วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560

เกมกรรม บทที่ ๓ - คะแนนสะสม (ดังตฤณ)

ถ้าชีวิตคุณเป็นทุกข์ แปลว่าคุณกำลังมีคะแนนติดลบชั่วคราว


วิธีคิดคะแนนในเกมกรรม

เกมทั่วไปมักมีการสะสมคะแนนเป็นบวกขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วตัดสินแพ้ชนะกันตรงที่ใครได้คะแนนมากกว่าเมื่อหมดเวลาเล่น เช่นในเกมฟุตบอลพอหมดเวลาใครยิงประตูได้มากกว่ากัน หรือตัดสินกันตรงที่ใครได้คะแนนตามเป้าก่อนคู่แข่งขัน เช่นในเกมปิงปองข้างใดทำคะแนนถึง ๑๑ ก่อนก็ชนะไป

ส่วนเกมกรรมจะไม่ใช่เช่นนั้น นอกจากสะสมคะแนนบวกแล้ว ยังมีการสะสมคะแนนลบอีกด้วย คะแนนทั้งบวกและลบจะสั่งสมไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบเกมแล้วตัดสินรวบยอดเมื่อตายลงในชาติหนึ่งๆ ในระหว่างมีชีวิตแม้จะปรากฏร่องรอยการสั่งสมคะแนนบ้าง เช่นปกติมีสีหน้าหมองคล้ำ หรือมีรอยยิ้มที่บริสุทธิ์เบิกบานเป็นประจำ ก็ไม่ชัดเจนเท่าเมื่อธรรมชาติกรรมวิบากพิพากษายามขาดใจตาย เพราะใบหน้าทั้งหมดจะถูกปรับเปลี่ยน แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

สำหรับคะแนนบวกจะหมายถึงบุญ อันเป็นตัวบันดาลให้ใจเป็นสุข และบันดาลชีวิตให้เป็นไปในทางดี ส่วนคะแนนลบจะหมายถึงบาป อันเป็นตัวบันดาลให้ใจเป็นทุกข์ และบันดาลชีวิตให้เป็นไปในทางร้าย ขอให้เข้าใจว่าคะแนนบุญกับคะแนนบาปจะไม่นำมาหักลบกัน บุญให้ผลในทางดีส่วนหนึ่ง เป็นต่างหากจากที่บาปก็ให้ผลในทางร้ายอีกส่วนหนึ่ง เช่นชอบด่าคนสาดเสียเทเสียจนติดนิสัย ผลอาจทำให้ปากเบี้ยวไม่น่าดู แต่ตอนถวายทานแด่สมณะมีความเลื่อมใสในทาน มีความศรัทธาในผลของทาน ผลย่อมปรุงแต่งให้ผิวพรรณงดงาม สรุปออกมาชาติใหม่คือรูปร่างและผิวพรรณงดงามแต่เป็นคนปากเบี้ยว เป็นต้น

การเก็บคะแนนแต่ละแต้มนั้น วัดกันด้วยนิสัยที่ตั้งมั่นถาวรระดับหนึ่ง คือไม่ใช่แค่ทำความดีหนึ่งครั้งแล้วเก็บได้หนึ่งคะแนน และไม่ใช่ทำความชั่วหนึ่งครั้งแล้วถูกหักหนึ่งคะแนน คุณจะต้องทำดีอะไรอย่างหนึ่งเป็นปกติ จึงจะเพิ่มคะแนนบวกหนึ่งคะแนน และจะต้องทำชั่วอะไรสักอย่างเป็นประจำ จึงจะเพิ่มคะแนนลบหนึ่งคะแนน ส่วนการทำดีชั่วเพียงชั่วครู่ชั่วยามจะถูกนำไปเก็บในรูปของแต้มปลีกย่อยต่างหาก และไม่ถูกนำมาคิดคำนวณตัดสิน ‘แพ้ชนะ’ ยามเลิกเล่นเกมในแต่ละชาติจริงจังนัก



การตัดสินจากผลคะแนนรวม


คล้ายคุณเล่นเกมที่ทำแต้มแลกของรางวัล พอเล่นเสร็จก็จะมีคนตรวจดูว่าคุณได้กี่แต้ม แล้วเอาของรางวัลมามอบให้คุณตามเกณฑ์ ซึ่งอาจมีความสมน้ำสมเนื้อหรือบิดพลิ้วก็ขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของกรรมการตัดสิน แต่สำหรับเกมกรรมนั้น พอเล่นเกมจบในแต่ละชีวิต ธรรมชาติจะพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมว่าคุณมีแต้มบวกสมควรได้รับรางวัลเป็นอะไรบ้าง รวมทั้งดูด้วยว่าคุณมีแต้มลบสมควรได้รับบทลงโทษสักแค่ไหน

ในที่นี้เพื่อความเข้าใจง่ายและเห็นภาพรวมได้ชัด จะขอกล่าวเฉพาะสมบัติ ๑๐ ข้อที่ทุกคนต้องมีเมื่อเป็นมนุษย์ แต่ละข้อใช้เป็นเครื่องชี้ว่าเอาคะแนนเป็นบวกหรือเป็นลบมาแลก



๑) พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ผู้ปกครองที่เลี้ยงดูคุณ เฉพาะที่มีอิทธิพลกับชีวิตตลอดจนความรู้สึกนึกคิดของคุณ หากคุณได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี มีการเอาใจใส่ ทำให้โตขึ้นมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นมั่นคง ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากท่านหรือพวกท่านทำให้คุณโตขึ้นมาท่ามกลางความสับสน ว้าเหว่ และไม่มีฐานความรู้สึกที่มั่นคง ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากคุณรู้สึกว่าโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูแบบครึ่งดีครึ่งร้าย ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๒) เพศ คุณจะเป็นชายหรือหญิงไม่สำคัญ สำคัญที่คุณภูมิใจในเพศของตนเองหรือไม่ หากภูมิใจ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากคุณมีปมทางเพศ ไม่ชอบเพศตนเอง อยากเป็นเพศอื่น ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากคุณไม่มีความภูมิใจ ขณะเดียวกันก็ไม่มีความเสียใจในเพศของตนเอง ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๓) รูปร่างหน้าตา ตลอดจนผิวพรรณ ถ้าปกติรู้สึกว่าเดินไปไหนมาไหนแล้วเด่นเกินใครเป็นประจำ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากไปไหนมาไหนแล้วรู้สึกตลอดเวลาว่ามีปมด้อยเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากมีความรู้สึกประมาณไม่น้อยหน้าใคร ขณะเดียวกันก็ไม่เกินหน้าใคร ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๔) แก้วเสียง ขอให้นับเอาตอนพูดปกติ อย่าดูตอนร้องเพลงหรือพยายามดัดเสียงเฉพาะกิจ หากคุณภาพเสียงเป็นที่ยอมรับสำหรับตัวคุณเองและคนรอบข้าง ว่าเป็นกังวานน่าฟัง หรือมีอำนาจดึงดูดใจในทางดี ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากเสียงแหบแห้งไม่น่าฟัง หรือคุณได้ยินตัวเองเปล่งเสียงจากเครื่องบันทึกแล้วรู้สึกระคายโสต ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากน้ำเสียงของคุณฟังธรรมดา ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๕) สุขภาพ รวมทั้งกำลังวังชาที่จะทุ่มเททำงาน หากคุณรู้สึกว่าร่างกายโปร่งเบา เคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงไม่ติดขัด ตลอดจนทำงานหนักได้เต็มที่โดยไม่เหนื่อยง่าย ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากคุณรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง มีอวัยวะบกพร่องเป็นเหตุให้เคลื่อนไหวจำกัด หรือกระทั่งขี้เกียจเพียงเพราะเหตุผลตื้นๆคือร่างกายอ่อนแอ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากสุขภาพของคุณอยู่ในระดับพอใช้ได้ ไม่เหนื่อยง่ายเกินไป แต่ก็ไม่เป็นเหตุให้กระตือรือร้นอยากใช้กำลังเยี่ยงนักกีฬา ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๖) ฐานะ ไม่ใช่วัดกันที่ตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่วัดกันที่ความสบายใจ ความรู้สึกมั่นคงในทรัพย์สินและความสามารถใช้จ่ายตามจำเป็น อย่างน้อยซื้อหาปัจจัย ๔ คืออาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคได้ตลอดไม่ขาดสาย หากรู้สึกว่าคุณมีอำนาจจับจ่ายใช้สอยตามใจชอบได้เกินกว่าปัจจัย ๔ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากคุณอึดอัดกลุ้มใจเกี่ยวกับการเงินที่ลุ่มๆดอนๆ ใช้จ่ายได้แบบกระเบียดกระเสียร หรือกระทั่งเดือดร้อนเรื่องปัจจัย ๔ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากรู้สึกตึงๆ ไม่มีสำหรับฟุ่มเฟือย แต่มีรายได้เรื่อยๆเพียงพอสำหรับซื้อหาปัจจัย ๔ ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๗) ที่อยู่อาศัย คนรวยไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ที่ดี ลูกเศรษฐีบางคนต้องทนอยู่ในบ้านที่ใหญ่โตแต่ทึบทึม และเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมน่าอึดอัด บ้านที่ดีจะก่อความรู้สึกที่ดี และอยู่อาศัยด้วยความปลอดโปร่งสบายใจ เป็นจุดเริ่มต้นดีๆสำหรับชีวิตและการงาน หากคุณมีบ้านที่น่าอยู่ ชวนให้อยากกลับมามีความสุขที่บ้าน แม้ไม่กว้างขวางใหญ่โต ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากคุณมีบ้านที่ไม่ชวนให้อยากพัก ชวนให้อยากออกไปค้างคืนข้างนอก แม้กว้างขวางใหญ่โตโอ่อ่า ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากคุณไม่ถึงกับต้องฝืนใจอยู่ และไม่ถึงกับเจริญตาเจริญใจมากมาย ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๘) ครู ทุกคนต้องมีครู จะหลงลืมหรือระลึกได้ก็ตาม นับแต่ครูอนุบาลเป็นต้นมา บางคนก็มีพ่อแม่ที่บ้านเป็นครู หากใช้ใจของคุณรวมครูทุกคนที่มีอิทธิพลทางความคิดมาเป็นคนๆเดียว แล้วถามตัวเองว่าท่านทำให้คุณมีความรู้ มีความเข้าใจที่ถูกต้อง หรือมองโลกในแง่ดีร้ายเพียงใด หากครูของคุณโน้มเอียงไปทางสอนให้ขวนขวายหาวิชาใส่ตัวและเป็นคนดีมีศีลธรรม ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากครูของคุณโน้มเอียงไปทางสอนให้ทุจริตคิดคดและเป็นคนเห็นแก่ตัวหมั่นเบียดเบียนคนอื่น ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากครูของคุณไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งโดยเฉพาะ คุณมองโลกดีร้ายด้วยเหตุปัจจัยอื่นๆ ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๙) ความเฉลียวฉลาด หมายถึงความสามารถที่จะเรียนรู้และเข้าใจวิชาต่างๆ ตลอดจนกระทั่งความรวดเร็วในการพบวิธีแก้ปัญหา โลกนี้เต็มไปด้วยปัญหา ผู้แก้ปัญหาได้มากและได้ก่อนคือผู้ที่ฉลาดกว่า หากคุณฉลาดพอจะเอาตัวรอดและช่วยคนอื่นได้มาก ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากคุณฉลาดน้อยและต้องพึ่งพาผู้ฉลาดกว่าเพื่อแก้ปัญหาเสมอๆ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากคุณเป็นฝ่ายแก้ปัญหาบ้าง เป็นฝ่ายพึ่งพาคนอื่นให้ช่วยแก้ปัญหาบ้าง ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ

๑๐) วิธีใช้สติคิดอ่าน หมายถึงวิธีคิด วิธีมอง ระดับความหนักแน่นคงเส้นคงวาของจิตใจ ตลอดจนความสามารถยับยั้งชั่งใจไม่ให้หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว หากสติและความรู้สึกนึกคิดของคุณทำให้คุณเป็นสุขและเอาตัวรอดได้ในเกือบทุกสถานการณ์ ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นบวกหนึ่ง หากสติและความรู้สึกนึกคิดของคุณลากคุณลงสู่ห้วงทุกข์ทั้งที่ไม่จำเป็น ก็ถือว่าได้คะแนนเป็นลบหนึ่ง แต่หากสติและความรู้สึกนึกคิดของคุณพาจนบ้าง ลากเข้าสู่มุมอับบ้าง สลับกับนำความสุขความเจริญบ้าง ส่องให้เห็นทางออกจากความมืดแปดด้านบ้าง ก็ถือว่าไม่ได้คะแนนทั้งบวกและลบ



จะเห็นว่าสมบัติแต่ละข้อล้วนก่อแนวโน้มว่าชีวิตคุณจะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ ฉะนั้นเมื่อผสมผสานองค์ประกอบชีวิตเหล่านี้เข้าด้วยกัน ย่อมเป็นประมาณความสุขความทุกข์ที่เกิดประจักษ์กับใจ

๑) –๑๐ ถึง -๖ คะแนน แปลว่าคุณเสวยทุกข์มากที่สุดจากชีวิตมนุษย์

๒) -๕ ถึง -๑ คะแนน แปลว่าคุณเสวยทุกข์มากเอาการจากชีวิตมนุษย์

๓) ๐ แปลว่าคุณครึ่งสุขครึ่งทุกข์ แต่มีความโน้มเอียงที่จะเป็นทุกข์มากกว่าสุข

๔) ๑ ถึง ๕ คะแนน แปลว่าคุณเสวยสุขเป็นอันมากจากชีวิตมนุษย์

๕) ๖ ถึง ๑๐ คะแนน แปลว่าคุณเสวยสุขมากที่สุดจากชีวิตมนุษย์



บุญเป็นที่มาของความสุข ถ้าองค์ประกอบในชีวิตใครสร้างแนวโน้มที่จะทำให้เกิดสุขทางกายทางใจมาก ก็กล่าวได้ว่าเป็นคนมีบุญมาก สำหรับคนที่มีคะแนนต่ำ ก็ใช่จะแปลว่าคุณมีบุญน้อยเสมอไป เพราะบางคนช่วงเสวยอำนาจจากบุญเก่าแล้วหลงเหลิง เผลอทำบาปได้มาก ฉะนั้นเมื่อเกิดใหม่จึงอาจมีสมบัติที่สะท้อนให้เห็นคะแนนลบมากสักหน่อย

คะแนนรวมนี้ยังสะท้อนความจริงที่สำคัญ คือถ้าคุณติดลบมากๆ ก็จำเป็นต้องทำใจนิดหนึ่ง คุณจะต้องเพียรพยายามสร้างคะแนนบวกมากกว่าคนทั่วไป ชีวิตจึงจะดีขึ้นในทางสว่าง คุณต้องข่มใจเป็นอันมากที่จะไม่คิดมีชีวิตที่ดีขึ้นบนทางมืด และหากคุณมีคะแนนติดลบอยู่แล้ว แต่ยังทอดหุ่ยไม่คิดทำชีวิตให้ดีขึ้น ไม่รู้ทางสว่าง ไม่ขวนขวายปีนป่ายขึ้นจากก้นเหว ก็แปลว่าต้องเตรียมใจตกต่ำย่ำแย่ลงไปกว่าเดิมอีก

ส่วนคนที่มีคะแนนสูงๆ ก็ไม่ได้แปลว่าคุณนอนใจได้ คุณเพียงกระหยิ่มใจได้มากหน่อยว่าถ้าคิดเอาดี คิดพัฒนาตนเอง ก็ย่อมเป็นเรื่องง่าย ติดขัดอุปสรรคน้อย เพราะคะแนนหนุนหลังจะช่วยส่งเสริมอย่างแข็งแรง แต่ที่สำคัญคือถ้าคุณชะล่าใจคิดว่าทำอะไรก็ได้ ความชะล่าจะลากจูงพฤติกรรมผิดๆ ตั้งแต่ผิดเล็กน้อยจนถึงผิดร้ายแรง สร้างคะแนนลบได้มากกว่าผู้มีทุนต่ำ นั่นเพราะคนเราบารมียิ่งมากยิ่งเปิดโอกาสให้ทำชั่วได้ใหญ่โตมโหฬาร เพียงวันเดียวคุณอาจทำคะแนนลบมากมายเสียจนทุนเดิมช่วยให้หลุดจากความหายนะไม่ได้เลย




บทต่อๆไปจะแสดงให้เห็นว่าทำอย่างไรจึงจะเพิ่มคะแนนบวกและลดคะแนนลบลงได้มากๆภายในชีวิตเดียว

อ่านต่อบทที่ ๔  >>

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น