วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563

จะเป็นพระโสดาบันได้ ต้องมีประสบการณ์เนสัชชิกไหมคะ?



ดังตฤณ :  ไม่จำเป็นนะครับ เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านกล่าวถึงความเป็นโสดา โดยความเป็นผู้รู้เข้ามาว่ากายใจนี้ ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

อย่างนางวิสาขาตอน ๗ ขวบได้พบพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมแล้วก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน ต่อมาเธอก็มีครอบครัวมีลูก มีลูกเยอะด้วย ก็แสดงให้เห็นว่า เรื่องของการบรรลุธรรมเป็นเรื่องของมุมมองทางจิต ไม่ใช่การปฏิบัติทางกาย

การปฏิบัติทางกาย คือเอาแค่ว่า ณ ช่วงที่จะได้โสดาปัตติผล ต้องมีสัมมาทิฏฐิ ตั้งความเห็นไว้ถูก ไม่มีดำริในกาม คือหมายความว่า ไม่คิดไปในเรื่องกามคุณในช่วงนั้น ไม่เอากายเข้าไปแตะต้อง ไม่เอาจิตเข้าไปตรึกนึกอะไรแบบนั้น แล้วก็มีความเพียร มีอะไรต่างๆขึ้นมา พูดง่ายๆว่าตั้งต้นด้วยสัมมาทิฏฐิ ลงท้ายด้วยสัมมาสติ สัมมาสมาธิ

คือถ้ามีจิตที่ทรงพลังมาพอที่จะเห็นว่า กายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนจริงๆ แม้ในวินาทีนี้ที่เรานึกว่ามีความคิดของเรา มีคำพูดของเราอยู่ จริงๆแล้วมันเป็นแค่สภาวะผ่านมาผ่านไป ปรุงแต่งขึ้นมาชั่วขณะ ไม่เคยซ้ำกันเลย แต่ที่เรานึกขึ้นมาว่าเป็นตัวเดิม ก็เพราะว่ามีการสืบสันตติ หรือว่ามีการสืบเนื่องกันไหลเป็นสายน้ำ

ทีนี้ถ้าหากว่า สติของเรามันมีความคมมากพอที่จะตัดภาพการเห็นว่ามันต่อเนื่องเป็นตัวเดียวกัน เห็นเป็นขณะๆ เห็นขณะดับ แล้วไม่เกิดความรู้สึกว่า สิ่งใดที่มันดับล่วงไปแล้วเป็นตัวเรา อันนั้นแหละมันก็จะมีสิทธิ์รวมลงถึงฌาน แล้วก็บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลขึ้นมา ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเรื่องเนสัชชิกนะครับ

แต่เนสัชชิกเป็นอุบายธรรม สำหรับคนที่เหมาะสมที่จะทรมานตัวเอง ทรมานจิต เผากิเลสให้มันลดลง หรือว่ามอดไหม้ไปในแบบที่จะมีดำริในกาม หรือว่ามีความอยากโน่นอยากนี่ อันเป็นเหตุให้การเจริญสติเนิ่นช้านะครับ

------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑๘ เมษายน ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         จะเป็นพระโสดาบันได้ต้องมีประสบการณ์เนสัชชิกไหมคะ?
ระยะเวลาคลิป           ๒.๔๗ นาที
รับชมทางยูทูบ          https://www.youtube.com/watch?v=GLyjD9vNZVc&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=18

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น