วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564

Q11จะรู้ได้อย่างไรว่าความสว่างเกิดจริง หรือคิดไปเอง

ดังตฤณ : ถ้าจะเอาให้เกิดสัมมาทิฏฐิจริงๆ ให้ชัวร์จริงๆ ว่าเราไม่หลงคิดไปเอง เริ่มต้นขึ้นมา คุณนั่งคอตั้งหลังตรง ถามตัวเองว่าตอนนี้รู้สึกไหม ถึงอาการนั่งคอตั้งหลังตรง

 

ถ้าหากรู้สึกถึงอาการนั่งคอตั้งหลังตรง แล้วไม่คิดเรื่องอื่น นี่เรียกว่าสว่าง อยู่ในขอบเขตของกายแล้ว

 

แต่ถ้ารู้สึกถึงลมหายใจไปเรื่อยๆ อย่าลืมนะ ตัวตั้งต้องมาจากตรงนี้ก่อนนะ ..คอตั้งหลังตรง แล้วรู้สึกว่าสบายๆ อยู่ อย่างนี้เรียกว่าเป็นความสว่างระดับหนึ่ง

 

พอเรามีความสว่างระดับหนึ่ง แล้วเอามาต่อยอดโดยการรู้ลมหายใจไป แล้วรู้สึกสว่างขึ้น มีความสว่างนวลๆ ออกมา อย่างนี้ มาจากสติ รู้ลมแน่ๆ นะครับ ไม่ใช่คิดเองแน่ๆ เพราะมีจุดอ้างอิง เป็นความสว่างระดับหนึ่ง ยกขึ้นมาเป็นความสว่างระดับสอง

 

แล้วความสว่างระดับสอง พอมีความรู้ลมหายใจ มีความใส่ใจ ความเบา มากขึ้นๆ จนถึงจุดหนึ่ง จะคงที่คงเส้นคงวา เจิดจ้าออกไป แบบนั้น คุณไม่สงสัยแล้ว จะไม่มีข้อมาพะวง มาคิดย้อนเลยว่า นี่เรียกความสว่างออกมาจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเราคิดไปเอง

 

เป็นความสว่างที่คุณรู้สึกว่าเห็นได้ชัดยิ่งกว่า ตาเห็นสปอตไลท์เสียอีก

 

และความสว่างนั้น จะพาคุณทะลุทะลวงออกไป จะเห็นข้างนอกก็ได้ จะย้อนกลับเข้ามาเห็นข้างใน จะเห็นหมดเลย ยิ่งกว่ากล้อง x-ray นะครับ

____________________

เราจะทราบหรือแยกได้อย่างไรครับว่า แสงสว่างที่เกิดขึ้นให้เราเห็นนั้นเกิดจากกำลังของอานาปานสติ หรือเกิดจากการนึกคิดด้วยสมองของเราเองครับ?

รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน เหลือแต่ตัวรู้สังขารขันธ์

- ช่วงคำถาม คำตอบ

วันที่ 25 กันยายน 2564

ถอดคำ : เอ้

รับชมคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=O6nmwhD7orA

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น