วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ทำอย่างไรในแง่สมถะและวิปัสสนา?


ดังตฤณ : ในแง่สมถะ คือแผ่เมตตา ในแง่วิปัสสนา คือเห็นความไม่เที่ยงของความเจ้าคิดเจ้าแค้น

การแผ่เมตตา คือการที่เราฝึกที่จะให้ทาน เริ่มต้นขึ้นมาเลยฝึกที่จะให้ทาน สวดมนต์แล้วมีความสุข อยากให้ความสุขนี้เป็นทานแก่สิ่งมีชีวิตทั้งปวง แล้วพิสูจน์ด้วยการที่ เราสามารถจะให้ส่วนเกิน จะเป็นทรัพย์ส่วนเกิน เงินส่วนเกินแก่ผู้มาขอ หรือว่าผู้ต้องการ หรือว่าผู้ที่สมควรได้รับ

ลักษณะของทาน ลักษณะของการให้ของส่วนเกิน เป็นการแผ่เมตตาขั้นต้น

การแผ่เมตตาที่ยากขึ้นกว่านั้นอีกนิดนึงคือ เวลาเราโกรธใคร เวลามีคนมาทำให้เราโกรธด้วยเรื่องที่มันไม่ยุติธรรมกับเรา ไม่ใช่เราโกรธเขา เพราะเขาไม่ได้อย่างใจเรานะ มีคนมาทำให้เราขัดเคือง มีคนมาคดโกง มีคนมายั่วแหย่กระเซ้า หรือว่ามาด่าว่าด้วยคำหยาบคาย ด้วยคำนินทาอันเผ็ดร้อน แล้วเราคิดว่านั่นเป็นบาปของเขา เราไม่อยากจะไปเพิ่มบาปให้เขาแล้วก็ตัวเราเอง ก็ให้คืนบาปนั้นสู่ความว่างเปล่าไป ไม่ไปเอาเรื่องเอาราวเขา นั่นเรียกว่าให้อภัยเป็นทาน นี่ก็เป็นการแผ่เมตตา นี่ก็เป็นการอยากให้ความสุขของเรา ไปเป็นความสุขของเขาด้วย ไม่ไปมัวคิดถึงเรื่องความยุติธรรม ไม่ยุติธรรม คิดแค่ว่าเราไม่เบียดเบียนเขา แค่นี้ก็คือทำให้เขามีความสุขได้พอสมควรแล้ว ไม่เบียดเบียนเขาคืน แล้วก็ไม่เบียดเบียนตนเองให้ต้องมีจิตใจคับแคบกระสับกระส่าย อันนี้เรียกว่าเป็นสมถะ

ส่วนในแง่ของวิปัสสนาคือ เรารู้อยู่ เห็นอยู่ว่า เกิดความรุ่มร้อนขึ้นอย่างไร ยอมรับตามจริง ไม่ใช่ไปพยายามที่จะสาดน้ำเย็นโครมให้ดับไฟร้อนให้มันมอดไปทันที ไม่ใช่พยายามแบบนั้น แต่ยอมรับตามจริงว่า ขณะนั้นไฟโกรธมันลุกโพลง มันลุกฮืออยู่ขนาดไหน มันรู้สึกเหมือนเร่าร้อน เหมือนกับจะมีใครมาเผาเรามาจากข้างใน

มีความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อทุกมัด มันพร้อมที่จะไปทำงานประสานกัน เป็นอาการชกต่อยเตะตี เพื่อที่มาทำให้คนที่ทำเราไม่พอใจเนี่ย ได้รับความเจ็บปวดมากที่สุด รู้ไปว่าอาการทางกายเกิดขึ้นอย่างไร อาการทางใจเกิดขึ้นอย่างไร ยอมรับไปตามนั้นเพื่อให้เห็นว่า ลักษณะ ณ ขณะนั้นทางกายทางใจ มันกำลังปรากฏอยู่อย่างไร

พอยอมรับได้ พอเห็นได้ว่า ลักษณะทางกายทางใจปรากฏอยู่อย่างไร ในอึดใจต่อมาก็จะสามารถเห็นได้ว่า ลักษณะแบบนั้นๆมันเปลี่ยนแปลง มันไม่สามารถคงที่อยู่ได้ ต่อให้เรารู้สึกเหมือนกับจุกแน่น ไม่สามารถทนได้ถ้าหากว่าไม่ไปทำร้ายกลับ ไม่ทำร้ายคืน ภาวะมันจะสุดขีดที่จะกลั้นแค่ไหนก็ตามนะครับ ขอแค่เราสามารถที่จะยอมรับได้ตามจริงว่า มันกำลังมีความเป็นอย่างไรอยู่

ความเป็นอย่างนั้น มันจะแสดงความไม่เที่ยงให้เห็นในเวลาไม่นาน นี่เรียกว่าวิปัสสนา

แต่คนที่จะทำแบบนั้นได้เนี่ย คนที่จะสามารถเห็นอย่างนั้นได้ ต้องมีอภัยเป็นทานมาก่อน ต้องมีทุนมาก่อน ต้องมีสุขพอสมควร ต้องมีจิตเป็นกุศลพอสมควร ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้

ถ้าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมากๆ แล้วไม่เคยฝึกอะไรมาเลยเนี่ย ไปทำแบบนั้นมันรู้สึกเหมือนกับจะจุกอกตาย มันเป็นไปไม่ได้นะครับ

--------------------------------------------


ผู้ถอดคำ แพร์รีส แพร์รีส
ที่มา รายการดังตฤณวิสัชณา ครั้งที่ ๓๖
วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๕
ความยาวคลิป : ๔.๒๑ นาที
รับชมทางยูทูบ : https://www.youtube.com/watch?v=kb8LXdnXv1s&list=PLmDLNhxScsWMM1allIJvz4ti1c_bMrj09&index=8&t=5s


** IG **

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น