วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ถ้าศีลห้าไม่ครบ ตายแล้วเกิดเป็นอะไร?


ดังตฤณ :  คำถามนี้ก็เป็นอีกคำถามนึง ที่หลายๆคนติดใจนะครับว่า เอ้ถ้าหากว่าตั้งใจรักษาศีลแต่ว่ามันรักษาไม่ได้จริงๆ แล้วอย่างนี้ผลมันจะเป็นยังไง

คือบางทีเราเชื่อแล้วว่าการรักษาศีล คือการที่เราสร้างความปลอดภัยให้ตัวเอง ทั้งในปัจจุบันแล้วก็ในภพหน้า แต่ปัญหาคือ มันรักษาไม่ได้ ของคนบางคนโดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่พระไม่ใช่ชีไม่ใช่คนที่อยู่ในวัด มันต้องทำมาหากิน บางทีเนี่ยโกหกบ้าง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง หรือบางที่ก็ต้องไปจิบเหล้าจิบอะไร เพื่อที่จะคุยกับลูกค้าให้รู้เรื่อง ลูกค้าบางคนถ้าไม่ยอมกินเหล้าด้วย ก็ถือว่าดูถูกอะไรแบบนี้ ก็เลยเกิดข้อสงสัยกันขึ้นมาว่า เอ้แบบนี้มันจะเป็นอะไรแค่ไหน หนักหนาสาหัสเพียงใดนะครับ

พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้จริงๆแล้วชัดเจนนะครับว่า ถ้าหากผิดศีล เป็นผู้ทุศีล ประเภทที่ทำโดยไม่มีความละอาย คือมีความชอบใจที่จะทำ มีความสนุกที่จะทำ มีความรู้สึกว่าทะนงอวดดีว่า ฉันเนี่ยไม่มีอะไรมาจัดการได้แน่ๆ ฉันเนี่ยเจ๋ง ฉันเนี่ยสามารถที่จะอยู่เหนือความเชื่องมงายเกี่ยวกับเรื่องของบาปของกรรมอะไรแบบนี่เนี่ยนะ

จิตประเภทนี้มันหนักแน่น มันแน่วไปในการทำบาป คือทำบาปอย่างไม่รู้ว่าเนี่ยเป็นบาป เพราะฉะนั้น มันก็เลยมีความเต็มที่ ซัดเต็มเหนี่ยว จิตอุ้มบาปแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีการยั้งเลย

พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบกับเด็กที่ไม่รู้ว่า ถ่านไฟเนี่ยร้อน แล้วก็เอามือไปจับ พอจับแล้ว ถึงได้มือพุพอง หรือเกิดอาการไหม้เกรียม หรือเกิดแผลอะไรเต็มที่ขึ้นมานะครับ

ผิดจากผู้ใหญ่ สมมติว่ากำลังจะโดนลงโทษ หรือว่าโดนกลั่นแกล้งบังคับว่า จะต้องจับถ่านร้อน แล้วจะใช้ส่วนของมือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในการสัมผัสถ่านร้อนนั้น เห็นมั้ยอันนี้มันผลต่างกันแล้ว

คือจิตถ้าเข้าไปอุ้มเต็มๆ ด้วยความไม่รู้ว่า นั่นเป็นบาปอันนี้บาปหนัก แต่ถ้ารู้ แต่ยังจำเป็นต้องฝืนใจทำ นี่อันนี้ลดสัดส่วนลงแล้ว เห็นมั้ยแค่รู้กับไม่รู้ว่าเป็นบาป หรือไม่เป็นบาปมันทำให้เกิดผล ณ จุดเริ่มต้นแตกต่างกันแล้ว

ทีนี้มันยังมีอีกว่า บาปที่เราทำลงไป ศีลที่เราด่างพร้อย หรือว่าขาดทะลุ มันให้ผลกระทบกับใคร วัดง่ายๆนะครับ อย่างถ้าทำผิดกับบุคคลผู้ทุศีล มันจะให้ผลต่ำกว่าไปทำผิดกับผู้ทรงศีล การขยายผลมันต่างกัน

เหมือนกับเรามาตากแดดตอนที่แดดกำลังร้อนๆ ร้อนเปรี้ยงๆ แสงแดดอยู่เหนือหัวเราตอนเที่ยงวันพอดี แต่ตอนที่เป็นแสงแดดตอนใกล้จะตกดินแล้ว พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว มันต่างกันมากนะครับ ผลต่างกัน

ทำอะไรเหมือนกันเป๊ะเลย แต่ว่าเวลาไหนกับใคร มันก็เหมือนกับที่เราทำช่วงไหนของดวงอาทิตย์ มันอยู่เหนือหัวเรา หรือว่าใกล้จะตกดินแล้ว คล้ายๆแบบนั้น

แล้วก็นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของความถี่บ่อย แล้วจุดที่วัดได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ความละอายใจ ยิ่งมีความละอายใจมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งแปลว่าเราอยู่ในวิถีของบาปน้อยลงเท่านั้น

ความละอายใจยิ่งมาก ความรู้สึกผิด ความรู้สึกไม่อยากทำยิ่งมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งฝืนใจทำมากขึ้นเท่าไหร่ บาปยิ่งน้อยลงเท่านั้น เอาใจจริงๆนะไม่ใช่แกล้งฝืนนะ ต้องรู้สึกฝืนจริงๆ ต้องรู้สึกละอายจริงๆ เนี่ยตัวนี้มันถึงจะอุ้มบาปแบบไม่เต็มที่

ผลเนี่ยมันไม่มีใครบอกได้หรอก ด้วยการคาดคะเนนะครับว่า จะเป็นนั่นเป็นนี่ เพราะบางทีเนี่ย คนบางคนนะ คืออย่างตอน ๗ ขวบเผลอไปทำนกตายด้วยความเผลอ อุตส่าห์จะช่วยรักษา แต่ไปครอบมันไว้ด้วยภาชนะ เพื่อที่จะไม่ให้มันหนีไป จะรักษาให้หายก่อน เสร็จแล้วลืมด้วยประสาเด็ก อะไรแบบนี้ทำให้มันตาย ก็รู้สึกผิดจนกระทั่งอายุมากใกล้จะตายแล้ว ยังไม่ลืมเลยนะ คือยังไม่มีใครมาปลดล็อกให้ ไม่กล้าถามใคร ไม่กล้าพูดกับใคร อายกลัวเขาหาว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ทำไมคิดมาก ก็เลยไม่ได้ถามใคร

จนกระทั่งคือ..สมมติว่าไม่มีใครปลดล็อกจริงๆ ก็ตายไปด้วยความกังวลว่า ฉันทำบาปหนัก ฉันฆ่านกตายตัวนึง เนี่ยบางคนเห็นมั้ย แค่ทำให้สัตว์ตายโดยไม่ได้ตั้งใจ มีสิทธิ์ที่จะกังวลไปจนกระทั่งวาระจิตสุดท้าย

แล้วถ้าวาระจิตสุดท้าย จับพลัดจับผลู อุตส่าห์ทำดีมาทั้งชาติ ดันไปนึกถึงตอนที่ฆ่านกตาย มันก็ไปไม่ดีแล้ว เพราะเป็นอาสันนกรรมแบบที่เป็นอกุศล มันก็ได้รับผลที่เป็นอกุศลก่อน อย่างเช่นจะไปเกิดเป็นนก เพราะว่าจิตท้ายๆไปนึกถึงนกเข้า

แต่ถ้าหากว่าปลดล็อกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มีคนมาบอกว่า ไม่ได้เจตนาฆ่ามันไม่เป็นไร เจตนาของเราคือรักษา แล้วที่ตายเนี่ยเพราะเผลอ เราเป็นเพียงเครื่องมือทำให้มันตาย อันนี้เรียกว่าเป็น .. คือเหมือนกับเราเป็นเครื่องประหาร แล้วตัวมันมีบาปที่จะต้องให้ผล โดนคนเอามาครอบไว้ แล้วลืมแล้วก็ต้องตกตายไปนะครับ

ทีนี้ที่จะติดเป็นส่วนของเราจริงๆ เขาเรียกว่ากตัตตากรรม คือกรรมที่ทำลงไปแล้วสำเร็จผล โดยที่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น อย่างเช่นครอบนกแล้วเผลอให้มันตายด้วยฝีมือของเราที่ไปครอบมัน แต่ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้มันตาย ผลมันจะเบามาก เบาแบบที่อาจจะได้รับความเดือดร้อน ไปเกิดใหม่เป็นลูกชาวบ้านที่ลืมลูกไว้ในรถอยู่ รถร้อนๆ นอนร้องอุแว้ อุแว้

แต่ถ้าเป็นมนุษย์มันก็ไม่ถึงขั้นตายหรอกนะครับ บุญมีมากกว่าบาป โอกาสที่จะตายด้วยการเป็นเด็กถูกลืมไว้ในรถเนี่ยต่ำมากนะครับ มันต่ำมากๆ แต่ก็อาจจะได้รับผลนิดๆหน่อยๆ เป็นความทรมานเดือดร้อนนะครับ

อันนี้ก็คือจริงๆแล้ว ยกมาเป็นตัวอย่างไม่ได้ทั้งหมดหรอก เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า คุณทำอะไรด้วยนะครับ ที่บอกว่าผิดนั้นน่ะ มันผิดข้อไหนด้วย การเป็นคนมีศีลไม่ครบทุกข้อเนี่ย สิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ จะเป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่ไม่เพอเฟ็ค (Perfect) ที่ไม่ได้รับความสุขในทุกๆทาง

อย่างคนที่คุณเคยเห็นนะครับ ในชีวิตคนๆนึงต้องเคยเห็น ต้องเคยรู้จัก บางคนเนี่ยที่มีความสุขครบทุกด้านเลย ไม่มีความทุกข์ด้านไหนเลย แม้กระทั่งความคิดอ่านก็ดีไปหมด ฐานะอะไรก็ดี มีแฟนก็น่ารัก แล้วก็อยู่กันโดยดีอะไรแบบนี้ครบไปหมดทุกอย่าง พวกนี้คือรักษาศีลมาสะอาดนั่นเอง

แต่หนึ่งในล้านใช่มั้ยจะมีสักคนเนี่ย มันเกิดขึ้นได้ยากใช่มั้ย ก็เพราะอะไร เพราะต้นเหตุเนี่ยมันทำได้ยาก โอกาสที่คนๆนึงจะรักษาศีลได้สะอาด บริสุทธิ์ครบชั่วชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ แต่ถ้าใครตั้งใจว่ายอมตายดีกว่าผิดศีล แล้วตั้งใจเอาจริงเนี่ย มันก็ต้องทำได้จนได้แหละ แล้วก็มีไม่ใช่แค่คนสองคนนะครับ มีอยู่เยอะที่เดียว ไม่ใช่ว่าเรื่องยากนี่เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เรื่องยากคือเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องอาศัยกำลังใจที่ยิ่งใหญ่เกินมนุษย์ธรรมดานะครับ

-----------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         ถ้าศีลห้าไม่ครบ ตายแล้วเกิดเป็นอะไร?
ระยะเวลาคลิป           ๙.๕๔ นาที
รับชมทางยูทูบ             https://www.youtube.com/watch?v=W-5RQ6ZfHvQ&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=1


** IG **

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น