วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2564

เป็นลมพิษตลอด เกิดจากกรรมอะไร แก้ไขอย่างไร

ดังตฤณ : การไปตามหากรรมเก่านะครับ บอกตัวเองอย่างหนึ่งเลย อะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย มักจะเป็นกรรมที่ทำมาประจำ เป็นกรรม ที่จะให้ผลแบบปักหลักปักฐานนะ 

อะไรที่เกี่ยวกับร่างกาย อะไรที่เป็นรูปพรรณสัณฐาน จะเป็น อาจิณณกรรม เกือบทั้งสิ้นนะครับ

 

รูปพรรณสัณฐานที่เป็นแบบนี้ เตี้ยแบบนี้ สูงแบบนี้ หรือว่ามีหน้าตาดีหรือไม่ดีอย่างไร ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่บอกเราว่า เราเคยทำสิ่งนี้มาเป็นประจำ ถึงได้มีรูปปรากฏแบบนี้

 

อย่างถ้าเรามีความพอใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองนะ ก็แสดงว่าทำกรรมอันเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้อื่นไว้นะครับ

หรือว่าเรา.. อย่างคำถามนี่นะ ..มีโรคภัยไข้เจ็บ มีโรคอะไรที่เรื้อรัง มีอะไรที่รักษาไม่หาย การทำให้เกิดความทุกข์ทางกายอย่างไร ก็สะท้อนว่า เราเคยทำอะไร ที่เป็นทุกข์กับร่างกายของคนอื่นประมาณนั้น


ยกตัวอย่างในสมัยพุทธกาลนะครับ ที่เคยมีผู้ที่เป็นโรคเรื้อนที่รักษาไม่หายด้วยยา ก็มีพระแนะนำให้ไปทำความสะอาดห้องน้ำของภิกษุสงฆ์ ด้วยความตั้งจิตนะ ว่าจะทำความสะอาดส้วม พวกอะไรต่างๆ ให้มีความสะอาดนะครับ ก็เหมือนกับเป็นการชำระล้างกรรมอันสกปรกให้ออกไปจากใจ

พูดง่ายๆ ว่า ยิ่งเห็นส้วมของภิกษุ มีความสะอาดมากขึ้นเท่าไหร่ ใจของเราก็จะยิ่งมีความรู้สึกสะอาดตามมากขึ้นเท่านั้น และก็จะมีผลกับเนื้อตัวด้วย

 

คือ ตอนที่พระท่านแนะนำ ท่านก็ให้นึกถึงว่า ความสกปรกของร่างกายอะไรต่างๆ นี่ ถ้าหากว่า ใจสะอาดขึ้น หรือว่าไปทำบุญใหญ่ ทำให้ความสกปรกในสถานที่ ที่เป็นสุขา ของบุคคลผู้ศักดิ์สิทธิ์มีความสะอาด ร่างกายของเราก็จะสะอาดตามไปด้วย

 

ก็เป็นคำแนะนำของท่าน แล้วเขาก็ทำ ไม่ใช่ทำอยู่แค่ครั้งสองครั้งนะ ทำอยู่นาน จนกระทั่งเห็นผลว่าดีขึ้นได้จริงๆ รู้สึกเนื้อตัว หายคัน หายจากลักษณะของความเป็นโรคเรื้อน อะไรแบบนี้ ..อันนั้นเป็นที่มาในสมัยพุทธกาลนะครับ


ทีนี้ ถ้าเราเป็นโรคอะไรก็แล้วแต่ ที่เกี่ยวกับร่างกาย ลองนึกถึงว่าเราทำอะไรกับร่างกายผู้อื่นได้บ้าง อย่างเช่น จะเป็นการปล่อยวัว (หมายเหตุ: ไถ่ชีวิตโคกระบือ) เป็นการปล่อยสัตว์ใหญ่นะครับ

 

การปล่อยวัว นี่ หลายคนกังวลว่าจะไม่ดี กลัวว่ามันจะไม่ได้มีชีวิตต่อจริง เพราะอาจจะไม่มีคนเลี้ยง หรืออะไรก็ตาม ก็เอาที่เราปล่อยได้นะครับ ปล่อยนกปล่อยปลา หรือว่าไปทำให้ชีวิตคนอื่น รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานทางกาย

 

อย่างเอาแบบตรงๆ เลย คนที่เขาเป็นโรคผิวหนัง หรือเป็นผู้ป่วยอนาถาอะไรแบบนี้ เราไปอุปถัมภ์ช่วยเหลือเขาเป็นประจำ เอาทุกทางที่เกี่ยวกับเรื่องของความลำบากทางกาย หรือว่าความเป็นโรคอะไรเกี่ยวกับผิวหนัง

 

นี่ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุดที่จะทำนะครับ แต่จะหายหรือไม่หาย ก็เป็นเรื่อง อจินไตย นะ

 

ต้องมีความเข้าใจอย่างหนึ่งด้วยว่า กรรมของแต่ละคนทำมานี่ แม้แต่ในชาตินี้ ที่เราเห็นด้วยตาเปล่า เราก็จะรู้ว่า ทำด้วยกำลังใจไม่เท่ากัน ทำมายืดเยื้อยาวนานไม่เท่ากัน ทำกับบุคคลผู้มีศีลหรือไร้ศีล ไม่เสมอกัน นะครับ

 

อย่างถ้าใครทำอะไรไว้ ในแบบที่ทำทั้งชีวิต ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกรรมที่หนักแน่นมาก แก้อย่างไรก็เหมือนจะไม่หาย ต้องชดใช้ไปตลอดอะไรอย่างนี้

 

ในขณะที่บางคน อาจจะทำแค่นิดๆ หน่อยๆ แล้วก็มีการผ่อนปรน มีการปราณีผู้ถูกกระทำ ไม่ให้ต้องได้รับความทรมานมากเกินไป

 

ด้วยใจที่ต่างกันนี่ ทำให้ผลลัพธ์นี่นะครับ แตกต่างกันไปด้วย


บางคนนี่ เป็นโรคลึกลับ แต่แก้ไม่ยากนะ เจอหมอทีเดียว ก็สามารถที่จะแก้หายได้ เจอหมอถูกคน ซึ่งรู้วิธี รู้อุบายที่หมอคนอื่นไม่รู้

 

ในขณะที่บางคนนี่ อย่างผมเอง บางโรคนี่นะ ต้องแก้มาทั้งชีวิต กว่าจะเจอหมอที่รักษาได้จริงๆ เกี่ยวกับเรื่องกระดูก เกี่ยวกับเรื่องอะไรที่เป็นการฟ้องว่า นี่เป็นกรรมที่เราทำมาหนักแน่นจริงๆ เป็นกรรมที่เราทำมาประจำและสม่ำเสมอจนชั่วชีวิตจริงๆ ..กว่าจะเจอ บางทีก็นานนะครับ


อย่างกรณีนี้ บอกคลุมๆ เลยนะครับ กรณีของโรคที่เกี่ยวกับกรรม โรคที่หมอแผนปัจจุบันรักษาไม่หาย ไม่มีใครรู้วิธีรักษา ให้สันนิษฐานนะครับ ว่าเราทำมาไว้เยอะ

ทีนี้ ไม่มีหรอกที่(กรรม)จะให้ผลตลอดไป ถ้าหากว่าเราไม่ไปสร้างเหตุเพิ่มนะ ต้องมีทางที่จะบรรเทาเบาบางลงนะครับ ด้วยการที่เราใส่น้ำ.. ใส่น้ำดีใหม่ๆ เข้าไปแทนน้ำเสียเก่าๆ เช่น ในทางที่เราจะให้ทาน ในทางที่เราจะถือศีล

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทาน หรือเรื่องของศีล ถ้าทำเป็นประจำต่อเนื่องยาวนาน ไม่ว่าจะด้านไหน จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาเสมอ 


คนถือศีลนี่นะ พวกครูบาอาจารย์หมอดูที่แบบเป็นเซียนจริงๆ ระดับปรมาจารย์ทางโหราศาสตร์จริงๆ จะบอกไว้นะครับ ว่าคนที่ถือศีลมานาน ถือศีลตั้งมั่น มีจิตใจผ่องแผ้ว อย่าไปดู(ดวง) เพราะมักจะเพี้ยน ดู(ดวง)แล้วคลาดเคลื่อน 

 

เพราะว่าของใหม่ ที่เป็นบุญใหม่นี่ จะเกินของเก่า .. มักจะเกินของเก่า 

 

ยกเว้นแต่พวกที่บาปหนักจริงๆ ทำมาทั้งชีวิตจริงๆ อย่างพระเทวทัตนี่ ก็จะแก้ยาก

 

แต่คนส่วนใหญ่เลย ถ้าถือศีลบริสุทธิ์ สะอาดทุกข้อได้เป็นปีๆ ดวงจะเปลี่ยน แล้วอะไรที่เป็นโรคร้าย หรือว่าอะไรที่เรื้อรังอยู่นี่ บางทีจะหายไป แบบราวกับเป็น ..คือ จะว่าเป็นปาฏิหาริย์ก็ไม่เชิง เพราะจะค่อยเป็นค่อยไปนะ

 

พอจิตของเราผ่องแผ้วด้วยศีล ด้วยกำลังของศีล เราจะรู้สึกขึ้นมาว่า เรื่องร้ายๆ เก่าๆ หรืออะไรที่ไม่ดีทั้งหลายนี่ เหมือนจะค่อยๆ ห่าง ค่อยๆ หายไป.. จะเป็นโรคประจำตัวก็ดี หรือว่าจะเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ก็ดี .. สิ่งเหล่านี้ เหตุการณ์เหล่านั้น จะค่อยๆ ไกลออกไปๆ เรื่อยๆ 

 

จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง มีก็เหมือนไม่มี หรือว่าไม่มีเลย ผิดจากสเปคตามดวงตามเกณฑ์ว่า ตามชะตา วันนี้เดือนนั้นเดือนนี้ จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ..ไม่เป็นอะไรเลยสักอย่าง 

 

อันนี้ก็ว่ากัน เกี่ยวกับเรื่องของอะไรที่เรารู้สึกว่า มันแก้ไม่ได้น่ะนะครับ

_________________

 

คำถามที่ ๕ : เป็นลมพิษมาตลอดชีวิต เกิดจากกรรมอะไรและแก้ไขได้อย่างไรค่ะ

 

รายการปฏิบัติธรรมที่บ้าน ตอน ไลฟ์คลับเฮาส์และเฟสบุ๊ค ครั้งที่ 3

วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ถอดคำ : นกไดโนสคูล

ตรวจทาน : เอ้

ชมคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=rixSdlcjDAk

** IG **

 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น