วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เมื่อเจริญสติจนสงบนิ่งและเป็นสุข แล้วนึกถึงผู้ที่ตายไปแล้ว จะช่วยให้เขามีความสุขได้ไหม จะมีผลเสียอะไรไหม?


ดังตฤณ :  ผลเสียไม่มีนะครับ ไม่ต้องไปฟังใครพูดอะไรทั้งสิ้น ผลเสียอะไรไม่มีนะ เวลาเราตั้งใจจะส่งความสุขให้ใคร ความสุขที่มีอยู่ในเราจริงๆ มันก็เหมือนกับเอาเปลวเทียนในจิตวิญญาณของเรา ไปต่อให้กับจิตวิญญาณดวงอื่นสว่างขึ้น มันไม่มีแสงที่ลดลงนะ มีแต่แสงที่เพิ่มขึ้นนะครับ

ส่วนที่ว่าจะไปถึง หรือไปไม่ถึงเนี่ย มันไม่ใช่อาศัยแค่เงื่อนไขฝ่ายเราฝ่ายเดียว มันต้องอาศัยเงื่อนไขฝ่ายเขาด้วย

อย่างในพุทธศาสนาเรา ที่พูดกันมากที่สุดก็คือว่า ถ้าหากเขาอยู่ในภาวะที่มีความพร้อมจะอนุโมทนาสาธุการ หรือปลื้มไปด้วยกับความสุขของเรา อันนั้นแหละคือเขาสามารถรับความสุขจากเราได้ อย่างเช่นพวกเปรตที่เป็นญาติ แล้วก็จ้องอยู่ว่าญาติของเรา จะเผื่อแผ่อุทิศส่วนกุศล หรือว่าอุทิศสุขไปให้เขารึเปล่านะครับ

พวกที่จ้องอยู่แล้วก็สามารถรับรู้ได้ว่า เออเนี่ยเขาส่งความสุขมาให้เราโดยเฉพาะนะ ก็จะเกิดความรู้สึกชุ่มชื่น เหมือนคนที่รู้ว่า ตัวเองมีสิทธิ์กินอาหารในจานนี้ เป็นจานที่ญาติจัดมาให้โดยเฉพาะ อาหารนั้นก็คือความชุ่มชื่น มันอาจจะปรากฏในโลกวิญญาณนะครับ โลกของเปรตเนี่ย โดยความเป็นน้ำ หรือโดยความเป็นอาหารทิพย์ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นมา

หรือแม้กระทั่งว่า ไม่รู้สึกว่าเป็นอาหาร แต่รู้สึกว่าเป็นพลังเข้ามาตรงๆเลย มีพลังเพิ่มขึ้นนะครับ

ส่วนเทวดาถ้าหากว่า เขายังมีสายตาที่มองลงมาจากสวรรค์ ด้วยความรู้สึกห่วงใย ถ้าหากว่าเขาเห็นเราทำบุญอะไรแล้วอุทิศให้เขา เขาก็จะอนุโมทนาคือยินดีด้วย เหมือนกับรู้ว่ามีแก่ใจ คือเขาไม่ค่อยได้ดีอะไรขึ้นมาเท่าไหร่หรอก แต่ว่าปลื้มที่เรายังนึกถึงเขาอยู่ ก็มีความสุขในอีกแบบหนึ่งนะครับ

การที่เราอุทิศส่วนกุศลไป แล้วเขามีภาวะที่พร้อมจะรับรู้ได้เนี่ย มันจะมีความสุขมากขึ้นเสมอ ถ้าเรามีความสุขจริงนะ แล้วเขารู้สึกได้ว่า ความสุขของเรามีความชุ่มชื่น มีความสว่าง ตัวนี้คีย์สำคัญเลย มีความชุ่มชื่น มีความสว่าง แล้วเป็นความชุ่มชื่นที่ออกมาจากความรู้สึกเป็นสุขจากใจจริงๆนะครับ ไม่ใช่แกล้งยิ้ม แกล้งทำใจให้มันมีความสุขเหลือเกินอะไรแบบนั้น เขาจะรู้สึกถึงอาการฝืน อาการแกล้ง อาการเสแสร้งนะครับ

ส่วนพวกที่ไปเกิดใหม่ ไปเข้าท้องคน หรือว่าไปอยู่ในนรก หรือว่าไปเข้าท้องสัตว์ ไปอยู่ในไข่ปลา ไข่ไก่ ไข่อะไรก็แล้วแต่ พวกนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับความชุ่มชื่นจากบุญที่เราอุทิศไปให้ เพราะว่ามันอยู่ในสภาพที่ตัดขาดจากช่องทางเดิมภพเดิม เหมือนเปลี่ยนกรงขังแล้ว เหมือนเปลี่ยนแดน

ภพภูมิหรือโลกวิญญาณเนี่ย ถ้าเราเข้าใจนะ จากการเห็น จากการสัมผัส มันจะรู้ได้ว่า มันไม่เหมือนกับการเปลี่ยนห้อง จากห้องนี้ไปอีกห้องนึงนะ มันเหมือนย้ายคุก มันเหมือนย้ายแดนที่อยู่ห่างออกไป มันไม่ใช่เปิดประตูไปแล้วก็ไปถึงกันได้ง่ายๆ

อย่างบางคนเนี่ย ย้ายไปอยู่ในที่ๆคล้ายๆเปรียบเทียบนะครับ เป็นมนุษย์ล่องหน สามารถที่จะกลับมารับรู้ได้ทุกอย่างว่า ใครพูดถึงตัวเองว่ายังไง หรือใครเนี่ยมีเบื้องหลัง แบบว่าตอนมีชีวิตอยู่ก็ปฏิบัติแบบนึง พอตัวเองสิ้นชีวิตไปแล้ว คนข้างหลังเนี่ยดี๊ด้านะ ไปหาคนโน้นคนนี้ มันก็เกิดความพะวง

จิตวิญญาณนะถ้าตายไม่ดี ตายไม่ได้อยู่ในภพที่มันไม่ได้พ้นขาดออกจากพื้นภิภพนี้ไปเนี่ย มันกลับมาเห็นอะไรๆ แล้วบางทีมันทรมานใจ ทรมานหัวจิตหัวใจ แต่เสร็จแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ กลับมาหึงหวง กลับมาอาละวาดแบบเดิมไม่ได้ เนี่ยตัวนี้ท่านถึงบอกว่า ถ้าจะตายเนี่ยนะ หรือก่อนตายควรจะซ้อมไว้ ที่จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มันอยู่ในโลกนี้ให้คงอยู่ในโลก ไม่ต้องตามตัวไป ตามจิตตามวิญญาณของตัวเองไป

แล้ววิธีที่ดีที่สุด ที่จะทิ้งได้ก่อนตายก็คือ ฝึกทิ้งซะก่อนที่จะตายนานๆ ไม่ใช่ไปฝึกเอาตอนที่ใกล้จะม้วยมรณาอยู่แล้วสองสามนาที แล้วจะมาภาวนา เออจะทิ้งจะทิ้ง จิตมันไม่ยอมหรอกนะครับ

ม้นต้องฝึกพิจารณาว่า ไม่มีอะไรเป็นของเรา ไม่มีใครเป็นของๆเราจริง มันมีแต่คนที่เป็นของๆตัวเองนั่นแหละนะ เป็นของๆความทุกข์ของแต่ละคน โดยที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครจริงๆนะครับ

ฝึกที่จะพิจารณาอย่างนี้ ตั้งแต่ยังมีโอกาสที่จะพิจารณานานๆ หลายๆสิบปี มันถึงจะทิ้งได้จริงก่อนตายนะครับ คือพอตายไปเนี่ยนะ ญาติข้างหลังไม่มีใครทำบุญชนิดที่ทำให้ทิ้งอุปาทาน หรือว่าทิ้งความยึดติดที่อึ้งหนักอยู่ในจิตวิญญาณของตัวเองไปได้ มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่จะปลดล็อกตัวเองนะครับ

อันนี้พูดกันตรงไปตรงมานะครับ อย่าไปหวังนะว่า เราทำบุญอะไรไปแล้ว จะทำให้ญาติที่ล่วงลับมีความสุขสบายกลายเป็นเทวดา กลายเป็นนางฟ้าอะไรขึ้นมา มันขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคนที่ทำไว้เองทั้งนั้นนะครับ

------------------------------------------

ผู้ถอดคำ                      แพร์รีส แพร์รีส
วันที่ไลฟ์                  ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ (รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน)
คำถาม                         เมื่อเจริญสติจนสงบนิ่งและเป็นสุข แล้วนึกถึงผู้ที่ตายไปแล้ว 
                              จะช่วยให้เขามีความสุขได้ไหม จะมีผลเสียอะไรไหม?
ระยะเวลาคลิป           ๖.๔๕ นาที
รับชมทางยูทูบ                https://www.youtube.com/watch?v=S67FcXTyp7M&list=PLmDLNhxScsWPHpIdf0LAQiQM1j9ZebEMx&index=31

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น