วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พูดแรงกับคนอื่น แล้วรู้สึกไม่ดี


ดังตฤณ : เข้าใจนะครับ คือเวลาที่เราเริ่มมีชีวิตอยู่บนเส้นทางธรรม จะดูเหมือนไก่อ่อน จะดูเหมือนโง่ๆ จะดูเหมือนกับต้องเสียเปรียบเขาอะไรอย่างนี้ ว่าใครเขาไม่ได้

จริงๆ มีวิธีนะที่เราจะตั้งจิตให้อยู่ตรงที่สมดุลย์นะครับ ระหว่างความมีกุศลจิต กับ ความมีใจเข้มแข็งในแบบที่ทำให้อะไรๆ ดำเนินไปได้อย่างที่ควรจะเป็นนะ เพราะโลกนี้ความจริงมีอยู่ว่า หากเราอ่อนแอ หากเราแสดงความไม่เอาเรื่องเอาราว ใครจะทำอะไรผิดแค่ไหน ปล่อยเลยตามเลย ก็เรียกว่าเป็นการดูดาย เป็นการปล่อยให้เขาได้ใจ ย่ามใจ แล้วก็ทำอะไรไม่ดี ทำเรื่องทำราวที่เหมือนกับเหลวไหล แล้วก็เกิดความเสียหายทั้งกับตัวเขาเอง แล้วก็กับคนแวดล้อมของชีวิตเขา อันนี้เป็นความจริงประจำโลกเลย

พระพุทธเจ้าถึงได้เคยตรัสว่า สรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ ข่มคนที่ควรข่ม คือไม่ใช่ปล่อยเลยตามเลยทุกอย่าง เพราะการปล่อยเลยตามเลยนี่ อาจหมายถึงความเสียหายในขั้นที่ไม่มีใครได้รอดจากอกุศลธรรมอยู่ดี พอเดือดร้อนกันไปทั่วนี่ พอเขาก่อความเสียหาย จนเกิดความเดือดร้อนกันไปหมด ทุกคนได้รับความเดือดร้อนแบบเป็นรูปธรรม

ทีนี้ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายในแบบที่เป็นรูปธรรม เราสามารถสร้างเกราะป้องกัน โดยทำให้จิตใจของเราเกิดความเข้มแข็ง เกิดความมั่นใจในทางธรรม เกิดความมั่นใจในความดี แล้วก็มีการฝึกที่จะใช้ภาษากาย แล้วก็เอาภาษาทางปากนี่ ปากพูดออกไปแบบที่มั่นใจว่า มีความมุ่งหวังในทางดี แล้วก็มีความเข้มแข็งพอที่จะทำให้เขาเกิดความเกรงใจ เกิดความคร้ามเกรง ไม่ใช่เหมือนกับถ้าเราเป็นลูกพี่ เป็นเจ้านาย ที่หน่อมแน้ม ลูกน้องก็ไม่เชื่อ ก็มาเล่นหัว

แต่ถ้าเราเป็นเจ้านายที่นิ่ง เป็นเจ้านายที่เข้มแข็ง เป็นเจ้านายที่เป็นแบบอย่างว่า ถึงเวลาที่จะต้องติ ต้องเตือน เราสามารถติ เราสามารถเตือนได้ในแบบที่คนจะรับฟัง คือไม่ใช่ไปด่าๆ ถ้าด่าๆ นี่ อาการทางใจเริ่มด้วยโทสะก่อน ตัวนี้เป็นข้อสังเกตที่ดีที่สุด คือถ้าเราเกิดความเคยชินที่จะพูดแรงๆ โดยทำไว้ในใจว่าต้องด่ามัน ต้องใช้คำที่ทำให้เกิดความหลาบจำ อันนี้จะมีท่าทีร้อนๆ แผ่ออกไปก่อนแล้ว

แต่ถ้าหากว่าเรามีจุดประสงค์ มีเป้าหมายชัดเจนว่า เราจะทำให้เขาเกิดความเกรงใจ เราจะทำให้เขาไม่อยากทำอีก แล้วใช้ทุกวิธีที่จะแสดงออกด้วยภาษาทางกาย แล้วก็เลือกคำพูดในแบบที่จะทำให้ บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น ใจเขาไม่เสีย แต่ว่าใจเขาเกิดความมองเห็น เกิดความเข้าใจว่า สิ่งที่เขาทำไปไม่ดีอย่างไร

ในแต่ละเรื่องนี่ จะมีรายละเอียดเฉพาะตัว แล้วก็จะต้องอาศัยความเข้าใจ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งเราต้องไปพยายามประยุกต์เอาเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันในทุกสถานการณ์ก็คือ เริ่มต้นด้วยจิตที่ไม่คิดด่า แต่คิดว่าจะให้เขารู้สึกถึงเหตุถึงผล

คือบางคนนี่ โอเคผมเข้าใจดีว่า พูดให้ตายอย่างไรก็ไม่ฟัง แล้วก็จะไม่พอใจเราอยู่ดี โมโหเราอยู่ดี แต่ว่าอันนี้ เป็นหลักการดีที่สุดที่เราจะทำได้ นั่นคือตั้งต้นด้วยจิตของตัวเองที่ไม่คิดด่า แต่คิดว่าจะพูดให้เกิดความเข้าใจ ให้เกิดการเห็นภาพว่า สิ่งที่เขาทำมีผลอย่างไร แล้วก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อน ไม่มีที่สิ้นสุดอย่างไร

อันนี้คือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในฝั่งของเรานะครับ จำไว้ว่าจิตที่เริ่มต้นด้วยความนิ่มนวล ด้วยความรู้สึกปรารถนาดี แล้วก็สามารถคอนโทรลจิตให้อยู่ในโทนของความเย็นได้ ณ ขณะพูด จะได้สิ่งที่ต้องการนะครับ นั่นก็คือ ความเข้าใจ การเห็นภาพ ทั้งฝั่งเรา และฝั่งเขา!
_____________
ถอดความ : เอ้

รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน กลัวตกนรก คิดไม่ดีบ่อยมาก
13 มิ.ย. 2563
คำถามเต็ม : เดี๋ยวนี้เวลาพูดกับใครแรงๆ ไปแล้วเรากับรู้สึก เศร้าหมอง ตึงเครียดเองอยู่นาน ทั้งที่สิ่งทีเราว่าเค้าไปมันเป็นสิ่งที่เราคิดว่าถูกต้องแล้ว จนตอนนี้ไม่อยากโมโหหรือพูดแรงแรงกับใครอีกแล้ว เพราะเราทุกข์ใจเอง แต่บางครั้งมันก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี ควรทำอย่างไรคะ

รับชมคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=xNKFsEUgVZM

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น