดี๋ยว..เอาตรงนี้ก่อน คือรู้สึกอย่างนั้น จริงๆ ใช่ไหม 

ถาม : ครับ 

ดังตฤณ:  ตอนที่รู้สึกว่าร่างกายป้อแป้ๆ แล้วมันยังสว่างอยู่ได้ มันยังสบายอยู่ได้เนี่ย ดูว่า มันมีทุกขเวทนาทางกาย แต่มีสุขเวทนาทางใจ อันนี้มันจะเป็นข้อสังเกตให้เรามองว่า จริงๆ สุขกับทุกข์เนี่ย มันไม่มีอะไรเลย ที่มันมีความสุขทางใจ เพราะใจมันยังสว่างอยู่ได้ แต่ร่างกาย มันมาแสดงความทุกข์ให้ดูควบคู่กันไป เราเห็นแบบนี้ เราจะรู้สึกว่า ให้น้ำหนักทั้งความสุขและความทุกข์เสมอกัน คืออะไรอย่างหนึ่งที่แสดงให้เราเห็น ว่าเนี่ยกำลังปรากฏอยู่ แต่โดยสาระ โดยแก่นสาร มันไม่มีอะไรเลย ต่อให้สุขแค่ไหน ต่อให้มีความรู้สึกน่าพอใจเพียงใดก็แล้วแต่ มันแค่นั้น มันก็แค่นั้น 
  
เนี่ย..ดูจากตัวนี้ มันจะเริ่มค่อยๆ ไม่หลงไปเสวยสุขด้วยอาการขาดสติ และจะเริ่มค่อยๆ เห็นความแตกต่างระหว่างตัวภาวะที่แสนสบาย กับตัวภาวะที่มันอึดอัด ว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ใกล้กันนิดเดียว ในภาวะความเป็นมนุษย์เนี่ย ร่างกายมันหยาบๆ แบบนี้ ส่วนจิต ถ้าหากมันพัฒนาขึ้นมาจนกระทั่งถึงความสว่าง ถึงความเบาได้แล้ว มันก็แค่นั้น มันไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น จะกว้าง จะสว่าง จะสบายแค่ไหน ในที่สุด มันก็เหมือนกับไปได้แค่ความรู้สึกเป็นสุขเท่าที่มันจะเกิดขึ้น แต่เสร็จแล้ว เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนแปลงเป็นอื่น มันก็กลายเป็นความรู้สึกถึงสภาพร่างกายที่มันยอบแย้บ หรือแม้กระทั่งความฟุ้งซ่านมันกลับมา เราก็รู้สึกว่า จิตที่มันเคยเปิดกว้าง มันคับแคบลงมา มีอยู่แค่นี้เอง  

ดูโดยความเป็นเนื้อหาที่แท้จริง ของความสุข คือ ไม่ใช่ไป .. อย่างเมื่อกี๊น้องบอกว่า สังเกตไม่ทัน มันเสวยสุขเข้าไปแล้ว ตัวนี้มันเป็นเพราะว่า เรายังรู้สึก ว่าความสุขเป็นของแปลกใหม่อยู่วันยันค่ำ แต่ก่อนมันยังไม่สุขถึงขนาดนี้ หรือว่าสุขขนาดนี้ แต่ไม่นานขนาดนี้ ไม่เนียนขนาดนี้ มันก็เลยเกิดความติดใจ หรือเกิดความเห็นว่าเป็นของพิเศษ แต่นี่ที่พี่ชี้ให้ดู  ก็คือว่า ดูควบคู่ตอนที่เรารู้สึกเหมือนว่าทำงานมาเหนื่อยๆ แย่ๆ ให้เห็นว่า ทุกขเวทนากับสุขเวทนา จริงๆ แล้วในภาวะของมนุษย์มันเฉียดกันอยู่นิดเดียวนะ 

ถาม : ขอบคุณครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น