วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ผลของทานกับศีลเหมือนกันหรือไม่ (ดังตฤณ)

ถาม : ฟังจากที่คุณดังตฤณอธิบายอานิสงส์ของทานและศีลมา ดูเหมือนให้ผลเหมือนเป็นอันเดียวกัน อยากทราบว่าตกลงทานกับศีลคือสิ่งเดียวกันหรือ จึงให้ผลเหมือนกัน?

> จากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่มที่ ๑๒

ดังตฤณ:
 
ทั้งทานและศีลเป็นเครื่องปรุงแต่งจิตให้อ่อนโยน มีความสว่างไม่มืดทึบ มีความเปิดกว้างไม่คับแคบ เป็นปัจจัยเกื้อหนุนกันและกัน เช่น เมื่อทำทานจนชอบเป็นผู้ให้ ย่อมกระดากแม้จะเป็นผู้รับสักครั้ง ไหนเลยจะริอ่านผิดศีลขโมยของใครมาเป็นของตน

คนเรามีสมบัติหลายแบบ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสชี้ความจริงให้แก่เหล่าคนร่ำรวย ท่านก็กล่าวว่าศีลคือสมบัติชนิดหนึ่ง ผู้มีศีลเป็นสมบัติ คือถึงพร้อมด้วยศีลโดยเจตนาเว้นขาดจากความชั่ว ย่อมรับอานิสงส์ ๕ ประการคือ

๑) ได้กองโภคทรัพย์ใหญ่หลวง

๒) ชื่อเสียงอันดีงามของคนที่ถึงพร้อมด้วยศีลย่อมเฟื่องฟุ้งไป

๓) เป็นผู้แกล้วกล้าไม่ขวยเขินในการเข้าที่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นพวกไหนเหล่าใด

๔) ไม่หลงเลอะเทอะขณะกำลังจะตาย

๕) เบื้องหน้าหลังจากกายนี้ดับลง ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

สรุปคือถือศีลดีๆได้ทั้งเงิน ได้ทั้งชื่อเสียง ได้ทั้งความเชื่อมั่นในตนเอง ได้ทั้งสติ ได้ทั้งสวรรค์ ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากการทำทานดีๆแต่อย่างใดเลยครับ (อานิสงส์ของศีลไม่ใช่ว่ามีแค่ ๕ ข้อเท่านี้ ยังมีผลเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ชาติตระกูล สติปัญญา และอื่นๆทั้งหมด ที่พระพุทธองค์ตรัสนี้เพื่อให้เห็นอย่างถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติภายนอกและสมบัติภายในเท่านั้น)

เรื่องของเรื่องคือหาคนที่พร้อมบริบูรณ์ทั้งทานและศีลได้ยาก บางคนชอบทำทานแต่ไม่ชอบรักษาศีล บางคนชอบรักษาศีลแต่ไม่ชอบทำทาน ผลเลยออกมาลักลั่นอย่างที่เห็นโดยทั่วไป เช่น บางคนสุดหล่อสุดสวย แต่ยากจนและมีเครื่องยั่วให้เอาตัวไปขาย บางคนฐานะดีมีปัญญาครบ แต่ขี้ริ้วขี้เหร่จนเป็นปมด้อยไปทั้งชาติ


หากพบเจอคนที่มีพร้อมไปทุกด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตา ความภูมิใจในเพศแห่งตน ฐานะการเงิน เกียรติยศชื่อเสียง ตลอดจนสติปัญญาความรู้ความสามารถ ก็ขอให้ทราบเถิดว่าในอดีตพวกเขาบำเพ็ญทั้งทานทั้งศีลไว้ไม่บกพร่องครับ และการทำทานรักษาศีลในปัจจุบันของพวกเขาก็จะเป็นตัวกำหนดต่อไป ว่าข้างหน้าจะยังคงเลิศเลอสมบูรณ์แบบเหมือนที่เห็นอยู่หรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น