วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตั้งจิตอธิษฐานใดๆก็ตาม หากตั้งจิตแล้วมีปีติรองรับ มักจะได้สิ่งที่อยากได้ แต่ที่น่ากลัวก็คือของต่างๆที่เราได้มามักจะแลกกับการตายของบุคคล ขอคำแนะนำ


ดังตฤณเรื่องของการอธิษฐานผมสรุปก็แล้วกัน คือไม่ว่าเราจะเป็นคนที่อธิษฐานขึ้น หรือว่าไม่ขึ้นก็ตาม บางคนบอกว่า อธิษฐานแล้วได้สิ่งที่ต้องการเสมอ มันเลยยิ่งมีความรู้สึกได้ใจ ยิ่งมีความเชื่อมั่นว่า เดี๋ยวเราจะได้อีกเรื่อยๆ

แต่บางคนเกิดมาอธิษฐานอยากได้อะไรไม่เคยได้เลย มันก็จะเริ่มมีความรู้สึกเหมือนกับไม่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้นะครับ หรือว่าจะอธิษฐานสำเร็จ

คนที่อยากได้อะไรแล้วได้ดังใจเนี่ยนะครับ โดยขั้นพื้นฐานนะครับสิ่งที่มันทำให้เป็นไปตามความอยากได้เนี่ยนะครับเริ่มต้นขึ้นมาจากความแน่วแน่ คือถ้าหากว่าเป็นคนที่พูดจริงทำจริง หรือว่าเกิดความรู้สึกอยากทำอะไรแล้วตั้งใจ ตั้งใจทำอะไรแล้วทำสำเร็จเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ถึงแม้จะขี้เกียจตื่นนอน แต่ตั้งใจว่าวันนี้จะตื่นเช้าแล้วสามารถเอาชนะความขี้เกียจได้ สะสมนิสัยแบบนี้มาเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะกลายเป็นคนมีอธิษฐานบารมี

คำว่าอธิษฐานที่แท้จริงมาจากการที่ เรามุ่งมั่นตั้งใจทำอะไรแล้วสำเร็จเสมอ หรือว่ามุ่งมั่นตั้งใจทำอะไร แล้วสามารถเอาชนะกิเลสตัวเอง มีอะไรมาขัดขวางก็ตามก็จะสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขี้เกียจของตัวเอง ความรู้สึกท้อถอยของตัวเอง

ถ้าหากว่าเรามีพลังเชื่อมั่นในตัวเอง ที่สามารถเอาชนะสิ่งต่างๆ ที่มันมาขัดขวาง ที่มาเป็นอุปสรรคได้ เวลาที่อยากได้อะไร ที่มันเหมือนกับจะเหนือวิสัยปกตินะครับ มันจะดูเหมือนเป็นไปได้ มันจะดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ อันนี้ไม่ต้องไปอธิษฐานขอกับเทวดา หรือว่าจะมีการไปปฏิบัติตนที่ไหน เก็บตัวสามสิบวันอะไรแบบนั้นไม่จำเป็น เอาแค่นิสัยที่สั่งสมมา ความรู้สึกว่าเราตั้งใจทำอะไร เราทำจริงแล้วทำได้อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่แหละที่จะทำให้ความอยากมันกลายเป็นจริงขึ้นมา

ทีนี้อย่างบางทีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เข้ามาในแวดวงการปฏิบัติธรรม มันมีความผูกพันกับเบื้องสูง หรือไม่ก็มีความลึกลับอะไรบางอย่าง ที่มันรู้สึกได้สัมผัสได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคยได้ยินมาเยอะประเภทที่ว่า อยากให้ศัตรูคู่อาฆาตมีอันเป็นไป หรือว่าไปแช่งเขาว่า เออเนี่ยทำเราเจ็บใจเจ็บปวดขนาดนี้ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรให้ ก็ขอให้ได้รับความวอดวายภายในสามวันเจ็ดวันอะไรแบบนี้นะครับ

คือลักษณะที่อธิษฐานไปบางทีเนี่ย มันเหมือนกับ .. คือจริงๆแล้วมันเป็นความอยากที่รุนแรง บางทีไม่ได้ตั้งใจสาปแช่ง หรือว่าใจร้ายอยากจะไปลงโทษเขาแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าพอคิดไปแล้ว พออยากไปแล้วมันเกิดผลขึ้นมาจริงๆ อันนี้บางทีมันก็เกี่ยวข้องกับว่า ถ้าสิ่งที่เขาทำมันเป็นบาปเป็นกรรมจริงๆ แล้วก็ทำกับเราที่ไม่ได้ไปทำอะไรเขาก่อน แล้วประจวบเหมาะกับที่ว่า วิบากเก่าของเขา ถึงเวลาที่จะต้องให้ผลนะครับ ไอ้ตรงนี้บางทีมันก็เกิดเรื่องจริงขึ้นมาได้

บางทีไม่ใช่เพราะว่าเราไปสาปแช่งเขาแล้วมันเกิดผลกับเขาเสมอไปนะครับ มันเป็นของเก่าของเขาด้วย

แล้วทีนี้ตัวคำถามนะครับถามว่า สิ่งที่อยากจะได้มันมักจะเกี่ยวข้องกับความตาย หรือว่าความวิบัติของคนอื่น ตรงนี้เนี่ยถ้าหากว่าจะให้เกิดความรู้สึกเป็นกุศลกับตัวเองจริงๆนะครับ ขอแนะนำว่าอย่าไปคิดอธิษฐานอะไร อย่าไปอยากได้อะไร ปล่อยให้ชีวิตมันดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่ควรจะเป็นนะครับ แล้วความรู้สึกของเราที่ติดค้างคาใจว่า นี่คือผลงานของการอธิษฐานของเรารึเปล่ามันจะได้ไม่เกิดขึ้น

เพราะหลายคนเลย อันนี้จริงๆนะเท่าที่เคยเจอมาตัวเป็นๆเนี่ยนะ พออธิษฐานจะดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ จะไปสาปแช่ง หรือว่าจะไปอยากได้อะไรเป็นส่วนตัวก็แล้วแต่ แล้วกลายเป็นความวิบัติแล้วกลายเป็นความเดือดร้อนของคนอื่นเนี่ยมันติดอยู่ในใจจริงๆนะ มันค้างคาอยู่ในใจแบบแกะไม่ออก ซึ่งอันตรายพอสมควร ถ้าหากว่าเรากำลังจะขาดใจตายแล้วไปนึกถึงว่า เอ๊ะชาตินี้ทำบาปอะไรมาบ้าง แล้วไปติดข้องกับตรงนี้จุดนี้เนี่ยนะ มันก็มีผลให้เกิดภาวะตายไม่ค่อยจะปลอดโปร่งขึ้นมาได้นะครับ

สรุปก็คือว่า ถ้าอะไรที่เป็นเหตุปัจจัย ที่ทำให้ไม่สบายใจว่าต้นเหตุมาจากเรา ก็หลีกเลี่ยงซะ เอาง่ายๆเลยนะครับ

---------------------------------------

 ผู้ถอดคำ                     แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                     ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         ตั้งจิตอธิษฐานใดๆก็ตาม หากตั้งจิตแล้วมีปีติรองรับ 
                              มักจะได้สิ่งที่อยากได้ แต่ที่น่ากลัวก็คือของ
                              ต่างๆที่เราได้มามักจะแลกกับการตายของบุคคล ขอคำแนะนำ
ระยะเวลาคลิป           ๗.๐๗ นาที
รับชมทางยูทูบ                https://www.youtube.com/watch?v=mIznGWnZMJw&list=PLmDLNhxScsWNnKfEvpuJhA_0nMkswa8kW&index=113

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น