วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เป็นคนคิดมากกลัวถูกนินทา ชอบเก็บมาคิดวน พยายามกำหนดสติรู้อยู่กับลมหายใจ แต่ความคิดก็ยังวนเวียนอยู่หลายวัน ควรทำอย่างไร?

 ดังตฤณ :  การเป็นคนคิดมากเนี่ย คุณบอกตัวเองไว้อย่างหนึ่งนะครับว่า เมื่อเจริญสติคุณจะเจริญสติได้แค่ขั้นอนุบาล หรือขั้นประถม อันนี้พูดกันตรงๆง่ายๆ

ต่อให้คุณเจริญสติมานานแค่ไหน แต่ถ้าการคิดมากมันยังอยู่ คุณก็จะยังอยู่ในขั้นอนุบาล หรือขั้นประถมเรื่อยไป

อย่างที่ผมบอกว่า มือใหม่กับมือแอดวานซ์ (advance)มันต่างกัน จุดหลักจริงๆเนี่ย มันอยู่ที่ใจว่างหรือใจวุ่น

ถ้าใจว่าง คุณก็พร้อมจะขึ้นมัธยมปลาย พร้อมจะขึ้นอุดมศึกษา

แต่ถ้าใจยังวุ่นอยู่ มันได้แค่อนุบาล หรือแค่ขั้นประถม

ทีนี้ตรงนี้สำคัญ การยอมรับตัวเอง การยอมรับตามจริงว่า เราได้แค่ขั้นอนุบาล หรือแค่ขั้นประถม มันทำให้เราไม่คาดหวังตัวเองว่า จะทำได้แบบระดับมัธยมปลาย หรือระดับอุดมศึกษาได้ปริญญา

พอมันไม่คาดหวัง แล้วคุณเห็นว่าตัวเองกลับมาอยู่กับลมหายใจ แต่มันก็ยังคิดอยู่เรื่อยๆไม่หยุด ไม่หยุดคิด มันยังแอบกังวลว่า ใครเขาจะว่าเรายังไง ใครเขากำลังจะหัวเราะเยาะเราอยู่หรือเปล่า ใครเขากำลังเหมือนกับเอาไปนินทาขบขัน คุณนึกถึงสภาพที่เขาจะพูดถึงคุณ แล้วก็เกิดความทุรนทุรายนอนไม่หลับ หรือว่ากินไม่อร่อย แบบนี้คือหลักฐานเครื่องฟ้องว่าใจยังวุ่นอยู่แม้ขณะที่กำลังเจริญสติก็ตาม

ทีนี้พอเราสามารถเห็นภาพของตัวเอง ภาพรวมนะครับว่า เรายังเจริญสติขั้นอนุบาลหรือขั้นประถมอยู่ แล้วมันจะคิดวนไปกี่วันก็ตาม มันก็รู้สึกเป็นธรรมดาของระดับอนุบาลระดับประถม มันจะต้องเป็นไปแบบนั้น ไม่เห็นจะต้องน่ามาวอรี่(worry)ว่า ทำไมเราไม่ก้าวหน้า ทำไมเราไม่สามารถทำได้แบบคนที่เขาเจริญสติเก่งๆกันที่พอเห็นความกังวลเรื่องนินทาปุ๊บ เข้ามาอยู่ในใจแค่ไม่นานแล้วก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง แบบนั้นน่ะแบบขั้นที่เขาอยู่มัธยมปลายหรือว่าอยู่อุดมศึกษากัน

ทีนี้พอเริ่มอ่านตัวเองออก รู้โพสิชั่น(Position)ของตัวเอง รู้ว่าตัวเองตอนนี้ได้แค่นี้อยู่ ก็จะไม่เกิดการเร่งร้อน เนี่ย!สำคัญ ตัวนี้คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนๆหนึ่งเจริญสติต่อไปได้เรื่อยๆ แล้วมีความคืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ คือไม่เกิดการเร่งร้อนว่า ไอ้ความคิดแบบนี้จงหายไป

แต่คุณจะสนุกกับการเห็นว่า ความคิดเนี่ยมันย้อนกลับมาบ่อยแค่ไหน คือมันจะมีความกระตือรืนร้นมากขึ้น แล้วก็เห็นว่านี่เป็นธรรมดาของระดับอนุบาล หรือระดับประถมที่มันจะต้องย้อนกลับมาบ่อยไอ้ความคิดที่มันควบคุมไม่ได้เป็นอนัตตาเนี่ย

พอคุณเริ่มมีความพอใจกับการมีสติเห็นทุกครั้งที่มันกลับมาว่า อ้อมันกลับมาอีกแล้ว จนกระทั่งเกิดอาการเห็นเข้ามา มีสติรู้เข้ามาว่าจิตอยู่ตรงนี้ จิตอยู่ตรงที่มีการรับรู้ แล้วมันมีความวุ่นวาย มันมีความว้าวุ่น เห็นเป็นสภาวะทางธรรมชาติแบบหนึ่งที่ใจมันตั้งอยู่ส่วนของใจ แล้วความคิดเนี่ยมันคล้ายกับเป็นสายเป็นอะไรที่ย้อนกลับเข้ามา

คือคุณจะไม่มองแล้วนะว่าความคิดเป็นตัวคุณนะ แต่มองเป็นเหมือนกับวัตถุอะไรสักวัตถุหนึ่ง ที่มันออกไปแล้วก็ย้อนกลับมา ออกไปแล้วก็ย้อนกลับมา ตรงนั้นคุณจะเกิดความรู้สึกว่า เรื่องที่เขานินทา เขานินทาจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้เขาอาบน้ำ เขาเล่นกับหมา หรือว่าเขาไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ หรือเขาสูบบุหรี่อยู่ คุณไม่รู้เลยนะ แต่ใจคุณไปนึกว่าเขาคงพูดถึงคุณ คือมันไม่ซิงค์(synchronize)กันกับความจริงในตัวเขา ตัวเขาทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าใจของคุณไปเอาเขามาเล่นงานคุณแล้ว แล้วมันจะเห็นเป็นสภาพเลยนะว่า ตัวเขาก็อยู่ส่วนตัวเขา จิตของคุณความคิดของคุณก็อยู่ส่วนตรงนี้ ตรงที่มันรู้อยู่ตรงนี้ ไม่เกี่ยวข้องกัน นี่คือการที่เราจะเริ่มรู้สึกว่า เอ๊ะ! ที่ทุกข์ไปเนี่ยเพราะคิดว่าเขาจะนินทา บางทีมันทุกข์ไปฟรีๆ เขาจะนินทา เขาจะให้ความสำคัญ ให้เวลาในชีวิตของเขาเนี่ย มาพูดถึงคุณในแง่ไหนก็ตามนะครับ บางทีมันไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาพูดบ่อยแค่ไหน แต่ใจคุณเนี่ยสามารถรู้ได้ด้วยตัวเองว่า มีความคิดย้อนกลับมากี่ครั้งกี่หนในแต่ละวัน

ถ้าเขาพูดถึงคุณนะ สมมติว่าเขาพูดจริงนะ เขาพูดถึงวันละสองครั้ง แต่ใจคุณเองเล่นงานตัวเองมากกว่าเขาเป็นร้อยเท่า อาจจะนึกถึงภาพเขานินทาคุณสองร้อยครั้ง ทั้งๆที่เขานินทาจริงแค่สองครั้ง หรือหนักกว่านั้นทั้งวันเลยเนี่ยเขาไม่ได้พูดถึงคุณ ไม่ได้มีความคิดในหัวแวบถึงคุณแม้แต่ครั้งเดียว แต่ในใจตอนนี้ของคุณมันไปนึกภาพเขานินทาคุณอยู่ไม่เลิกตลอดเวลา แล้วก็กลัดกลุ้มหาทางที่จะไปทำให้เขาหรือบังคับให้เขาเลิกนินทาคุณ นี่!เห็นมั้ย ถ้าคุณเจริญสติไปจนถึงจุดหนึ่งนะ มันรู้ไปถึงเขาได้จริงๆนะว่า เขากำลังนึกถึงคุณอยู่หรือเปล่า คุณจะพบเลยจากความจริงที่คุณมีความรู้เนี่ยว่า เขาไม่ได้คิดถึงคุณเลยนะครับ เขาคิดเรื่องงาน เขาคิดเรื่องน่าฟุ้งซ่านต่างๆในชีวิตเขา คิดถึงคนที่เขาอยากได้ คิดถึงคนที่เขากำลังเกลียดชังอยู่จริงๆ มีเวรมีความอาฆาตอยู่จริงๆ แต่ไม่ได้คิดถึงคุณเลย เนี่ย!พอรู้อย่างนั้น คุณก็จะรู้สึกปลงสังเวชนะ ไอ้ตอนที่เรามานั่งกลุ่มใจว่าใครจะมานินทาเนี่ย เป็นการทุกข์ไปฟรีๆ ทุกข์ไปแบบสูญเปล่า เสียเวลา

บางคนเนี่ย ถ้าคิดเป็นวัน เดือน ปีนะ พูดง่ายๆว่าเสียเวลาไปอาจจะหนึ่งในสิบของชีวิตที่ไปพะวงอยู่ว่าใครจะนินทาตัวเอง ทั้งๆที่เขาอาจจะไม่ได้พะวง เขาอาจจะให้เวลาแค่ครึ่งนาที แต่คุณเสียเวลาไปหนึ่งในสิบของชีวิต บางคนเสียไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของชีวิต หนึ่งในสี่ของชีวิตก็มีนะครับกับไอ้ความทุกข์ที่มันไม่มีอยู่จริง ที่มันไม่มีต้นเหตุ ไม่มีมูลความจริงอยู่นะครับ

----------------------------------------

๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๓
รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เจริญสติรักษาแผลใจ

คำถาม : เป็นคนคิดมาก กลัวคนอื่นนินทา บางทีมีเหตุการณ์เกิดขึ้นนิดเดียว แต่เก็บมาคิดวนเป็นวัน ตอนเห็นความคิด ก็กำหนดสติรู้อยู่กับลมหายใจ แต่ความคิดก็ยังวนเวียน อยู่ ๒-๓ วัน ควรกำหนดหรือมีมุมมองอย่างไร?

ระยะเวลาคลิป    ๘.๒๓  นาที
รับชมทางยูทูบ  https://www.youtube.com/watch?v=2uC6myGiZrs&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=3

ผู้ถอดคำ  แพร์รีส แพร์รีส


** IG **

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น