วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

การจะให้เห็นสภาพเป็นโครงกระดูกนั้น เราจะต้องคิดนำไปก่อนใช่ไหมคะ?

 ดังตฤณ :  คิดนิดเดียวนะ คิดในแง่นึกถึงความจริงที่จะนำไปสู่การมีสติรู้
ผัสสะอันเป็นปัจจุบัน

ผัสสะอันเป็นปัจจุบันคืออะไร? คืออิริยาบถนอน ร่างกายเต็มๆ ที่มีน้ำหนักวางนอนลงบนฟูกนอน นั่นแหละ ที่มันเป็นผัสสะอันเป็นปัจจุบัน ที่เป็นของจริง ของจริงปรากฏเป็นยังไงบ้าง เริ่มต้นขึ้นมาอาจจะรู้ว่ามีแผ่นหลังวางราบลง มีส่วนของศรีษะซึ่งเป็นกะโหลก มีรูปพรรณสัณฐานที่เป็นทรงเรียวขึ้นมาเหนือบ่า ต่อกับลำตัว เป็นรยางค์แขน เป็นรยางค์ขา นี่อันนี้เรียกว่าความจริง

ที่บอกว่าคิดนำ ไม่ใช่คิดจินตนาการ แต่คิดถึงผัสสะอันเป็นปัจจุบัน ที่มีแผ่นหลังวางราบอยู่กับที่นอน แล้วก็มีหัว มีแขน มีขา เนี่ยคิดถึงความจริง ตัวที่นำไปก็คือ การมีเจตนาเล็งหาความจริงทางกาย ไม่ใช่จินตนาการนึกถึงกาย

ถ้าจินตนาการเนี่ย ร่างกายมันจะปรากฏอยู่ข้างบน ร่างกายมันจะเหมือนกับเป็นจินตภาพที่ลอยอยู่ในอากาศแบบเดียวกับเรานึกฝันถึงสิ่งที่เราอยากได้ เราอยากมี เราอยากดี เราอยากเป็น ไม่แตกต่างกันเลยนะครับ อันนั้นคือการคิดแบบจินตนาการ

แต่ถ้าคิดแบบทำให้สติมันเข้ามาอยู่กับกายอยู่กับใจ มันจะรู้สึกถึงน้ำหนักตามจริง มันจะรู้สึกถึงมวลของร่างกายตามจริง มันจะรู้สึกถึงก้อนเลือดก้อนเนื้อ ที่มีโครงกระดูกเป็นแก่นเป็นพื้นฐานอยู่

ถ้าเราจินตนาการถึงโครงกระดูกอย่างเดียว มันจะได้แค่แวบๆ แต่ถ้ามีสภาพอิริยาบถปัจจุบันที่เป็นอิริยาบถนอนรองรับเป็นพื้นฐานอยู่ก่อน เวลาเราเห็นกระดูกขึ้นมา มันจะเห็นเป็นกระดูกจริงๆ เลยนะครับ มันจะเห็นแบบชัดต่อเนื่องยาวนาน แล้วก็เป็นจริงเป็นจังยิ่งกว่าที่เราเอาแก้วตาไปดูกระดูกคนอื่นอีก เพราะเวลาเอาแก้วตาไปดูกระดูกคนอื่นเนี่ยนะ โฟกัสสายตาจะเลื่อนไปเลื่อนมาใช่มั้ย มันก็จะเห็นเหมือนกับเห็นจุดโน้นจุดนี้บ้าง เห็นทั้งตัวบ้าง หรือไม่ก็ทั้งๆ ที่เล็งตาไป แต่ว่าใจไปคิดเรื่องอื่น เห็นภาพอื่นในหัว

แต่ถ้าเราเห็นกระดูกในท่านอนของตัวเองเนี่ย มันเห็นแจ่มกระจ่างด้วยจิตที่มันนิ่ง มันว่าง มันเบาคงเส้นคงวาต่อเนื่องหลายนาที หรือบางคนอาจจะได้เป็นชั่วโมงก็มีนะครับ มันต่างกันเยอะ แล้วเป็นการเห็นที่ไม่คลาดเคลื่อน

การเห็นแบบคงเส้นคงวามันมีหลายแบบ คงเส้นคงวาในระดับชั่วคราวก็อาจจะแค่สิบวินาที หรือว่าครึ่งนาที หรือว่าห้านาทีอะไรแบบนี้ เป็นขณิกสมาธิ

แต่ถ้าจิตเริ่มรวม เริ่มรวมนิ่ง แล้วก็แผ่ออกกว้างเป็นอุปจารสมาธิ แบบนี้จะเห็นใสครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงอะไรแบบนี้นะครับ คือมันมีอาการกว้างออกไปบ้าง แล้วแคบเข้ามาบ้าง

อุปจารสมาธิไม่ได้เป็นจิตที่นิ่งว่างสว่างคงเส้นคงวาตลอดนะครับ บางทีมันกว้างบ้าง มันแคบบ้าง แต่ถ้าเป็นฌานจะนิ่ง แล้วก็กว้างแบบไม่มีขอบเขตต่อเนื่องเลย ยาวเป็นชั่วโมงนะครับ

ซึ่งคุณภาพของจิต ความคงเส้นคงวาของจิตนี่แหละ ที่มันจะเป็นตัวยืนยัน เป็นตัวคอนเฟิร์ม(confirm)กับเราว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเห็นจริง ไม่ใช่แค่นิมิตหลอก ไม่ใช่แค่คิดว่าเห็น แต่มันเห็นออกมาจากความแจ่มกระจ่างของภาวะทางใจ ซึ่งแตกต่างจากภาวะคิดๆ นึกๆ หรือฟุ้งซ่านเอานะครับ

ถ้ามันไม่มีการคิดเล็งไปดูอะไรสักอย่างหนึ่งเนี่ยนะ ของสิ่งนั้นไม่มีทางปรากฏ เพราะว่าจิตจะเห็นอะไรจะรู้อะไร มันเป็นไปตามการเหนี่ยวนำของความคิด อยู่ดีๆ มันจะไปรู้อะไรเองโดยอัตโนมัติไม่ได้หรอกนะครับ

----------------------------------------

๒๖ กันยายน ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน แก้โรคนอนไม่หลับด้วยกระดูกข้อมือ?

คำถาม : การจะให้เห็นสภาพเป็นโครงกระดูกนั้น เราจะต้องคิดนำไปก่อนใช่ไหมคะ?

ระยะเวลาคลิป       ๕.๒๕ นาที
รับชมทางยูทูบ    https://www.youtube.com/watch?v=UPiFtyOJyQ0&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=7

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น