วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เทวดานางฟ้าเบื่อสวรรค์ไหม (ดังตฤณ)

ถาม : หากสวรรค์มีแต่สุข และใจของเทวดานางฟ้ามีความรื่นเริงยินดีอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เกิดจนตาย พวกเขาจะเบื่อหน่ายสวรรค์กันบ้างไหม?

> จากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่มที่ ๙

ดังตฤณ: 
เหมือนความฝันในแต่ละคืน คุณจะบอกได้ชัดที่สุดว่าเป็นฝันดีหรือฝันร้ายก็ในขณะจิตแรกที่รู้ตัวว่าตื่นขึ้น โดยมากคุณจะตื่นขึ้นแล้วรู้สึกเฉยๆ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นฝันธรรมดา แต่ถ้าตื่นขึ้นแล้วโล่งอก แทบไชโยโห่ฮิ้วที่เมื่อครู่เป็นแค่ฝัน นั่นย่อมฟ้องว่าฝันนั้นร้ายกาจยิ่ง

ทางสุดท้ายคือตื่นขึ้นแล้วแทบอยากเอาหัวโขกปูนให้สลบลงฝันต่อ เพราะยังตักตวงสุขไม่เต็มอิ่ม ก็แปลว่าฝันที่เพิ่งขาดตอนไปนั้นดีเกินจริง แสนสุขเกินกว่าโลกมนุษย์จะให้กับคุณได้ เมื่อตื่นขึ้นจากฝันหวานทุกครั้ง คุณจะอาลัยอาวรณ์ แสนเสียดายเสมอที่มันเป็นแค่ฝัน นั่นก็เป็นเพราะคุณยังไม่อิ่มไม่เบื่อ ไม่รู้สึกว่าพอ

ชาติภพก็เหมือนฝัน และสวรรค์ก็คือฝันดีที่สุดที่คุณจะตื่นขึ้นมาเสียก่อนเบื่อ เมื่อยังหลงใหลฝันดีแล้วยังไม่อยากตื่นฉันใด คุณก็จะยังไม่อยากละสวรรค์ลงมาสู่โลกมนุษย์ฉันนั้น ขณะอยู่บนสวรรค์ จิตของคุณจะเต็มตื่น สามารถในการรับรู้สิ่งต่างๆโดยรอบอย่างพิสดาร คุณจะได้เสพแต่ภาพและเสียงงามละไม ล้ำประสบการณ์ทางแก้วหูแก้วตาของมนุษย์ เป็นต้นว่าคุณจะลืมเครื่องเสียงที่ดีที่สุดในโลก เมื่อสัมผัสมิติกว้างยาวลึกของดนตรีสวรรค์ ที่ส่ำเสียงเครื่องประกอบใหญ่น้อยลอยมาจากโค้งฟ้าเบื้องไกลคนละทิศ สอดประสานกันอย่างกลมกลืน และเป็นไปตามรสนิยมทางดนตรีสุดท้ายก่อนคุณตายจากโลกนี้ไป

เหล่าเทวดาจัดเป็น ‘นันทิ’ คือผู้มีแต่ความยินดี มีแต่ความพอใจในสิ่งที่ประสบพบพาน หากนันทิเป็นผู้เบื่อ ผู้หดหู่เศร้าหมอง ก็จะไม่เรียกว่าเป็นนันทิอีกต่อไป ฉะนั้นสวรรค์จะต้องเป็นงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงชั่วนาตาปี เพื่อหล่อเลี้ยงความเป็นนันทิเอาไว้

ด้วยธรรมชาติอันปรากฏขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงความเป็นนันทิ สวรรค์จึงถูกขนานนามว่าเป็น ‘นันทะ’ คือมีหน้าที่ส่งมนต์ขลังสะกดให้จิตตกอยู่ในห้วงแห่งความปรีดาอันมีรสประหลาดล้ำ ชวนให้เคลิ้มคิดอยู่ตลอดเวลา ว่านี่เป็นชีวิตอมตะ มองไปยังทิศใดจะไม่เห็นการแก่ อีกทั้งหายากที่จะมีตายให้ดูเป็นอุทาหรณ์ เพราะสภาพทิพย์มีความยืนยง หนำซ้ำเมื่อตายก็ล่องหนหายไปเลย ไม่มีภาพไฟเผาให้สะเทือนใจอย่างในโลกมนุษย์เรา เทวดาจึงเกิดอุปาทานอย่างเหนียวแน่น ว่าสวรรค์เป็นที่น่าพอใจ เป็นนันทะขั้นสูงสุด ไม่มีเหตุผลอันสมควรให้คิดเบื่อหน่ายในหมู่เทวดาทั่วไป

ต้นกำเนิดที่ก่อให้เกิดสภาพอันเป็นนันทะ ก็คือมหากุศลกรรมที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ มนุษย์จะได้รู้หลังความตาย ว่าหน้าที่ของบุญกุศลนั้น เป็นไปเพื่อความสุข เป็นไปเพื่อความชื่นใจ เป็นไปเพื่อความสนุกรื่นเริงโดยส่วนเดียว

เราพอจะเห็นตัวอย่างได้จากบนโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหนังเฉิดฉายล่อตาของอิสตรี หรือสุ้มเสียงกลมกล่อมเสนาะโสตของผู้มีบุญทางเสียง เพียงด้วยประสบการณ์สัมผัสวัตถุหยาบบนโลกประมาณนี้ ก็พอจะทำให้เราเข้าใจได้ ว่าวัตถุอันทรงพลังดึงดูดใจเป็นอย่างไร แต่วัตถุหยาบบนโลกมนุษย์นั้น เมื่อเปรียบกับวัตถุทิพย์บนโลกสวรรค์แล้ว ก็เป็นได้เพียงแค่แม่เหล็กดูดใจ ขนาดกระแบะมือเดียว ไม่อาจเทียบรุ่นกับแม่เหล็กดูดใจขนาดใหญ่เท่าห้องได้เลย

บนโลกมนุษย์นี้ ถึงแม้คุณมีทุกอย่างครบ ทั้งหน้าตา ฐานะ และคนรัก แต่แค่ไม่บริหารร่างกายให้สม่ำเสมอ คุณก็มีสิทธิ์เป็นโรคเซ็งชีวิต จิตซึมเศร้า แขนขาลีบไร้เรี่ยวแรงได้แล้ว ในขณะที่บนโลกเทวดานั้น ถึงแม้คุณเป็นเพียงเทพบริวารที่แทบไม่มีสมบัติเป็นของตนเอง คุณก็จะมีสุขภาพแข็งแรงเป็นนิตย์โดยไม่จำเป็นต้องบริหารร่างกายแต่อย่างใด แถมยังรู้สึกถึงกำลังวังชามหาศาล เหาะเหินทันใจ ไม่ต้องเดินให้ปวดเข่า (บนสวรรค์มีเดินพอเป็นลีลา การเดินไม่ใช่วิธีหลักในการเคลื่อนที่ของเหล่าเทวดา) คุณต้องชอบแน่ๆ ไม่เบื่ออัตภาพชนิดนั้นแน่ๆ

กล่าวโดยรวม เมื่อเรามองภาพใหญ่ที่สุดของสวรรค์ จะเห็นประกอบด้วยธรรมชาติสองขั้ว ขั้วแรกคือ ‘จิต’ อันยังชุ่มด้วยความทะยานอยาก เหมือนพรานล่าเนื้อที่พร้อมจะพุ่งเข้าหาเหยื่ออันโอชะในทันทีที่เห็น ส่วนอีกขั้วหนึ่งคือ ‘วัตถุทิพย์’ อันเอิบอาบไปด้วยรัศมีดึงดูดรุนแรง เสมือนสนามแม่เหล็กที่ส่งกำลังอยู่ตลอดวันตลอดคืน

ถ้าจะกล่าวว่าเทวดามีความเบื่ออยู่บ้าง ก็เพียงชั่วครั้งชั่วคราวครับ ธรรมชาติใดมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ธรรมชาตินั้นย่อมมีแรงผลักออกแฝงอยู่ในตัวเองเสมอ กล่าวคือเมื่อถึงจุดอิ่มตัวของพลังดึงดูด ที่สุดแล้วก็เปลี่ยนเป็นแรงผลักออกจนได้ เช่นบนสวรรค์นั้น อาหารทิพย์รสหนึ่งอาจส่งกลิ่นเย้ายวนชวนรับประทานเหลือจะกล่าว แต่เมื่อได้บริโภคซ้ำหลายครั้งเข้า แค่คิดถึงรสทิพย์เดิมๆ ก็เกิดแรงผลักให้นึกอยากไปหารสทิพย์อื่นๆแล้ว


นี่ก็คล้ายกับพวกเรา ที่อาจเบื่อก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้ จึงสลับไปกินข้าวผัดมื้อหน้า สิ่งที่แตกต่างกันไปบ้าง ก็คือคุณอาจเบื่อก๋วยเตี๋ยวเพราะแม่ครัวรสมือไม่ดี ปรุงก๋วยเตี๋ยวได้ห่วยมาก แต่ถ้าเป็นบนสวรรค์แล้ว ที่อาหารทิพย์จะไม่อร่อยนั้นไม่มี มีแต่อร่อยจัดหรืออร่อยพอประมาณ เทวดาจะอยากเปลี่ยนรสชาติด้วยเหตุผลเดียว คือต้องการความหลากหลายหรือความแปลกใหม่ ล่อใจให้กระโดดทะยานไม่หยุดนิ่งไปเรื่อย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น