วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

นั่งสมาธิหายใจเข้าภาวนาว่าหายใจเข้า หายใจออก ภาวนาว่าหายใจออก ควรทำอย่างไรต่อดี?

ดังตฤณ     :  พระพุทธเจ้าให้ดูว่า เรามีสติอยู่ได้ไหม เวลาที่หายใจเข้า เรามีสติอยู่ได้ไหม เวลาที่หายใจออก เพื่อที่จะอาศัยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นมาตรวัดว่า เรากำลังมีสติอยู่จริงๆ ก็คือให้ดูนั่นแหละว่า เรากำลังรู้ตามจริงได้กี่น้ำ นะครับ

ถ้าทุกครั้งที่หายใจเข้า เรารู้ว่าหายใจเข้า ทุกครั้งที่หายใจออก เรารู้ว่าหายใจออก โดยที่ไม่ต้องภาวนา ไม่ต้องไปบริกรรมว่า เรากำลังหายใจเข้า เรากำลังหายใจออก เห็นแต่ว่ามีความพัดไหวพัดเข้า มีความพัดไหวพัดออก พัดขึ้นพัดลง พัดขึ้นพัดลง มีความสดชื่นในขณะที่พัดขึ้น มีความคลายจากอาการอึดอัดเมื่อพัดออก

แล้วเห็นว่า ความอึดอัดความสบายเนี่ย มันไม่เที่ยง เดี๋ยวมันก็อึดอัด เดี๋ยวมันก็สบาย บางที เรารีบร้อนหายใจมากเกินไป มันก็กลายเป็นความรู้สึกว่า เกร็งเนื้อเกร็งตัว เวลาที่เราปล่อย จิตเนี่ยตั้งอยู่ตรงกลาง รู้ตามจริงว่า กำลังเข้า หรือกำลังออก แล้วไม่อยากให้มันเข้าเร็วกว่านั้น หรือว่าออกเร็วกว่านั้น ไม่อยากให้มันยาวไปกว่านั้น ไม่อยากให้มันสั้นไปกว่านั้น นี่แหละตัวนี้สติมันเริ่มเกิดขึ้น


ทีนี้ถามว่า จะต้องทำอย่างไรต่อ ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ตัวสติที่มันมีความต่อเนื่องยาวนานมากขึ้นเรื่อยๆ มันจะปรุงแต่งจิตให้ใหญ่ขึ้น แล้วจิตที่ใหญ่ขึ้น จิตที่มันมีความโปร่ง จิตที่มันมีความเบาจากอุปาทาน มันจะสามารถแยกออกมาเห็นว่า ตัวของจิตเป็นผู้รู้ ผู้เฝ้าดูกองลมทั้งปวง ไม่ใช่ว่า ลมหายใจเป็นเรา เราเป็นลมหายใจ อย่างที่สำคัญผิดมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ตัวนี้แหละที่มันสำคัญที่สุด

ถ้าคุณทำซ้ำๆ แล้วเกิดภาวะหนึ่ง เหมือนกับมีตัวเราแยกออกไปเป็นผู้รู้ผู้ดูว่า
ลมหายใจ มันกำลังเข้าอยู่หรือออกอยู่ มันกำลังสั้นอยู่หรือยาวอยู่ นี่ตัวนี้มันเริ่มเห็นรูปเห็นนามแบบง่ายๆ 

แล้วพอเราแอดวานซ์ (Advance) ขึ้นไป เราเห็นว่า แม้แต่ตัวจิตที่กำลังเป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่เนี่ยจริงๆแล้วก็อยู่ไม่นาน แค่ไม่กี่ลมหายใจมันก็เสื่อมลง

เสื่อมยังไง? คือมันไปโฟกัสอย่างอื่น มีภาพนิมิต มีความฟุ้งซ่านอะไรเข้ามาอยู่ในใจปุ๊บ มันก็กระโจนเข้าไปจับทันที เนี่ยเราก็จะเห็นความไม่เที่ยงแม้กระทั่งของจิตผู้รู้ ผู้ดู

หรือว่า สติที่มันตั้งรู้ ตั้งดูรูปนามอยู่เนี่ย มันก็ไม่เที่ยง พอเราเห็นไปเรื่อยๆ เห็นซ้ำๆอย่างนี้แหละชั่วชีวิต มันเกิดพัฒนาการขึ้นเอง

“พัฒนาการ” คืออะไร? คือ การรู้จริง เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาว่า ไอ้ที่ยึดๆอยู่เนี่ย ตกลงไม่ใช่สักอย่างที่มันเป็นตัวของเรา มันเป็นเปลือก มันเป็นเหยื่อล่อ มันเป็นสิ่งที่เข้ามาเป็นขณะๆ อย่างเช่น ลมหายใจเนี่ย เข้ามาให้ยึดเป็นขณะๆว่า เรากำลังหายใจอยู่ เรากำลังหายใจเข้า เรากำลังหายใจออก

พอมันเห็นลมหายใจชัดเข้า สักแต่เป็นธาตุลมพัดเข้า พัดออกเนี่ย ความรู้สึกว่า เรากำลังเป็นผู้หายใจมันหายไป เหลือแต่ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก อย่างที่มันเป็นธาตุลมไม่ใช่เป็นสมบัติของใคร ไม่ใช่ใครเป็นเจ้าของลมหายใจ ไม่ใช่ใครที่กำลังได้ดิบได้ดีจากการเห็นลมหายใจ

มีแต่ลมหายใจผ่านเข้า ผ่านออกในกายนี้ แล้วก็จิตผู้รู้ ผู้ดู ที่มีสติมากขึ้นเรื่อยๆว่า ไอ้นี่ไม่ใช่เรานะ

-----------------------------------------------------------------------

ผู้ถอดคำ               ครอบครัว กิติวิริยกุล
วันที่ไลฟ์              ๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                    ทำไมนั่งสมาธิแล้วรู้สึกเหมือนนั่งหายใจไปเรื่อยๆ หายใจเข้าภาวนาว่าหายใจ
                          เข้า หายใจออกภาวนาว่าหายใจออก ควรทำอย่างไรต่อดีคะ?
ระยะเวลาคลิป      ๔.๒๕ นาที
รับชมทางยูทูป       https://www.youtube.com/watch?v=VzSK3aRAkxc&feature=youtu.be

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น