วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

03 ให้ขันธ์ 5 รู้ตัวว่าเป็นขันธ์ 5 : บรรยายธรรม

ดังตฤณ : ด้วยอานาปานสตินี้นะ พอเจริญมาถึงจุดหนึ่ง จะมีสัญญาณบอกว่าขันธ์ 5 เริ่มรู้ตัวขึ้นมาแบบระแคะระคาย หรือว่า รู้ขึ้นมาจะจะ แบบได้เห็นการเปิดโปง รู้ว่าตัวเองที่แท้เป็นขันธ์ 5 ไม่ใช่บุคคลไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่อะไรอย่างที่คิดมาตลอดตั้งแต่เกิด

 

เป็นแค่การรวมร่างกัน ประสานงานร่วมมือกันแหกตา ของขันธ์ 5

 

โดนแหกตา โดนต้มสนิทมาตลอด ว่ามีตัวตนอยู่ในนี้

 

พอเจริญอานาปานสติไปแล้ว จะมีสัญญาณบอก คือ ยกตัวอย่างเช่น ตื่นนอนขึ้นมา จิตรวมลงไป รู้สึกถึงลมหายใจได้เอง โดยไม่ได้มีความพยายาม ไม่ได้มีใครเป็นคนสั่ง

 

ความเป็นอัตโนมัติคือ คีย์ที่สำคัญมากๆ อย่างหนึ่ง ที่เป็นเครื่องชี้ว่า ขันธ์ 5 จะรู้ตัวเองว่าเป็นขันธ์ 5 หรือเปล่า

 

ถ้าไม่มีความเป็นอัตโนมัติ ยังต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไช ยังต้องคอยสั่ง ยังต้องคอยถามตัวเองว่า นี่เที่ยงหรือไม่เที่ยง เรากำลังรู้อะไร รู้สึกคลุมเครืออยู่ จะดูอะไรดี แบบนี้ยังมีตัวตนนำ ยังไม่ค่อยจะออกแนวที่ขันธ์ 5 จะรู้ตัวมันว่า เป็นขันธ์ 5

 

ยังมีตัวตนของผู้พยายามดูขันธ์ 5 อยู่

 

หรือพอตื่นนอนขึ้นมา จิตรวม รู้ลมหายใจได้เอง เสร็จแล้วถ้าลุกจากที่นอน ปล่อยเลย ขาดเลย ขาดลอยลมเลย สติหายไปเลย มีความฟุ้งซ่านมาครอบงำแทน อย่างนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นสัญญาณบอกที่ดี

 

แต่สัญญาณที่ดีก็คือว่า พอลุกจากเตียง รู้เท้ากระทบต่อ รู้ความเคลื่อนไหวของอิริยาบถเดินต่อ

 

จากเดิม ที่เป็นท่านอนอยู่ ตอนก่อนลืมตา รู้สึกว่าจิตรวมลง สว่างโพลง แล้วเห็นลมหายใจเข้าออก อย่างนี้ เป็นสัญญาณที่หนึ่ง

 

พอลุกจากเตียง ความใส่ใจที่จะรู้ลมหายใจ ยังไม่หายไปไหน ความใส่ใจที่จะอยู่กับเนื้อกับตัว ที่เป็นอิริยาบถปัจจุบันตามจริง ไม่หายไปไหน ยังติดตามเป็นเงาไป

 

อย่างนี้ก็คือสัญญาณบอกอย่างหนึ่ง ว่าขันธ์ 5 เริ่มจะรู้ตัวว่ามันเป็นขันธ์ 5

 

แล้วก็ในระหว่างวัน ใจ..  ลักษณะที่เป็นคีย์สำคัญ คือใจไม่แคร์ว่าจะพลาดอะไรในโลกไปบ้าง แต่แคร์ว่า มีอะไรที่เราพลาด มองไม่เห็น หรือเห็นไปไม่ถึงในปัจจุบัน

 

ยกตัวอย่างเช่น บางคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า สัญญาขันธ์เป็นอย่างไร คือความจำได้หมายรู้ คือความสำคัญมั่นหมายว่า นี่เป็นตัวเป็นตนหรือเปล่า อย่างนี้รู้

 

หรือพอเกิดความชอบใจไม่ชอบใจ เกิดความรู้สึกว่าชิงชังหน้าใครขึ้นมา อยากจะไปด่า อยากจะไปเอาคืน แล้วรู้ว่านั่นคือสังขารขันธ์ นี่ก็ถือว่าใช้ได้

 

แต่อะไรที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ทำสมาธิไปแล้วเกิดภาวะสว่าง เหมือนไม่มีอะไร ไม่มีบุคคล ตัวนี้ ก็ดีใจขึ้นมาว่า เราถึงความรู้สึกว่าไม่มีตัวตน ถึงความรู้สึกว่าง สว่าง

 

นี่ ลืมแล้ว ไม่รู้แล้ว รู้ไปไม่เท่าทันแล้วว่า นี่ก็คือสังขารขันธ์อีกชนิดหนึ่ง

 

สังขารขันธ์ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่รู้

 

ขันธ์ 5 นี่ไม่รู้ตัวของมันเองว่า นี่เป็นอีกการปรุงแต่งหนึ่งของจิต เป็นอีกสังขารชนิดหนึ่ง ที่เพิ่งปรากฏขึ้นมา พอของใหม่ มาใหม่ ไม่คุ้น นึกว่าเราเข้าถึงอะไรบางอย่าง .. นี๋ มีเราเข้ามา โดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว รู้ไม่เท่าทัน

 

แต่ถ้าหากว่าเป็นคนแม่นในหลักการ และคุณแม่นแค่จุดนี้จุดเดียวนี่นะ ไม่ต้องไปถามว่าทำอย่างไรให้คืบหน้าเลย จะคืบหน้าไปเรื่อยๆ เอง คือขันธ์ 5 นี่จะรู้ตัวของมันมากขึ้นๆ ว่าจะเกิดภาวะอะไรขึ้นมาก็แล้วแต่ เป็นแค่สังขารขันธ์

 

จะมีภาวะอะไรขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ภาวะแบบนี้ เกิดขึ้นแล้ว จะทำอย่างไรต่อ ก็แค่เห็นมันเป็นสังขารขันธ์ ที่จะต้องเสื่อมลงเป็นธรรมดา เห็นเหมือนกันกับ ที่เราฝึกเห็นลมหายใจมาตั้งแต่ต้น

 

ที่เมื่อกี้ คือพูดถึงสัญญาณบอกว่า ขันธ์ 5 เริ่มรู้ตัวว่าเป็นขันธ์ 5 ขึ้นมา

 

แต่ถ้าเป็นตรงกันข้ามนะ ถ้ารู้เข้ามาในกายใจ แล้วรู้สึกว่ามีอาการเร่งๆ อยู่ มีอาการ เบื่อๆ อยากๆ อยู่ บอกไม่ถูกว่าเร่งเอาอะไร

 

ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นสัญญาณบอกว่า ตัวคุณยังอยู่ แล้วก็พยายามให้ขันธ์ 5 เกิดอะไรขึ้นมา เกิดภาวะที่เป็นสมาธิ เกิดภาวะสงบ เกิดภาวะของมรรคผล

 

คือคุณไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า มรรคผลดีอย่างไร รู้แต่ว่า ฉันจะปฏิบัติเอามรรคผล เพราะฉะนั้น โดยธรรมชาติธรรมดา ของคนที่ยังไม่เคยเห็นนิพพาน ยังไม่รู้ว่าขันธ์ 5 ไม่ใช่ตัวของเราจริงๆ ก็จะมีความอยากให้ขันธ์ 5 นี่ได้มรรคผลขึ้นมา

 

ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ขันธ์ 5 พยายามเอามรรคเอาผลให้ตัวเอง ก็จะมีตัวเอง ความอยากของตัวเอง มาเป็นกำแพงขวางมรรคผล

 

คุณไม่มีทางถึงมรรคผลด้วยการอยากให้ขันธ์ 5 บรรลุธรรมนะ

 

ต่อเมื่อขันธ์ 5 หมั่นทำความรู้จักกับตัวเอง ทีละครั้ง ทีละหน ทีละนิด ทีละหน่อย กระทั่งรู้ชัดว่าตัวเองเป็นขันธ์ 5 อย่างบริบูรณ์ นี่แหละ ตรงนี้ ภาวะทางธรรมชาติ ถึงได้ช่องเกิด

 

จิตจะรวมเป็นสมาธิอีกแบบหนึ่ง เหมือนกลุ่มแรกที่บอกว่า รู้ลมหายใจได้บ่อยๆ เทียบเท่ากับตอนอยู่ในสมาธินี่นะ กลุ่มนี้เป็นไปได้สูงที่คุณจะมองเห็นว่า ที่ลมหายใจเข้าออกอยู่นี่ เป็นรูปขันธ์ ไม่ใช่ลมหายใจของคุณ ไม่ใช่ลมหายใจของใคร ไม่ใช่สมบัติของใคร เป็นสมบัติของความแตกพังอยู่ตลอดเวลา

 

แล้วพวกที่เห็นลมหายใจได้เรื่อยๆ เทียบเท่ากับขณะอยู่ในสมาธิ พวกนี้จะแจ่มแจ้งว่า ถ้าวันหนึ่ง จะถึงมรรคผล ไม่ได้มีมรรคผลให้ใคร จะรู้ขึ้นมาก่อนล่วงหน้าเลยว่า คนได้มรรคผล คนบรรลุธรรม ไม่ใช่คนที่ได้รางวัล มีแต่ภาวะความทุกข์อะไรบางอย่าง ถูกปลดปล่อยไป

 

เหมือนท่านวชิราเถรี เคยกล่าวไว้ในสมัยพุทธกาล เป็นภิกษุณี บอกว่า

 

นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น

นอกจากทุกข์ไม่เคยมีอะไรเคยดับไป

ไม่มีบุคคลมาตั้งแต่แรก

 

คืนนี้ จะมาพูดถึงสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกสงบจากความอยากเพื่อตัวตน ซึ่งก็จะทำให้คุณขยับเข้าใกล้ความเป็นไปได้ ที่จะให้ขันธ์ 5 รู้ตัวเองว่าเป็นขันธ์ 5

 

นี่คือคีย์สำหรับคืนนี้นะ เราจะค่อยๆ ขยับไปทีละนิดๆ คืนนี้เราจะพูดในแง่ว่า ทำอย่างไร ความรู้สึกในตัวตน จะสงบลง

 

สงบลงจากความอยาก ความอยากในตัวตน ถ้าสงบลงได้ เมื่อนั้น เหมือนกับเปิดทางโล่งๆ ให้ขันธ์ 5 รู้ตัวเองว่ามันเป็นขันธ์ 5 นะ

______________________

รายการปฏบัติธรรมที่บ้าน ตอน ให้ขันธ์ 5 รู้ตัวว่าเป็นขันธ์ 5

ช่วงบรรยายธรรม

วันที่ 11 กันยายน 2564

ถอดคำ : เอ้

รับชมคลิป :

https://www.youtube.com/watch?v=FSmiPTaiFz4&t=341s

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น