วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

(ช่วงเกริ่นนำ) ฝึกหายใจสั้นยาวให้รู้ได้ชัด

ดังตฤณ  :   สวัสดีครับทุกท่าน พบกับรายการปฏิบัติธรรมที่บ้านนะครับ คืนวันเสาร์ตามปกติ

เมื่อคืนวันที่ ๒๑ ธันวาคม ได้ประโยชน์มากนะครับ คือฝั่งของผมนะครับจะเข้าใจเรื่องของการใช้คลื่นปัญญา ซึ่งมาออนไลน์เป็นครั้งแรกในคืนวันที่ ๒๑ ธันวาคม ที่ผ่านมา แล้วผลก็ทำให้เกิดความมั่นใจ แล้วก็เกิดความเข้าใจ แล้วก็จะเป็นต้วกำหนดทิศทางที่จะพัฒนาคลื่นปัญญาต่อไป

พูดซ้ำอีกครั้งนึงเพราะว่า หลายท่านคงอาจจะยังไม่ได้รู้นะครับ ไม่ได้ทราบว่าคลื่นปัญญาคืออะไร

คลื่นปัญญาคือ การเอาเสียงสติมารวมกับแอนนิเมชั่น เพื่อให้เกิดการเหนี่ยวนำให้เห็นกายใจออกมาจากมุมมองของคนที่ได้สมาธินะครับ คือถ้ามีเสียงสติช่วยให้คลื่นสมองช้าลงด้วย มีความพร้อมจะสงบแบบพร้อมรู้ แล้วก็ได้ตัวเหนี่ยวนำ ให้เกิดความรับรู้เข้ามาที่กายใจด้วยเนี่ย มันก็จะเป็นจุดตั้งต้น ที่รวดเร็วสำหรับมือใหม่

หรือแม้แต่คนที่ทำมานานแล้ว แต่ว่ายังคลำทิศคลำทางไม่ถูกว่า จะดูกายใจให้เห็นอะไรกันแน่ มันก็จะมีไกด์ไลน์ที่ชัดเจน แล้วก็มีตัวที่เป็นเหมือนกับเครื่องสะท้อน เครื่องสะท้อนของจริงว่า มันจะเห็นประมาณไหน อาจจะไม่ใช่เป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนอย่างในแอนนิเมชั่น แต่ว่าแอนนิเมชั่นถูกออกแบบมาให้เกิดความรู้สึกว่า ข้างในเนี่ยเขาเห็นกันอย่างนี้

จริงๆแล้วอธิบายอย่างนี้นะครับ (ขึ้นภาพโครงกระดูกมนุษย์) คือที่มาที่ไปของคลื่นปัญญาจริงๆเลย อันนี้พูดซ้ำกับคืนวันที่ ๒๑ ธันวาคม เพื่อให้เข้าใจจริงๆนะครับ

ตอนผมเริ่มสนใจพุทธศาสนาใหม่ๆ เริ่มมาเจริญสติแรกๆเนี่ยนะครับ บังเอิญไปเห็นรูปนี้ รูปนี้เลยนะครับ (รูปโครงกระดูกมนุษย์) แล้วเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า นี่ตัวเรา มันเข้ามาเองที่อิริยาบทอันเป็นปัจจุบัน แล้วพอยืนหรือว่าเดิน มันยิ่งชัดเลย คือมันไม่ได้เห็นเป็นภาพนี้นะ แต่เห็นเป็นตัวจริงๆที่กำลังอยู่ในอิริยาบทปัจจุบันนี้แหละทั้งนั่ง ทั้งยืน

ผมก็เลยได้ไอเดียว่า ถ้าเราเอาภาพการหายใจ หรือว่าตับ ไต ไส้ พุง หรือโครงกระดูกมาแสดงเป็นภาพเคลื่อนไหวในแบบที่เราจะรู้ตามกัน นับเริ่มตั้งแต่ลมหายใจแบบง่ายๆ เข้าออกง่ายๆ มันก็น่าจะเหนี่ยวนำให้เกิดประสบการณ์แบบเดียวกันคือ ทุกคนเนี่ยไม่ใช่ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะเห็นกาย ใจ โดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

แต่มันติดอยู่ตรงที่ว่า ไม่รู้จะดูยังไง ที่นี้พอคืนวันที่ ๒๑ ธันวาคม ที่ผ่านมาที่ผมบอกว่าผมได้เข้าใจอะไรยังไง เดี๋ยวจะเอามาให้ดู

คือจะมีบางคนนะครับ มีบางคนที่ทำได้เข้าเป้าแล้วก็เกินกว่าที่ผมคาดคิดด้วย  เช่น คุณเอจ คีตา นะบอกว่า “เห็น รู้สึก อย่างชันเจนถึงกราม ขากรรไกรที่เป็นกระดูกชัดมาก แล้วก็พอไปทำอีกวันที่สองก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม ไม่ใช่อุปาทานที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แล้วก็แถมรู้สึกด้วยว่า กระดูกเป็นสีขาว

อันนี้คือ ก็หวังว่าจะมีใครซักคนนึง แล้วก็มีจริงๆนะครับ ที่พอทำตามแล้วเนี่ยได้เห็นอย่างที่ผมอยากให้เห็นนะครับ

การเห็นตัวเองเป็นกระดูกเนี่ย จริงๆแล้วมันตรงยิ่งกว่าการเห็นด้วยมโนภาพว่าตัวเองหน้าตาเป็นยังไงนะครับ เราไปจำภาพตัวเองในกระจกมากระจกเงา แล้วก็นึกว่าหน้าตาอย่างงั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วถ้าหากว่า จิตมันมีความว่างเปล่าอยู่ มีสติอยู่ รู้อิริยาบทปัจจุบันอยู่เนี่ย มันจะตั้งต้นเห็นออกมาจากความเป็นโครงกระดูก คือไม่ใช่ว่าเริ่มต้นขึ้นมาจิต คิดๆนึกๆแบบนี้จะเห็นเป็นกระดูกสีขาวได้

แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าหากรู้สึกถึงอาการยกตั้งด้วยกระดูกสันหลังที่ฉาบทาด้วยเลือดเนื้อแบบที่พระพุทธเจ้าตรัสนะครับ อันนี้มันตรงจริงมากกว่า

แล้วถ้าสมาธิถึงขั้นที่มีความตั้งมั่น แล้วสว่างโพลงขึ้นมานะครับ มันเห็นเป็นกระดูกแบบเครื่องเอ็กซเรย์จริงๆเลยจิตมันมีความรู้แบบนั้นนะ

แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ส่วนใหญ่จะให้ฟีดแบคมาอย่างนี้นะครับ อันนี้ผมเอามารวมเพราะว่า คุณมานะชัยเล่าครบเลยนะครับครบกับที่ฟีดแบคมาเป็นส่วนใหญ่นะครับ คือบางคนก็จะบอกว่ารู้สึกถึงลมหายใจได้ชัด แต่หลายคนก็จะบอกว่า ยังสับสนกับจังหวะสั้นยาว เพราะมันไม่พอดีกันกับที่ผมทำเป็นแอนนิเมชั่นไว้นะครับ

ทีนี้คุณมานะชัยก็บอกมาด้วยว่า มันเกิดประสบการณ์นะครับ อย่างตอนที่หายใจตามแอนนิเมชั่นอยู่ แล้วมีคำชี้นำว่า มันไม่ใช่ลมหายใจชุดเดิม ไม่เคยมีลมหายใจไหนในชีวิตเราตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งบัดนี้ที่เป็นลมหายใจชุดเดิมเลย แต่เรามีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังหายใจอยู่เหมือนเดิมอย่างสืบเนื่อง ถ้าเราดูคนอื่นหายใจนะครับ จะเห็นเลยว่าลมหายใจมันมาจากข้างนอกชัดๆ เข้าไปแป๊บนึงแล้วก็ออกมาชัดๆ ไม่มีตัวผู้หายใจนะครับ

แต่เป็นตัวเราเองหายใจเนี่ย รู้สึกขึ้นมาว่านี่เป็นเรา เราเป็นเจ้าของลมหายใจ เรากำลังหายใจ แล้วที่ปีติขึ้นมาก็เพราะใจมันถอนจากความยึดมั่นถือมั่นว่า ลมหายใจเป็นตัวเป็นตนเป็นของเรานะครับ

ปกติเนี่ยมันจะมีก้อนตัวก้อนตนก้อนอัตตาที่บดบังทัศนวิสัยหรือว่าความจริงเกี่ยวกับร่างกายแล้วก็จิตใจนี้อยู่ตลอดเวลา

มันจะมีก้อนอัตตาตัวนี้ ทำให้รู้สึกว่าเรากำลังหายใจ เราเป็นผู้หายใจเนี่ยมันอยู่อย่างนี้ซ้ำๆๆ พอมาวันนึงเกิดความเห็นลมหายใจชัดเจนแล้วก็ มีการชี้นำแบบที่พระพุทธเจ้าท่านชี้นำนะครับว่า ลมหายใจนี้ไม่เที่ยง ลมหายใจนี้ไม่ใช่ตัวเดิม มันทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ แล้วก็ในที่สุดแล้วได้ข้อสรุปว่า มันไม่มีตัวใครในลมหายใจ แล้วก็ลมหายใจไม่ได้มีเราอยู่ในนั้น

อันนี้เขาเรียกว่าเป็นโสมนัสทางธรรมนะครับ ปีติทางธรรมที่เกิดจากการที่จิตถอนออกมาจากความยึดมั่นถือมั่นนะครับ

ที่นี้วันนี้ผมจะ .. ผมเข้าใจแล้วว่า คุณมีปัญหากับแอนนิเมชั่นกันยังไง เพราะฉนั้นวันนี้เลยทำแอนนิเมชั่นใหม่นะครับ หวังว่าจะเข้าใจกันมากขึ้น แล้ววันนี้จะทำโพลล์นะครับ เพื่อที่จะดูนะครับว่าผลมันเป็นยังไง แล้วถ้าผลเป็นไปตามที่คาด ผมจะทำคลิปคลื่นปัญญาคลิปแรกออกมานะครับ แล้วก็เดี๋ยวจะมีต่อมาเรื่อยๆ คือจะมีเยอะเลยเป็นร้อยเป็นพันเลยนะคลิปคลื่นปัญญาเนี่ยนะครับ

ก่อนอื่นขั้นรายการนิดนึงคือ ประกาศแจ้งอีกครั้งนึงสำหรับหลายๆท่านที่อาจจะยังไม่ทราบนะครับ คือเสียงสตินะ ตอนนี้เป็น www.เสียงสติ.com แล้วนะครับ เข้าไปที่เสียงสติดอทคอมได้เลย ก็เข้าไปที่หน้าเดิมนั่นแหละ แต่ว่าจดชื่อโดเมนเป็นชื่อ เสียงสติ.com (www.เสียงสติ.com) ไว้นะครับ แล้วพอเห็นเครื่องหมายเพลย์เนี่ย (Play)ก็กดเล่นได้เลยนะครับ มันจะเข้าไปที่หน้าให้เลือกว่า อยากจะฟังเสียงสติเวอร์ชั่นไหน ตอนนี้ยังเป็นเวบแอพอยู่แล้วก็ดาวโหลดลงเครื่องยังไม่ได้ แต่อีกไม่นานนะครับ เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบนะครับเมื่อเสียงสตินะครับที่เป็นแอพใน iOS แล้วก็ android เสร็จเรียบร้อยนะครับก็จะมาประกาศแจ้งกันอีกทีนึง คราวนี้ก็จะมีเสียงอยู่ในเครื่องของคุณแบบง่ายๆเลย แล้วก็อัพเดทอัตโนมัติด้วย อันนี้ก็ต้องขอบคุณทีมโปรแกรมเมอร์นะครับ ที่คุณสมเจตน์ไปหามา น่าดีใจเพราะผมก็รู้สึกดีใจนะที่ได้เสร็จทันปีใหม่นะครับ เหมือนกับเป็นของขวัญปีใหม่ให้พวกเรานะครับ

ต่อไปเนี่ยนะครับช่วงต้นรายการเนี่ยมาดูกันว่า จะมีคลื่นปัญญาคลิปใหม่ๆออกมาอย่างไรนะครับ สำหรับคืนนี้ฝึกหายใจสั้นยาวให้รู้ได้ชัด

การรู้ว่าลมหายใจในขณะนี้มันสั้นหรือว่ายาว เป็นฐานสำคัญที่สุดของอานาปานสติหรือว่าการเจริญสติโดยอาศัยลมหายใจเป็นหลักตั้งนะครับ

เพราะว่าการรู้ลมหายใจสั้นยาวเนี่ย มันจะช่วยให้เกิดสติรู้จากลมหายใจในแบบที่แสดงความไม่เที่ยงไม่ใช่ต้วเดิม ไม่เคยดำรงอยู่เป็นสมบัติของใคร ก็พูดง่ายๆว่าเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาได้ง่าย ถ้าหากหายใจเป็นทั้งสั้นและยาว

แต่ที่นี้ปัญหาคือการสังเกตเอาเองว่า คุณกำลังหายใจสั้นหรือหายใจยาวอยู่เนี่ย มันไม่เป็นที่ชัดเจนสำหรับคนทั่วไป เพราะมันจะเกิดความสับสน คือคนเนี่ยฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา ต่อให้ไปอยู่ป่า ต่อให้บวชพระเป็นปีๆแล้วก็เหมือนกัน เจอสภาพที่เหมือนหลับตาปุ๊บหลงป่าปั๊บนะครับ หลงเข้าป่าปั๊บ พอเกิดความสับสนแล้วก็สงสัยว่า ยังไงถึงเรียกว่ายาว ยังไงถึงเรียกว่าสั้นเนี่ย จะให้เทียบกับลมหายใจก่อนแล้วค่อยตัดสินว่ายาวว่าสั้นไม๊ อันเนี้ยมันเลยเป็นเหตุให้ยากนะครับ

ทีนี้ถ้าเราจะมาฝึกกันเนี่ยนะครับ เอาเบสิคกันจริงๆ คืนนี้เนี่ยเดี๋ยวผมบอกไว้คร่าวๆก่อน ผมจะให้ดูคลิปทั้งหมดสองรอบ รอบแรกเนี่ยฝึกไปแบบตามมีตามเกิดนะ จะได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไงช่างมันเราไม่สนใจนะครับ เป็นเหมือนกับไกด์ไลน์ให้มองเห็นภาพรวมทั้งหมดก่อนว่า เราจะฝึกหายใจสั้นหายใจยาวกันอย่างไรนะครับ

เสร็จแล้วรอบสองเนี่ย ถึงค่อยว่ากันแบบเปรียบเทียบนะว่า เทียบกับรอบแรกแล้วเนี่ย พอเข้าใจแล้ว พอเห็นภาพรวมทั้งหมดแล้วๆได้ลองทำจริงแล้วเนี่ย พอมาปฏิบัติอีกทีนึงเนี่ย เกิดความรู้สึกว่ามันสบายหายเครียด แล้วก็ไม่อึดอัดไม๊ ถ้าคุณหายใจสั้นยาวได้แบบไม่อึดอัดนะ บอกได้เลยนะครับว่า อานาปานสติเนี่ยอยู่แค่เอื้อมเลยนะครับ

ตอนเราฝึกหายใจสั้นยาว ยังไม่ถือเป็นอานาปานสตินะครับ เพราะเราจงใจ เนี่ยเดี๋ยวจะมีให้หายใจสั้นห้าครั้ง หายใจยาวห้าครั้งนะครับ แล้วก็จะมีแบบหายใจแบบเต็มอิ่มอีกนะครับ แยกเป็นสามชุดนะครับ แยกเป็นสามเซต ซึ่งแต่ละเซตเนี่ยจะมีห้าครั้ง พอเกิดความคุ้นเคย พอเกิดความรับรู้มีประสบการณ์ตรงว่า หายใจสั้นเป็นยังไง หายใจยาวเป็นยังไง แล้วมาทำเองในภายหลังเนี่ยอาศัยเสียงสติช่วยหรือว่าจะทำเองแบบด้วยตัวเปล่าๆก็ตามเนี่ย คุณจะเกิดความจำได้ว่า ภาวะทางกายอย่างไรที่เรียกว่าหายใจสั้น ภาวะทางกายอย่างไรที่เรียกว่าหายใจยาว

แล้วตอนที่ทำเองเนี่ย มันจะตรงตามจริง ตรงตามธรรมชาติของกาย ณ ขณะนั้น ซึ่งจะทำให้คุณหายใจได้อย่างสบาย ทั้งสั้นและยาวกับทั้งเกิดสติว่า ลมหายใจแต่ละลมหายใจเนี่ยที่สั้นบ้างยาวบ้างเนี่ย มันไม่ใช่ตัวเดิม มันไม่เที่ยงเอาซะเลย ตรงนี้แหละที่มันจะทำอานาปานสติเป็นกันจริงๆ

แล้วก็เดี๋ยวก็จะมีขยับขึ้นไปนะครับ ดูว่าแต่ละลมหายใจ มันเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ มันอึดอัดหรือว่ามันสบาย ต่อให้หายใจเป็นแล้วมันก็มีเป็นครั้งคราวที่จะเกิดความรู้สึกอึดอัดมา แล้วก็ตลอดจนความคิดฟุ้งซ่าน ซึ่งมันโผล่มาเข้มข้นบ้าง เบาบางบ้าง คุณสังเกตเป็นเนี่ยนะครับในแต่ละลมหายใจเนี่ย เท่ากับคุณเข้ามาเห็น ความเป็นกายใจนี้โดยความเป็นรูปนาม ไม่ใช่ความเป็นบุคคลอีกต่อไป อันนี้แหละที่เป็นอานาปานสติซึ่งพระพุทธเจ้าท่านสอนจริงๆนะครับ

ส่วนใหญ่พอพูดถึงอานาปานสติ คนจะเจาะจงแค่ว่า เออไปเพ่งดูลมหายใจมันเข้า มันออก โดยเฉพาะยุคเราบอก ไม่ตรงกับจริตดูแล้วไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้น ดูไม่รู้จะเข้ามามองกายใจ โดยความเป็นอนัตตาได้อย่างไรนะครับ ปฏิบัติอยู่ยี่สิบสามสิบปีก็อยู่ติดอยู่แค่นั้น

หรือบางคนถึงแม้ว่าได้สมาธิก็เป็นสมาธิในแบบที่นิ่งค้างอยู่เฉยๆ เอามาใช้ประโยชน์เอาทำให้เกิดวิปัสสนาไม่ได้ ทีนี้ถ้าเรามีความเข้าใจเริ่มตั้งแต่เบสิคเลยนะ อย่าเห็นเป็นของตื้น อย่าเห็นเป็นของง่ายนะครับ ถ้าคุณสามารถที่จะหายใจสั้น หายใจยาวได้อย่างรู้ชัด สิ่งที่มันจะเป็นบันไดขั้นต่อไปก็คือ คุณจะสามารถแยกออกว่า แต่ละลมหายใจ ลมหายใจแต่ละชุดเนี่ย มันไม่เหมือนเดิมยังไง มันไม่เที่ยงยังไง แล้วถ้าหากว่าคุณมองลมหายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยงได้ ส่วนอื่นๆที่เหลือ จะเป็นอิริยาบทก็ตาม จะเป็นตับ ไต ไส้ พุงข้างในก็ตาม จะเป็นความรู้สึกเป็นสุขเป็นทุกข์ หรือว่าจิตที่สงบฟุ้งซ่าน หรือว่า ขันธ์๕ ที่กำลังแสดงอยู่ว่าโดนกระทบอะไรแล้วเกิดความจำได้หมายรู้ เกิดสังโยชน์ เกิดความยึดมั่นถือมั่นในแบบต่างๆเนี่ย มันสามารถเห็นได้หมดว่า เหล่านั้นก็ไม่ต่างกับลมหายใจที่กำลังแสดงความไม่เที่ยงอยู่นะครับ

--------------------------------------------------------------------------


ผู้ถอดคำ               แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์            ๔ มกราคม ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
หัวข้อ                ฝึกหายใจสั้นยาวให้รู้ได้ชัด
ระยะเวลาคลิป   ๑๗.๑๔ นาที

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น