วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การเที่ยวผู้หญิงเป็นบุญหรือเป็นบาปกันแน่ (ดังตฤณ)

ถาม : อยากทราบว่าในทางธรรม การไปเที่ยวผู้หญิงได้ชื่อว่าทำกรรมแบบใดกันแน่ ระหว่างช่วยหญิงด้อยโอกาสให้มีรายได้ กับซ้ำเติมผู้ด้อยโอกาสให้อยู่ในวงจรอุบาทว์เต็มตัว?

> จากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่มที่ ๑๒

ดังตฤณ:
 
คำตอบโดยย่นย่อคือ ‘ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง’ ครับ!

ก่อนอื่นต้องย้ำความเข้าใจว่าถ้าพูดกันเรื่อง ‘กรรมวิบาก’ แล้ว เราจะเน้นที่เจตนาเป็นหลักนะครับ ใจเล็งอย่างไร กรรมก็อย่างนั้น การ คุยกันเรื่องกรรมวิบากนี้ ทางที่ดีให้ตัดเรื่องถูกเรื่องผิดออกไปก่อน เพราะความผิดความถูกผูกอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน และอาจไม่เกี่ยวกับความจริงทางจิตหรือกรรมวิบากเอาเลย

อย่างเช่น ในสายตาของนักสังคมสงเคราะห์ การเที่ยวผู้หญิงเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เกิดวงจรค้ากาม หรือร้ายกว่านั้นคือกลายเป็นอุตสาหกรรมค้ามนุษย์ ซึ่งทุจริตชนอาจใช้เล่ห์กลทุกวิถีทาง หลอกล่อหรือกระทั่งฉุดคร่าสาวน้อยหน้าสวยๆมาขายตัว ถ้าไม่มีความเต็มใจจ่ายจากเพศชายจำนวนมาก ใครเลยจะคิดเป็นพ่อค้าขายหญิงขึ้นมาได้?

แต่นักสังคมสงเคราะห์อีกฝ่ายก็ตั้งคำถามว่าถ้า ไม่ให้ขายตัวแล้วจะเอาอะไรกินกันตาย? ผู้หญิงมากมายแบกภาระครอบครัว แม่ป่วย พ่อเมา น้องเรียน ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามสูตรสำเร็จชีวิตคนยาก เมื่อเกิดเป็นลูกหญิงก็ต้องเอาตัวเข้าแลกตามมีตามเกิด บางท้องถิ่นแทบถือเป็นประเพณีขายตัวตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ด้วยซ้ำ ฉะนั้นการไปเที่ยวผู้หญิงก็น่าจะหมายถึงการช่วยผู้ด้อยโอกาสให้มีรายได้เจือ จุนครอบครัวในทางอ้อม

มุมมองของนักสังคมสงเคราะห์ทั้งสองฝ่ายต่างก็ถูกต้อง พอๆกับที่ผิดพลาดได้ ขอเพียงมองต่างมุม ถูกกับผิดดิ้นได้ตามเหตุผลของแต่ละมุมเสมอ

คราวนี้มาดู ‘ความจริงทางใจ’ ของชายเกือบร้อยทั้งร้อย เรื่อง เริ่มต้นขึ้นจากความอยากได้ร่างหญิงมาบำบัดตัณหาชั่วคราว ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเยี่ยงแมงดา แล้วก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะช่วยเหลือเกื้อกูลเยี่ยงนักบุญแต่ประการใด

มันเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยน ฝ่ายหนึ่งได้มา ฝ่ายหนึ่งเสียไป ธรรมชาติกำหนดมาอย่างนั้น ผู้ได้ต้องจ่าย ผู้เสียสมควรรับค่าตอบแทน ไม่มีผู้ชายคนไหนตั้งต้นออกจากบ้านไปเสพนารีด้วยจุดประสงค์จะอุปถัมภ์หรือ ย่ำยีใคร

แต่อะไรที่ทำบ่อยนะครับ ในที่สุดเจตนาก็อาจแปรไป คนเราพอเที่ยวผู้หญิงแทบทุกคืนก็ต้องเริ่มรู้จักคนคอเดียวกัน เริ่มรู้จักพนักงานเชียร์แขก หรือถ้าป๋าหน่อยก็อาจได้ร่วมโต๊ะเหล้ากับเจ้าของกิจการในฐานะแขกผู้มีเกียรติ จากนั้นอะไรๆก็เป็นไปได้ นับแต่คุยถึงผู้หญิงด้วยสายตาเล็งว่าผู้หญิงเป็นสินค้า พอจิตใจไปถึงตรงนั้นก็คุยเรื่องธุรกิจค้ากามด้วยความรู้สึกปกติ พอปกติมากเข้าก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกที่จะกระโจนเข้าร่วมขบวนการค้ากาม นี่แหละเรียกว่าเที่ยวผู้หญิงจนกลายเป็นแมงดาโดยไม่รู้ตัว

ในทางตรงข้าม หากคุณขี้สงสารมนุษย์ หากไปใช้บริการบ่อยๆ เจอตัวเลือกกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้ที่กรรมจะเหวี่ยงไปเจอสาวน่าสงสารยิ้มหวานเอาใจเก่ง หากเคยมีกรรมสัมพันธ์ร่วมกันมา คุณก็อาจเกิดความอยากช่วยเหลือส่งเสียเธอโดยไม่ได้หวังผลทางเพศอีกต่อไป นี่ก็คงต้องเรียกว่าเที่ยวผู้หญิงจนกลายเป็นนักบุญโดยไม่เจตนา


สรุปว่าเรื่องกรรมนั้น ไม่ผูกอยู่กับภาพลักษณ์หรือความเชื่อที่ตายตัวของใครครับ เป็นเรื่องดิ้นได้เรื่อยๆตามเจตนา ตามพื้นหน้าพื้นหลังของแต่ละคน



** IG **

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น