วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

(เกริ่นนำ) ฝึกรู้กายใจ ที่ตั้งปฏิจจสมุปบาท


ดังตฤณ :  สวัสดีครับทุกท่าน พบกับรายการปฏิบัติธรรมที่บ้านคืนวันเสาร์สามทุ่ม

คืนนี้เราจะมาดูคลิป ฝึกรู้กายใจ ที่ตั้งปฏิจจสมุปบาท อย่างที่นัดหมายกันไว้ก็มาตามนัดนะครับ ก็เกือบไม่เสร็จเหมือนกัน เสร็จชั่วโมงสุดท้ายนะครับ

ความสำคัญของการเข้าใจปฏิจจสมุปบาทนะครับ หลายท่านเข้าใจว่า เราเรียนรู้ไปเพื่อที่จะจดจำ แล้วก็มีสุตมยปัญญาที่ถูกต้อง มีจินตามยปัญญาที่ตรงทิศตรงทาง ไม่หลงไปนอกทาง

แต่จริงๆแล้ว ปฏิจจสมุปบาทมีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนนะครับ อย่างที่เดี๋ยวผมจะยกให้ดูในคลิปนะครับ

ท่านบอกว่า ถ้าเจริญกาย กายานุปัสสนามาจนกระทั่งได้ถึงระดับที่จิตเริ่มจะพ้นกายออกไป ควรจะต่อยอดด้วยการเจริญปฏิจจสมุปบาทธรรมให้ดีนะครับ ท่านตรัสไว้อย่างนี้

แล้วก็การเจริญปฏิจจสมุปบาทไม่ใช่มานั่งท่อง ไม่ใช่มานั่งไล่ตามลำดับนะครับว่า อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ ถ้าเราท่องอยู่อย่างนี้ ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องของปฏิจจสมุปบาทนะครับ

แต่ถ้าหากว่าเราเห็นด้วยการเจริญสติตามหลักการที่พระพุทธเจ้าท่านแสดงไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตร หรือว่าจะแยกออกมาเป็นส่วนๆเป็น กายคตา หรือว่าจะเป็นการดูเวทนา การดูจิตก็แล้วแต่เนี่ยนะครับ เมื่อเราทำได้ถึงจุดหนึ่ง มันสามารถจะมาพิจารณา กายนี้ใจนี้โดยความเป็นปฏิจจสมุปบาทได้ คือ เพราะสิ่งนี้มีเช่น มีผัสสะกระทบ จึงเกิดตัวความสุขความทุกข์ หรือว่าเวทนาขึ้นมา ด้วยเวทนามันถึงทำให้เกิดความอยากได้ อยากมี อยากดี อยากเป็น แล้วก็นั่นแหละเป็นที่ตั้งของอุปาทาน เป็นที่มั่นของอุปาทานว่า มีเราอยู่จริงๆ มีเราอยู่แน่ๆ กายนี้เป็นเราแน่ๆ ใจนี้เป็นอัตตา มีตัวตนอยู่จริงๆชัวร์ๆ

อันนี้ถ้าเรามาพิจารณาว่า ตอนที่จิตมีความสามารถที่จะพ้นจากกายได้ พ้นจากความถูกหลอกว่า กายนี้ต้องเป็นตัวเองแน่ๆ แยกกาย แยกจิตได้แล้วเนี่ย แล้วมีความสามารถที่จะเห็นว่า ก่อนที่จะเกิดกาย จริงๆแล้วมีเหตุอะไรบางอย่างที่มันทำให้เกิดขึ้น ไม่ใช่อยู่ๆเกิดขึ้นเองลอยๆ หรือว่าด้วยความบังเอิญที่จะเกิดนะครับ

อย่างนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันนี้ เขารู้ไปค่อนข้างจะไหวตัวทันแล้วล่ะว่า จริงๆแล้วเนี่ย ถ้าใครหลงไปนึกว่า จักรวาลนี้มีอยู่จริง หรือว่าร่างกายเรานี้มีอยู่แน่ๆเนี่ยนะครับ อันนี้ถูกหลอกแล้ว ถูกหลอกด้วยประสาทหูประสาทตาอันคับแคบจำกัด มันเหมือนกับหูตาของเรา แก้วตาของเรา มันปิดบังความจริง ด้วยการให้เห็นแค่ของหลอก ที่ธรรมชาติส่งมาเป็นเหยื่อล่อแบบตื้นๆ

ที่นี้นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่า จะพ้นจากการถูกหลอกได้อย่างไร หรือแม้กระทั่งว่า อาจจะมีความรู้สึกว่า เออก็ชีวิตก็แฮปปี้ดีแล้ว ถ้าเก่งพอจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจเรื่อง มิติที่ ๑๑ หรือว่าเข้าใจเรื่องควอนตัมฟิสิกส์ได้ ส่วนใหญ่เนี่ยชีวิตมันก็แฮปปี้ดีอยู่แล้ว มันมองไม่เห็นความจำเป็นว่า จะต้องพ้นไปจากการหลอกลวงนี้ทำไม เหมือนกับในเรื่องแมททริก หลายๆคนดูถึงแม้ว่า รู้ว่าเนี่ยของหลอกชัดๆชัวร์ๆเลย มันเป็นการลวงหลอกของระบบเครือข่ายขนาดยักษ์ ที่เป็นเอไอที่เป็นอะไรเนี่ย แต่ก็เต็มใจให้หลอก ยินดีอยู่แล้วที่ได้กินของอร่อย ได้สัมผัสของที่น่าชื่นชม น่าพิสมัย

ทีนี้ถ้าเราโชคดี เป็นผู้โชคดี เป็นผู้มีบุญ เป็นผู้มีวาสนาในแบบพุทธนะครับคือ มีวาสนามากพอที่จะได้พบกับพุทธศาสนา แล้วชีวิตนี้เนี่ยไม่สุขเกินไป ไม่ทุกข์เกินไป มีความเข้าใจชัดเจนว่า คำว่าชีวิตเป็นทุกข์มันเป็นทุกข์ยังไง ตรงนี้ก็พอมาได้รู้วิธีเจริญสติ แล้วก็เข้าใจในเรื่องของการเจริญปฏิจจสมุปบาทธรรม ก็จะนับว่าเป็นผู้ .. เรียกว่าตัดสินตัวเองได้เลย พิพากษาตัวเองได้ว่า คุณมีบุญที่สุดเท่าที่จะมีได้ในเวไนยสัตว์

เหล่าเวไนยสัตว์ที่เดินทางท่องเที่ยวเกิดตายในสังสารวัฏเนี่ยนะครับ ถ้าจะวัดว่าคนไหนใครที่มีบุญสูงสุดเนี่ย ในแบบพุทธเรานะครับ ไม่ได้ใช้มาตรวัดจากเงินทอง ความร่ำรวย ความมีหน้ามีตา จะสวยจะหล่อแค่ไหน สติปัญญาจะคิดเลขได้ไว ไอคิวร้อยแปดสิบ ร้อยหกสิบยังไงเนี่ย อันนั้นเป็นเพียงกับดับอย่างหนึ่ง

แต่ถ้าวัดกันว่า ใครมีวาสนาสูงสุด หรือมีบุญสูงสุด เขาวัดกันตรงที่ว่า มีสิทธิ์ที่จะหลุดออกจากกับดักทั้งปวงนี้หรือเปล่านะครับ

เพื่อที่จะดูคลิปนะครับ สำหรับคนที่อาจจะเพิ่งเข้ามา ขอให้ใช้หูฟังนะครับ เดี๋ยวจะมีเทคโยโลยีทางเสียงช่วย ในระหว่างฟังคลิปจะให้คุณมีสมาธิไม่วอกแวก คือมันจะมีผลด้วยนะว่า ถ้าคลื่นสมองของเราช้าลง หรือถูกจูนให้อยู่ในระดับพอดี แล้วก็รับรู้ภาพเสียงอะไรที่มันจะเหนี่ยวนำให้เข้ามารู้สึกเกี่ยวกับกายใจเนี่ย มันจะเหมือนคล้ายๆกับว่า ถูกฝัง หรือถูกมีไกด์ไว้ให้เกิดทิศทางนะครับ ทางจิตว่า จะปฏิบัติเจริญสติให้ถูกกับการเห็นปฏิจจสมุปบาทได้อย่างไรนะครับ ต้องใช้หูฟังนะ ก็คิดว่าคงน่าจะได้เวลาเหมาะควรที่จะเริ่มนะครับ เดี๋ยวเรามาดูไปด้วยกันนะครับ

คุณดังตฤณนำรับชมคลิป ))คลื่นปัญญา(( ฝึกรู้กายใจ ที่ตั้งปฏิจจสมุปบาท
บรรยายคลิปโดย คุณดังตฤณ

จุดประสงค์ของคลื่นปัญญาคลิปนี้ คือช่วยให้คุณเกิดสติอย่างใหญ่ อาศัยกายนี้เป็นเครื่องเจริญธรรมที่ชื่อว่า ปฏิจจสมุปบาท คือ รู้ว่าเพราะมีเหตุกายจึงมี และรู้ว่าถ้าไม่มีเหตุกายก็ไม่มี ไม่ใช่ว่ากายจะต้องมีอยู่แน่ๆ ไม่ใช่ว่าจะต้องทนทุกข์ ทนเสี่ยงกับความไม่แน่นอนตลอดไป

ณ ขณะเห็นชัดด้วยจิตว่า รูปกายใดก่อตัวขึ้นได้ รูปกายนั้นย่อมต้องแตกสลายลงเป็นธรรมดา จิตของคุณก็จะเริ่มหยั่งลึกลงไปอีกชั้น เข้าถึงธรรมชาติของกายมนุษย์ รู้แจ้งว่า ไม่ใช่อยู่ๆนึกจะเกิด ก็เกิดขึ้นเองได้ลอยๆ ต้องออกมาจากท้องแม่ แล้วต้องมีเหตุดีๆประมาณหนึ่งอยู่เบื้องหลัง

หากมีวาสนา ได้ศึกษาธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ก็จะสามารถเห็นตามพระองค์ตรัสได้ตามลำดับ ตัวอย่างเช่น ในมหานิทานสูตรเกี่ยวกับการเจริญปฏิจจสมุปบาท พระองค์ตรัสว่า ทั้งวิญญาณและนามรูปต่างอาศัยกันและกัน ไม่อาจขาดกันและกัน กล่าวคือ วิญญาณไม่อาจหยั่งลงในท้องมารดาที่ขาดเชื้อแห่งเลือดเนื้อมนุษย์ ขณะเดียวกัน ถึงแม้มีเลือดเนื้อเชื้อไขแห่งความเป็นมนุษย์แล้ว ทว่าขาดวิญญาณมาหยั่งลง หรือวิญญาณมาหยั่งลงแล้วแต่ล่วงเลยไป ก้อนเลือดก้อนเนื้อก็ไม่อาจเติบโตขึ้นเป็นทารกได้ เป็นต้น

ในปุณณกมาณวกปัญหานิทเทส พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ความเป็นมนุษย์ย่อมไม่อาจปรากฏด้วยกรรมที่เกิดมาจาก โลภะ โทสะ โมหะเลย ซึ่งก็หมายความว่า บุญอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่เนรมิตจิตวิญญาณ มาหยั่งลงในครรภ์มารดาได้ บาปใดๆไม่มีทางเป็นหัวหอกส่งมาเกิดได้เลย หลังจากศึกษาธรรมดังกล่าว เล็งจิตผู้รู้เข้าไปที่ความสว่างแห่งการเกิดกายมนุษย์ ก็จะเกิดความหยั่งทราบว่า แสงสว่างนั้นคือกองกุศลผลบุญที่เคยสะสมไว้ และเมื่อเล็งจิตผู้รู้เข้าไปที่กองบุญ ก็จะเกิดนิมิตอันเป็นเบื้องหลังแสงกุศล ทราบชัดว่าแสงกุศลนั้น สอดคล้องกับกรรมประมาณใด เช่น เคยมีน้ำใจให้ทาน ให้เปล่า หวังช่วยอนุเคราะห์มาจากหัวใจ เคยรักษาจิตให้สะอาด ละอายต่อบาป ห้ามใจไม่ผิดศีลได้สำเร็จ แม้ถูกยั่วยุอย่างหนัก หรือเคยพัฒนาจิตวิญญาณให้เกิดสมาธิชั้นสูง เป็นต้น

เมื่อเห็นต้นเหตุแห่งกำเนิดมนุษย์ได้ ก็จะเห็นได้เช่นกันว่า กรรมทั้งหลายที่ทำไว้ในชาตินี้ จะมีผลลัพธ์ จัดส่งไปสู่กำเนิดสิ่งที่สอดคล้องด้วยเช่นกัน คุณจะทราบด้วยจิตว่า รูปกายที่ต้องดับลงเป็นธรรมดา หาใช่จุดจบแต่อย่างใด แท้ที่จริงความตายเพราะกายแตก เป็นเพียงขั้นตอนในกระบวนการเริ่มต้นใหม่เท่านั้น และการเริ่มต้นใหม่จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่า ชีวิตเก่าได้กองอะไรไว้ให้ก่อร่างสร้างตัว ระหว่างกองบุญและกองบาป กองใดใหญ่กว่ากัน ก็กองนั้นแหละที่จะบันดาลสภาพใหม่ที่สอดคล้อง

ที่ต้องเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดแบบไม่ซ้ำตัวเดิมไปเรื่อยๆ ก็เพราะพวกเรามียางเหนียวผูกยึดใจไว้กับโลกแห่งการเกิดการตายอยู่ ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ในนวสูตร ใจความสรุปคือ กรรมได้ชื่อว่าเป็นไร่นา วิญญาณได้ชื่อว่าเป็นพืช ตัณหาได้ชื่อว่าเป็นยาง ตราบใดยังมีตัณหาเป็นเครื่องผูกใจ ตราบนั้นก็จะต้องมีการเกิดในภพต่อไปได้อีก เหมือนตราบเท่าที่ยังมียางพืชในเมล็ดพันธุ์ ตราบนั้นก็นำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อได้เป็นทอดๆไม่รู้จบ

ในระหว่างวันเมื่อคุณพบสิ่งกระทบหูตาใดๆแล้วเกิดความอยากได้ อยากมี อยากดี อยากเป็น คุณก็จะเริ่มเกิดสัมผัสรู้ขึ้นมาว่า สิ่งนั้นเองคือยางเหนียวในจิตวิญญาณ สิ่งนั้นเองคือแรงขับดันให้เกิดกรรมดีกรรมชั่ว สิ่งนั้นเองจะแปรเป็นพลังลึกลับที่รวมเอารูปและนามกลับมาผูกกันเป็นชีวิตใหม่

การรวมกายใจขึ้นมาได้แต่ละครั้ง ก็คือปรากฏการณ์การความเป็นชาติภพหนึ่งๆ หมดกายหนึ่งก็คือการสิ้นชาติสิ้นภพครั้งหนึ่ง การสิ้นชาติสิ้นภพครั้งหนึ่งๆ ไม่ใช่การสิ้นทุกข์สิ้นโศกอย่างที่พูดๆกันในงานศพ แต่ยังคงต้องมีอัตภาพใหม่เกิดขึ้นมาทุกข์ต่อกันอีก ลองดูจากหลักฐานชิ้นแรกของชีวิตก็ได้ เด็กร้องไห้ให้กับการเกิดมาของตนกันทั้งนั้น เหมือนจะเป็นนิมิตหมาย เป็นสัญญาณบอกดังๆว่า แท้จริงแล้วการเกิดช่างเป็นทุกข์ เมื่อทราบได้และสามารถบอกตัวเองถูกต้องตามจริงว่า จิตวิญญาณยังชุ่มด้วยยางเหนียวแห่งการเกิดใหม่ ถึงจุดหนึ่ง จิตของคุณจะเหมือนเห็นทางสองแพร่ง แพร่งแห่งการเกิดใหม่อีกเรื่อยๆไม่รู้จบ กับแพร่งแห่งการไม่ต้องเกิดแล้วตายอย่างไร้แก่นสารอีกต่อไป หากจิตเลือกแพร่งแห่งการไม่ต้องเกิดให้เป็นทุกข์อีก คุณต้องตัดสินใจดับตัณหา อันเป็นยางเหนียวแห่งการเกิดใหม่ และเพื่อจะดับตัณหา คุณไม่มีทางรู้วิธีด้วยญาณหยั่งรู้ระดับตื้นๆ แต่จำเป็นต้องสดับตรับฟังให้ดีๆว่า พระพุทธเจ้าตรัสชี้ทางไว้อย่างไร ซึ่งก็ขอให้ติดตามต่อไปในคลิปหน้า ว่าด้วยการฝึกรู้กายใจหนึ่งในสังสารวัฏ

จบการรับชมคลิป

สำหรับคลิปที่ชมไปนะครับ เดี๋ยวผมขอแก้อีกนิดนึง แล้วคิดว่าพรุ่งนี้ น่าจะเอาขึ้นได้นะครับ แล้วจะประกาศให้ทราบนะครับ

---------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
ตอน                             (เกริ่นนำ) ฝึกรู้กายใจ ที่ตั้งปฏิจจสมุปบาท
ระยะเวลาคลิป           ๑๔.๓๘ นาที
รับชมทางยูทูบ             https://www.youtube.com/watch?v=O_XOECoz-lA&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=14

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น